เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลัง เรอัล มาดริด ขึ้นสูงขึ้นมาพังประตูชัยให้กับต้นสังกัดเฉือนชนะ เรอัล เบติส 2-1 ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และนับเป็นประตูที่ 10 ของเขาในฤดูกาลนี้ ซึ่งนี่้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยิงประตูช่วยทีมในช่วงท้ายเกม ว่าแล้วลองย้อนกลับไปดูกันสักหน่อยกับวีรกรรมของรามอสชนิดที่กองหน้าบางคนยังต้องอาย
นาโปลี 1- 3 เรอัล มาดริด 3 (เกมยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 2016/2017 รอบ 16 ทีมสุดท้าย)
ผลจากเกมแรกที่มาดริด เปิดบ้านชนะนาโปลี 3-1 ทำให้ดูแล้วเกมนัดที่ 2 ไม่น่าจะลำบากมากนัก ทว่า ในเกมที่เมืองเมเปิ้ล เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน 1-0 และต้องการอีก 1 ประตูเพื่อเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน ทว่า คนที่ดับฝันนาโปลี ก็คือ เซร์คิโอ รามอส ผู้ที่ยิงตีเสมอในเกมนั้น 1-1 ทำให้งานของ “ชุดขาว” ง่ายขึ้นเป็นกองก่อนที่สุดท้ายจะบุกชนะ 3-1 พร้อมผ่านเข้ารอบต่อไป
5/5 Who else? Sergio Ramos with a last minute winner v Deportivo. Do not give up until the whistle blows! #rmfc #ramos #RealMadrid pic.twitter.com/zCxlIuyiKX
— Stand out jerseys (@standoutjerseys) December 25, 2016
เรอัล มาดริด 3-2 ลา คอรุนญ่า (ลา ลีกา ปี 2013/2014)
แฟนในสนามเบอร์นาเบว กำลังอยู่ในอาการเซ็งสุดๆ หลัง มาเรียโน่ ดิอาซ ยิงตีเสมอให้ทีมเยือนเป็น 2-2 ในช่วง 6 นาทีสุดท้าย ทว่าสุดท้าย เจ้าถิ่นก็ได้เฮกันลั่น จากประตูชัยที่มาจากลูงโหม่งของกองหลังที่ชื่อ เซร์คิโอ รามอสพร้อมนำทีมสร้าง
สถิติไม่แพ้ใคร 35 นัดติดต่อกัน
GOLES EN ÚLTIMOS MINUTOS | Sergio Ramos le marcaba al Barcelona a los 89' en el último clásico. pic.twitter.com/uFoiBEhD4d
— Encuestas de Fútbol (@Encuesta5Futbol) January 25, 2017
บาร์เซโลน่า 1-1 เรอัล มาดริด (ลา ลีกา ปี 2016/2017)
สุดยอดเกม เอล กลา ซิโก้ ที่คัมป์ นูร์ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงให้เจ้าถิ่นออกนำตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง และทำท่าจะคว้าชัยในเกมนั้น ทว่าสุดท้าย ลูก้า โมดริช ก็จ่ายบอลให้ เซร์คิโอ รามอส ยิงตีเสมอเป็น 1-1 เมื่อจบ 90 นาที
เรอัล มาดริด 3-2 เซบีย่า (ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ปี 2016/2017)
อดีตเด็กเก่าของเซบีย่า อย่างรามอส ทำแสบต้นสังกัดเก่าในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ด้วยการพังประตูตีเสมอ เซบีย่า เป็น 2-2 ในนาทีที่ 90 ต่ออายุได้เล่นในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่สุดท้าย มาดริด จะชนะในเกมนั้น 3-2
เรอัล มาดริด 4-1 แอต.มาดริด (ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2013/2014)
ศึกดาร์บี้แมตช์กรุงมาดริด ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2014 “ทีมตราหมี” เกือบที่จะได้ชูถ้วยแชมป์ อยู่แล้ว หลังออกนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก ทว่าสุดท้ายในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 3 เซร์คิโอ รามอส เจ้าเก่า ก็พังประตูตีเสมอให้กับทีมชุดขาว และสุดท้าย มาดริด ก็คว้าแชมป์ในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 4-1

































