Home Trending Story Trend ในประเทศ 5 เทรนด์ต้องจับตาในรอบสัปดาห์

5 เทรนด์ต้องจับตาในรอบสัปดาห์

สถานการณ์ PM 2.5 กลับมาวิกฤต 

กรมควบคุมมลพิษ คาดการณ์ว่าในวันนี้ (21 ม.ค. 2562) จากการพยากรณ์ และแบบจำลอง ของกรมอุตุนิยมวิทยา การลอยตัวของอากาศจะไม่ดี สภาวะอากาศปิด และลมอ่อน มีมวลอากาศสะสมอยู่มาก ส่งผลทำให้ ปริมาณฝุ่นละออง pm2.5 อาจเพิ่มสูงขึ้น คพ. ได้ประสานงานกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กทม. บก.จร. ขนส่ง กองทัพฯ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม และ ผวจ.ปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัด ดำเนินมาตรการป้องกัน และแก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างต่อเนื่อง เช่น บก.จร. เพิ่มจำนวนจุดตรวจวัดรถยนต์ควันดำเป็น 20 จุด กทม. กวาดล้างถนนอย่างเข้มงวดทุกวันทพร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจร ลดค่าบริการพื้นที่จอดแล้วจร ลดฝุ่นละอองจากการก่อสร้าง เพื่อดำเนินการลดปริมาณฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง

นิด้าโพลเผยประชาชนยังอยากได้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ (ครั้งที่ 6) 

นิด้าโพลเผยผลสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 6) จากการสำรวจ 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ร้อยละ 26.20 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 22.40 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 11.56 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่) อันดับ 5 ร้อยละ 7.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย) อันดับ 6 ร้อยละ 7.28 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 7 ร้อยละ 3.28 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย (อดีตนายกรัฐมนตรี) อันดับ 8 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ (หัวหน้าพรรคเพื่อไทย) อันดับ 9 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น  นายอนุทิน ชาญวีรกูล (หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) และอันดับ 10 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น นายวิษณุ เครืองาม (รองนายกรัฐมนตรี)

อุตุฯ เผย 22-25 ม.ค.นี้ ไทยตอนบน อุณหภูมิลด 3-5 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยช่วงวันที่ 22-25 มกราคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูง กำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ บริเวณความกดอากาศสูง ที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า ประกอบกับมีลมตะวันตก ในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ด้านกรุงเทพมหานคร วันที่ 23-26 ม.ค. 62 อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

ขสมก.เตรียมจัดรถช่วยวิ่ง หากรถร่วมหยุดวิ่งประท้วงเลื่อนขึ้นราคา

เฟซบุ๊กแฟนเพจ Bangkokbusclub.com ชุมชนคนรักรถเมล์ ได้โพสต์ข้อความ ถึงกรณีที่คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง สั่งเลื่อนขึ้นค่าโดยสารรถสาธารณะทุกประเภทออกไปอีก 3 เดือน จาก 21 ม.ค. 62 เป็น 22 เม.ย. 62 ว่า ได้มีกระแสข่าวว่า รถร่วมบริการบางบริษัท เตรียมที่จะหยุดเดินรถ เพื่อประท้วงคำสั่งเลื่อนการปรับขึ้นราคา ทั้งนี้ มีรายงานว่า ขสมก. ได้สั่งการให้แต่ละเขตการเดินรถ จัดเตรียมแผนการเดินรถช่วยวิ่งแทนรถร่วม และจัดทำป้ายเลขสาย-ป้ายเส้นทางเตรียมเอาไว้ และให้พิจารณาสถานการณ์ หากพบว่ารถร่วมบริการสายใดหยุดวิ่ง ขสมก.ก็จะนำรถของตัวเอง แปะป้ายช่วยวิ่งทดแทนเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตามในอดีต เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 รถร่วมบริการหลายเจ้าได้มีการหยุดวิ่ง เพื่อประท้วงราคาค่าโดยสาร ซึ่งวันนั้น ขสมก.ได้นำรถแปะป้ายช่วยวิ่งแทนรถร่วมหลายเส้นทางด้วยกัน

พยากรณ์โรครายสัปดาห์ 20-26 ม.ค.

กรมควบคุมโรค เผยแพร่พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค. 2562 โดยระบุว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2562 (ระหว่างวันที่ 1-15 ม.ค. 62) พบว่ามีผู้ป่วยรวม 715 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรกคือ สงขลา ปัตตานี ภูเก็ต นครปฐม และ นครศรีธรรมราช กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากสุด คือ 15-24 ปี จากโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด ตั้งแต่วันที่ 1-17 ม.ค. 62 พบเหตุการณ์ผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจำนวน 6 ราย ซึ่งการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่า ในช่วงนี้มีโอกาสจะพบผู้ป่วยไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากในช่วงเดือนธันวาคม 2561-มกราคม 2562 ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในประเทศไทยยังมีฝนตก โดยเฉพาะบริเวณภาคใต้ อาจทำให้เกิดน้ำขังตามภาชนะต่างๆ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายที่เป็นพาหะของโรคไข้เลือดออก ทำให้ประชาชนยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคไข้เลือดออกได้