
***มีการเปิดเผยบางส่วนของเนื้อหา***
หนังทุกเรื่อง บทหนังเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดและถ้าเรื่องราวของหนังนั้นมีกฏเกณฑ์ห้ามขึ้นมาเพื่อให้ตัวละครดำรงชีวิตอย่างยากลำบากก็ยิ่งลุ้นระทึกเข้าไปใหญ่ Bird Box เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างกฏเกณฑ์ขึ้นมา ห้ามให้เรามองเห็นเพราะถ้ามองนั่นก็เท่ากับตาย วันนี้ Tonkit360 จะมารีวิวกันว่าหนังเรื่องนี้ควรดูหรือไม่
Bird Box เปิดมาที่นางเอกกับเด็กอีกสองคนที่ต้องล่องแม่น้ำเอาชีวิตรอด โดยที่ไม่รู้ว่าปลายทางที่จะถึงนั้นคืออะไร ในหนังนั้นจะเล่าสลับเหตุการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุแล้วไล่ลำดับเวลามาเรื่อยๆ ซึ่งแนวนี้ Netflix เล่นไว้เกลื่อนมากแต่ก็ไม่มีความน่าเบื่อเลยสักนิดเดียว

หนังเล่าได้ลงตัวอย่างมาก ถึงไม่มีความพีคขึ้นสูงแต่ก็ไม่เรียบเฉย มีสิ่งมาทำให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ หนังเรื่องนี้คงสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ของสังคมในปัจจุบันก็เป็นได้ เป็นการเล่าหนังถึงสันดานของมนุษย์อย่างแท้จริง ในหนังมีทุกคนทุกเพศทุกวัย เล่าถึงการเสียสละ ความเห็นแก่ตัวของคน การมองโลกของคนในปัจจุบัน

พอเราได้เริ่มดูหนังเรื่องนี้แล้วลองมาเปรียบเทียบสังคมดู ในโลกแห่งความเป็นจริงเราเคยสนใจและใส่ใจคนตาบอดมากน้อยเพียงใด เขาร้องเพลง เขาขายขนม เรามองว่าเป็นเรื่องหลอกลวงหหรือเปล่า เราช่วยเหลือเขาหรือเปล่า แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ที่เราตาบอดบ้างละ ใครจะช่วยเหลือเราบ้าง หรือบางคนมองโลกที่เกิดหายนะนั้นดูสวยและงดงามเหมาะแก่การแย่งชิงและฉวยโอกาส แต่คนบางประเภทเลือกที่จะปิดตาไม่มองแต่เมื่อได้มองได้สัมผัสกลับรับไม่ได้และพร้อมที่จะตาย
แต่ท้ายที่สุดโลกใบนี้คนตาบอดเขาไม่เคยรู้ว่าโลกเราเป็นยังไง เขามองไม่เห็น เขาอาจวาดฝันโลกในจินตนาการเขาว่าสวยงามก็เป็นได้ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กที่เราจะปลูกฝังเขา ถ้าเราคิดดีทำดีพูดดีกับเขาโลกของเด็กที่เติบโตมาอาจจะน่าอยู่ก็เป็นได้

*** ส่วนในตัวของหนังนั้นบางประโยค บางคำพูด ก็ทำให้รู้สึกได้ว่ามันน่าใจหาย มันน่าสงสาร มันจุกในอก มันเผยให้เห็นว่าไม่ว่าโลกจะเป็นยังไงคนเป็นแม่ก็รักลูกตัวเองมากที่สุดอยู่แล้ว แต่ตอนท้ายเรื่องก็พอเข้าใจ (อันนี้มีสปอยล์นะครับ ถ้าไม่อยากรับรู้แนะนำกดเลื่อนลงไปดูด้านล่างได้เลย) ว่าทำไมแม่เด็กถึงไม่ให้ลูกเรียกตัวเองว่าแม่ และไม่ยอมตั้งชื่อของเด็กน้อย โดยให้เด็กเรียกชื่อของตัวเองแทน เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นและมีคนหายไปหรือตายไปคนที่เสียใจที่สุดคงไม่ใช่เด็กแต่เป็นผู้ใหญ่ที่คลอดเด็กมามากกว่า การที่เกิดความโหดร้ายบนโลกใบนี้ต้องเลือกสอนให้เด็กเห็นแก่ตัว และ เกลียดชัง เลือกที่จะปิดกั้นไม่ให้เด็กรับรู้มันคงจะดีกว่า แต่เมื่อเด็กปลอดภัยก็ไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องทำแบบนั้นอีกต่อไป ***
จากที่เคยพรีวิวไปก่อนหน้านี้ พอได้ดูจริงๆมีความรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ต่างกับ The Happening รวมกับ The Quiet Place (A QUIET PLACE – เงียบเพื่ออยู่รอด หรือสู้เพื่ออิสรภาพ : คอลัมน์ แล่เนื้อเถือหนัง) เลย แต่หนังก็เล่าออกมาได้ดีเหมาะแก่การดูจริงๆ






























