
หากคุณรู้สึกว่าการเดินเข้าออฟฟิศในทุกวันบรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัด ขณะที่เจ้านายก็ไม่ค่อยเรียกใช้งาน เพื่อนร่วมงานบางคนทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินของแผนก ไม่ได้รับมอบหมายงานสำคัญ หรือแม้กระทั่งไม่ได้สิทธิ์เข้าเซิร์ฟเวอร์กลางของออฟฟิศ จงอย่าปล่อยผ่านสัญญาณเหล่านี้ เพราะสิ่งที่คุณประสบนั้นยิ่งกว่าจิ้งจกร้องทักว่าหน้าที่การงานของคุณเริ่มจะสั่นคลอนเสียแล้ว
นี่คือ 10 สัญญาณเตือน ที่บ่งบอกว่าคุณอาจอยู่ในลิสต์ที่บริษัทเพ่งเล็งให้ออก เมื่อถึงเวลาที่มีการปรับโครงสร้างบริษัทก็เป็นได้!
1. ถูกประเมินประสิทธิภาพการทำงานต่ำกว่าเกณฑ์
การประเมินผลงานจากหัวหน้างานที่ไม่ค่อยดีนั้นไม่ได้มีความหมายว่าคุณจะถูกไล่ออกเสมอไป แต่นั่นอาจหมายถึงการส่งสัญญาณเตือนจากหัวหน้างาน เพื่อให้คุณได้ปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของตนเอง หากเป็นการส่งสัญญาณในครั้งแรกยังพอมีโอกาสให้ได้ปรับปรุงตัว แต่ถ้าเกิดขึ้นซ้ำสองนั่นหมายความว่า อาชีพการงานของคุณเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว
2. ถูกตัดออกจากกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ
ถ้าวันใดวันหนึ่ง คุณไม่ได้รับอีเมลแจ้งข้อความสำคัญในการทำงาน ไม่ได้รับนัดหมายให้เข้าร่วมประชุมสำคัญ ถึงเวลานั้นคุณน่าจะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าบางเรื่องคุณอาจคิดว่าไม่มีอะไร แต่ในบางเรื่องที่เกี่ยวกับหัวหน้างาน คุณควรมองให้ลึกว่าเป็นเพราะคุณไม่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานร่วมกันอีกต่อไปหรือไม่
3. ได้รับมอบหมายงานที่ไม่มีทางทำสำเร็จได้
งานที่ได้รับมอบหมายเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บอกให้คุณรับรู้ได้ว่า หน้าที่การงานของคุณยังมั่นคงอยู่ไหม ถ้างานที่คุณได้รับคืองานที่คุณเห็นแล้วว่าไม่มีทางทำให้สำเร็จได้ ก็เท่ากับว่าคุณกำลังถูกจัดฉากเพื่อให้ผลงานเป็นเครื่องชี้วัดว่าคุณทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพจริงๆ เพราะบริษัทต้องการหลักฐานยืนยันว่าคุณไร้ประสิทธิภาพในการทำงานเพื่อให้คุณออกจากงานโดยไม่มีข้อโต้เถียง ซึ่งสถานการณ์แบบนี้คุณคงประเมินได้ไม่ยากว่า ควรจะอยู่ในบริษัทต่อไปหรือไม่
4. ถูกเจ้านายเตือนมากกว่าหนึ่งครั้ง
หากคุณทำงานผิดพลาด ไม่อยู่ในกฎระเบียบของบริษัท และถูกเจ้านายเตือนอย่างเป็นทางการ ซึ่งคำว่า “อย่างเป็นทางการ” ในทีนี้หมายถึง การเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือถูกเรียกเข้าพบ นับว่าไม่เป็นการดีเลยสำหรับอนาคตในการทำงานของคุณกับบริษัทที่ทำอยู่ และถ้ายังไม่แก้ไขปล่อยให้เกิดความผิดพลาดและถูกเตือนเป็นครั้งที่สอง ครั้งต่อไป คุณก็อาจเตรียมเก็บของออกจากออฟฟิศได้เลย
5. ความสัมพันธ์กับเจ้านายไม่ค่อยดีนัก
ถ้าครั้งหนึ่งคุณเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้านาย พูดคุยขอคำปรึกษากันได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปปรากฎว่าความสัมพันธ์กลับแปรเปลี่ยนไป แม้ว่านั่งอยู่ในสำนักงานเดียวกันแต่กลับไม่ค่อยทักทายกัน หรือทักทายกันอย่างเสียไม่ได้ ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนั้นขอให้รีบหาต้นเหตุว่าทำไมความสัมพันธ์ที่เคยดีถึงได้เปลี่ยนไป เพราะเจ้านายของคุณอาจรู้สึกผิดหวังกับผลงานของคุณ หรือเจอคนใหม่ที่ดีกว่าคุณและกำลังคิดหาทางให้คุณพ้นไปจากตำแหน่งอยู่ก็เป็นได้
6. ต้องรายงานเวลาทำงานหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
การถูกสั่งให้ทำรายงานเวลาเข้า-ออกงาน หรือค่าใช้จ่ายในที่เกิดขึ้นจากการทำงานของคุณ ถือเป็นสัญญานที่ไม่ดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าคุณถูกสั่งให้ทำอยู่เพียงคนเดียว เพราะองค์กรกำลังมองว่าคุณเริ่มเป็นส่วนเกินในงบประมาณของบริษัทไปแล้ว ถ้าต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวขอให้พิจารณาให้ดีว่าจะยังทนอยู่ต่อไป หรือจะจากกันด้วยดี
7. ไม่มีงานใหม่ ๆ ให้รับผิดชอบเพิ่ม
การส่งสัญญาณว่าคุณไม่เป็นที่ต้องการของบริษัทอีกต่อไปแล้ว มีการแสดงออกทางอ้อมได้หลายทาง และหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้คือไม่มอบหมายงานใหม่ ๆ ให้ ขณะที่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณคืองานเดิม ๆ ที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างาน หากเป็นแบบนี้คุณจำเป็นต้องพิจารณาแล้วว่าตำแหน่งที่คุณอยู่นั้นยังมั่นคงอยู่หรือไม่
8. ทำงานร่วมกันเป็นทีมกับผู้อื่นไม่ได้
เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรที่คุณอยู่ และทำตัวคุณให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรดังกล่าว เมื่อมีการทำงานหรือการขอความร่วมมือใด ๆ ภายในทีม แล้วคุณกลับปฏิเสธให้ความร่วมมือ และมองว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น จนทำให้หลายคนเริ่มเบือนหน้านี้ ก็เท่ากับว่าเป็นการตัดอนาคตของตัวเองไปแบบไม่รู้ตัว
9. ถูกจำกัดการใช้ทรัพย์กรของบริษัท
ถ้าคุณอยู่ในระดับหัวหน้างาน คนที่เคยเป็นลูกน้องของคุณถูกจับให้ย้ายแผนก ถูกตัดงบประมาณ ถูกจำกัดในการเข้าถึงบริการของส่วนกลางบริษัท รวมไปถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณต้องการนำมาทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ขอให้ทราบเอาไว้ว่านายจ้างของคุณต้องการให้คุณออกจากงานแล้วละ
10. ถูกตรวจสอบบ่อยครั้งหรือถูกเพิกเฉย
ไม่ว่าจะถูกตรวจสอบบ่อยครั้ง หรือเจ้านายมองเราเป็นอากาศธาตุไปเลย ก็ล้วนเป็นสองสถานการณ์ที่ไม่ดีต่อการทำงานของคุณทั้งสิ้น เพราะเป็นภาวะที่ใครเจอก็ต้องรู้สึกอึดอัดใจ ตีความกันง่าย ๆ ถ้าเจ้านายจู้จี้กับการทำงานของคุณมากไปก็เท่ากับว่าเขาไม่ไว้ใจคุณ แต่ถ้าเจ้านายเพิกเฉยคุณก็เท่ากับว่าเขาไม่ยอมรับคุณ หรือไม่ก็ไม่คิดจะให้โปรเจกต์ใหม่ๆ แก่คุณ ซึ่งถ้าคุณตกอยู่ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งก็เท่ากับว่าเวลาของคุณในบริษัทใกล้หมดลงทุกทีแล้ว






























