
1.รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังหงุดหงิด หันไปมองทางไหนก็ไม่สบอารมณ์ ไม่มีความสุข จงรู้เท่าทันอารมณ์ของคุณเองในเวลานั้นและบอกกับตัวเองให้ได้ว่าความรู้สึกเหล่านั้นมาจากอารมณ์ในลักษณะไหน อารมณ์โกรธ, อารมณ์ผิดหวัง, อารมณ์ที่มาจากความกลัว หรืออารมณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันเพราะถูกคาดหวัง
เมื่อคุณสามารถรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเองได้ ความรู้สึกที่จะแสดงออกจะลดระดับลง ถ้าคุณสามารถบอกตัวเองได้ว่าอารมณ์โกรธของคุณที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคุณผิดหวังที่ลูกน้องทำงานได้ไม่ตรงตามที่คุณสั่ง สมองของคุณจะมีความเข้าใจกับเหตุการณ์มากขึ้น และถ้าลูกน้องของคุณยังดื้อดึงไม่ยอมปฎิบัติตาม ความรู้เท่าทันในอารมณ์จะทำให้คุณมีสติมากกว่าเดิม และหาทางแก้ปัญหาโดยไม่เอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
2. คิดถึงเรื่องที่ทำให้คุณมีความสุข
สิ่งเล็กน้อยที่ทำให้คุณมีความสุข จะช่วยให้คุณคลายเครียดได้ เพราะการคิดถึงเรื่องที่ทำให้คุณมีความสุขนั้น จะทำให้ฮอร์โมนโดพามีนถูกหลั่งออกมาจากสมอง และถ้าคุณกำลังเครียดกับเรื่องที่ต้องเผชิญในปัจจุบัน ลองนึกถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ทำให้คุณมีความสุขดูบ้าง
เรื่องเล็กๆน้อยๆที่ทำให้คุณมีความสุขอาจเป็นแค่เพียงการได้เดินบนพื้นหญ้า การได้อาบน้ำอุ่น การได้กินอาหารอร่อยๆ หรือแม้แต่การได้นั่งจิบกาแฟในบรรยากาศที่คุณชอบ
นอกจากนี้แล้ว การนึกถึงสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขยังทำให้เกิดความสงบขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว เพราะสมองจะเพิ่มระดับฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งจะช่วยให้คุณหายเครียดได้
3. รู้จักที่จะตัดสินใจ
ถ้าคุณรู้สึกว่า คุณมีงานที่ต้องทำอยู่ตลอดเวลา และงานก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกแบบนี้จะทำให้คุณไม่สามารถหลุดพ้นจากความรู้สึกกระวนกระวายได้
การบริหารจัดการที่ดีจะทำให้คุณไม่รู้สึกว่ามีงานให้ต้องทำอยู่ตลอดเวลา และการบริหารจัดการที่ดีจะมาจากการตัดสินใจที่เด็ดขาด ไม่ผลัดวันประกันพรุ่งในการทำงานให้ลุล่วง
หลายคนมักจะเก็บงานที่ไม่อยากทำเอาไว้บนโต๊ะทำงาน และจิตใต้สำนึกก็รู้ว่ายังมีงานคั่งค้างแต่พวกเขายังไม่อยากทำ และ เรื่องดังกล่าวก็จะกวนใจคุณอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นเช่นนี้การตัดสินทำใจทำงานที่เรารู้สึกว่าไม่อยากจะทำให้แล้วเสร็จจะทำให้ความกังวลในใจขอบคุณลดลง
ดังนั้นการตัดสินใจในแต่ละวันจึงเป็นเรื่องที่คุณควรฝึกให้เป็นนิสัย เพราะถ้าปล่อยให้เรื่องที่ต้องตัดสินใจยืดเยื้อออกไปความกังวลก็จะตกอยู่ในใจคุณ เพราะรู้ดีแก่ใจว่ายังมีเรื่องไม่ได้ทำและอาจส่งผลกระทบกับชีวิตที่เป็นอยู่ได้
4. สัมผัสทางกายกับคนที่คุณรักจะทำให้ทุกวันมีความสุข
การได้กอด หรือ จับมือกับคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือ แฟน ล้วนแล้วแต่สร้างความสุขให้เกิดขึ้นในชีวิตคุณ เพราะในเวลาที่คุณได้แนบชิดด้วยสัมผัสทางกายกับคนที่คุณรักนั้น สมองจะหลั่งฮอร์โมน Oxytocin อันเป็นฮอร์โมนแห่งความรัก
ในช่วงเวลาที่คุณตกอยู่ในห้วงของความเศร้าหมอง หรือ ต้องการกำลังใจการได้กอดกับคนที่คุณรัก หรือ แม้กระทั่งการได้กอดกับสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ เพราะฮอร์โมนแห่งความรักภายในตัวคุณได้หลั่งออกมา
นอกจากนี้หากคุณต้องเจอกับเรื่องที่ยากลำบาก หรือต้องลงมือทำกิจกรรมที่คุณรู้สึกไม่มั่นใจ การได้จับมือเพื่อให้กำลังใจกันทั้งจากเพื่อน หรือผู้ที่ต้องร่วมงานให้กัน จะสร้างความมั่นใจได้ให้ได้เช่นกัน






























