Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง เรียนรู้จาก “มูรินโญ่”

เรียนรู้จาก “มูรินโญ่”

โชเซ่ มูรินโญ่ โค้ชชาวโปรตุกิสชื่อดังซึ่งถือเป็นขวัญใจสื่อ เพราะพูดอะไรแล้วได้ประเด็นชัดเจน เป็นความคิดเห็นที่ฝรั่งเรียกว่า “Strong” คือมีความเป็นตัวของตัวเองไม่คลุมเครือ แม้บางครั้งพี่แกของจะขึ้นบ้างอะไรบ้าง จนกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบางคน แต่โดยรวมแล้วก็เป็นแหล่งข่าวที่ทำให้นักข่าวมีประเด็นไปเขียนอยู่ตลอดเวลา

ไม่นานมานี้ “เฮียมู” กลายเป็นแขกรับเชิญให้มาวิเคราะห์เกมเอเชี่ยนคัพ และ พรีเมียร์ลีกคู่ระหว่าง อาร์เซนอล-เชลซี กับ บีอิน สปอร์ตส์ ที่สตูดิโอ กาต้าร์ เป็นข่าวใหญ่โตไปทั่วโลก เพราะเป็นกุนซือระดับท็อปลิสต์ที่ว่างงานไปประมาณหนึ่งเดือน ใครๆก็อยากรู้กว่าเขาเป็นอย่างไร และมีโอกาสจะไปทำงานที่ไหนต่อ

มูรินโญ่ มาเที่ยวนี้ได้พูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอลระดับเอเชีย ที่ผมเห็นว่าน่าสนใจมากๆ และคิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการพัฒนาวงการฟุตบอลบ้านเราได้ดี

เขาพูดไว้ว่า วงการฟุตบอลเอเชียชอบเสียเงินจ้างโค้ชดังๆจากทั่วโลกมาทำหน้าที่โค้ชเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น มาเชลโล่ ลิปปี้ และอัลเบอร์โต้ ซัคเคโรนี่ โค้ชเหล่านี้ทำหน้าที่เสร็จไม่ว่าจะเป็น 6 เดือน 1 ปีหรือมากกว่านั้นก็รับเงินกลับบ้าน ส่วนวงการฟุตบอลของประเทศนั้นๆจะพัฒนาขึ้นหรือไม่นั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

มูรินโญ่ ให้ความเห็นว่าแทนที่จะให้ปรมาจารย์เหล่านี้ทำหน้าที่แค่ “โค้ช” อย่างเดียว ทำไมไม่ให้ถ่ายทอดวิชา “สอน” ให้มากๆ เพราะมีประสบการณ์ล้นเหลือจากการทำงานมาทั้งชีวิต อย่าให้ “เสียของ” ควรจะให้ถ่ายทอด “วิธีการ” หรือหลักสูตรการฝึกการสอนให้นักเตะและโค้ชเรียนรู้ จะได้พัฒนารากฐานให้เยาวชนนักกีฬาของประเทศนั้นๆเติบโตขึ้นในอนาคต

อีกนัยหนึ่งคือ เน้นให้รู้ “โน ฮาว” เพื่อนำไปพัฒนากับบุคลากรในประเทศของตัวเองด้วย ไม่ใช่จะมาหวังที่ผลลัพธ์สุดท้ายกับทีมชาติชุดใหญ่อย่างเดียวเท่านั้น ขนาดจีนลงทุนจ้างโค้ชแชมป์โลกอย่าง ลิปปี้ ยังไปไม่รอด

นี่เป็นส่วนหนึ่งที่มูรินโญ่ ตั้งประเด็นได้อย่างน่าสนใจ และทำให้นึกถึงวงการฟุตบอลบ้านเราเหมือนกัน ที่ชอบเสียเงินแพงๆจ้างโค้ชต่างชาติมาคุมทีมชาติไทยแบบเฉพาะกิจ นี่ก็เพิ่งไล่ออกไป และเห็นกำลังจะตั้งเข้ามาใหม่

หากมีการวางแผนทั้งระบบ แบ่งเป็นระยะยาว-กลาง-สั้น โดยใช้ประสบการณ์จากโค้ชต่างชาติเก่งๆที่จะจ้างมา ช่วยสอนช่วยวางแผนการพัฒนาทั้งระบบบ้างก็น่าจะดี ไล่ตั้งแต่ชุดใหญ่ยันลงไปถึงชุดเยาวชน

ไม่อยากจะบ่นอะไรมากเดี๋ยวเจ็บคอช่วงนี้ฝุ่นเยอะ แต่ลองดูอายุของ ธีรศิลป์ แดงดา 30 ปี ธีราทร บุญมาทัน 28 มงคล ทศไกร 31 สรรวัชญ์ เดชมิตร 29 ตัวหลักในทีมช้างศึกเราทั้งนั้น เราจะรอกินบุญเก่าอย่างเดียว คงจะได้อีกไม่นาน

คำพูดของ “มูรินโญ่” ที่พูดถึงมูลค่าเพิ่มของโค้ชด้วยกันแบบนี้ น่าจะช่วยจุดประกายความคิดให้วงการฟุตบอลเอเชียเราได้ไม่มากก็น้อย.