
ความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีต่อจากนี้หลังจากที่ตลาดแรงงานเริ่มมีคนในเจเนอเรชั่น Z เข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน โลกที่แคบลงเพราะการสื่อสารที่ง่ายขึ้น รวมไปถึงพัฒนาการของความเร็วอินเทอร์เนต ได้ทำให้โลกใบนี้แตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง เหนืออื่นใดความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็อยู่ใกล้ตัวคุณจนบางทีคุณนึกไม่ถึง
และความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั้นก็ทำให้ เทรนด์ของธุรกิจในปี2019 จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม และจะมีอยู่สี่ธุรกิจที่น่าจับตา และ หากคุณสามารถ หาพื้นทีของตนเองได้ทันคุณก็มีโอกาสที่จะสร้างรายได้ให้กับตนเอง ส่วนจะเป็นธุรกิจประเภทไหนบ้างนั้นมาติดตามกัน
1. ธุรกรรมทางการเงินจะเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม
อันที่จริงในช่วงปลายปี 2018 เราจะเห็นการต่อสู้กันอย่างหนักของธนาคารในการให้บริการธุรกรรมออนไลน์ โดยเฉพาะธนาคารใหญ่ที่พยายามจะให้บริการแบบครบวงจร ทั้งฝาก ถอน โอน เบิก จ่ายบิล รวมไปถึงการซื้อกองทุน
แต่ในปี 2019 ลูกค้าของธนาคารต้องการบริการที่ครบวงจรมากกว่านั้นซึ่งอาจหมายถึงการขอกู้เงิน ขอสินเชื่อส่วนบุคคล ขอเปิดใช้บัตรเครดิต หรือ ขอวงเงินสินเชื่อสำหรับทำธุรกิจโดยที่ไม่ต้องใช้เอกสารมากมายเหมือนในปัจจุบัน
เหนืออื่นใดการจับจ่ายด้วยเครดิตการ์ดจะลดน้อยลง กับการเข้ามาแทนที่ในลักษณะดิจิตอลช้อปปิ้งแทน และปี 2019 การต่อสู้กันของธนาคารกับรูปแบบของ ดิจิตอลแบงกิ้ง น่าจะสู้กันอย่างดุเดือดตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีกันเลยทีเดีว
2. ถึงเวลาของ AI (ปัญญาประดิษฐ์) จะมีบทบาทมากขึ้น
ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในเมืองไทยเริ่มใช้ AI ในกระบวนการผลิตมากขึ้น เพราะหุ่นยนต์สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงและไม่เรียกร้องวันหยุด แถมยังช่วยลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเรื่องดังกล่าวเราได้เห็นมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
แต่สำหรับปี 2019 การใช้ AI ในการทำอุตสาหกรรมประเภทอื่นจะเพิ่มมากขึ้น อาทิ ในวงการแพทย์ หรือ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับระบบ Call Center
แม้ว่าในปี 2019 ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามามีบทบาทมากกว่าเดิมแต่ในเมืองไทยนั้นอาจจะยังไม่ร้อนแรงเท่ากับในต่างประเทศซึ่ง ผู้ประกอบการที่พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในเมืองไทยนั้นอาจต้องรอเวลาไปจนถึงไตรมาสที่สามของปี เพื่อให้การพัฒนาแอพลิเคชั่น ให้สอดคล้องกับธุรกิจในระดับ SME ที่จะเร่ิมหันมาให้ความสนใจ ปัญญาประดิษฐ์เพื่อตอบสนองการใช้งานของตนเองเพิ่มมากขึ้น
3. ธุรกิจขนส่งสินค้าจะกลายเป็นสงครามแย่งลูกค้าเพื่อให้บริการ
ถ้าปี 2018 เราได้เห็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าเกิดขึ้นใหม่จากเดิมหลายเจ้า ปี 2019 มีการคาดการณ์ว่าจะมี คนลงมาเล่นในตลาดนี้เพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนอง ธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ และ การให้บริการแบบP2P (personal to personal) ดังเช่นในตลาด Food Delivery ที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในเวลานี้
นอกจากนี้แล้วบรรดารีเทลเจ้าใหญ่ๆอย่าง ห้างค้าปลีก หรือ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ทั้งหลายก็เริ่มหันมาเล่นในตลาดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันเกือบครบทุกห้างแล้ว ทำให้ธุรกิจขนส่งสินค้าต้องต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อให้บริการ และแน่นอนว่าจะกลายเป็นสงครามที่ผู้ลงสนามต้องใช้ประสบการณ์ในการขนส่งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตนเอง
4. ยุคทองของ ฟรีแลนซ์
ความเปลี่ยนแปลงของการสื่อสาร และ โลกที่ความเร็วอินเทอร์เนต เพิ่มขึ้นจนไปถึงระดับ 5.0 แล้วรูปแบบการจ้างงานก็จะเปลี่ยนไป จากที่คนในรุ่นเบบี้บูม เจเนอเรชั่น เอ็กซ์ – วาย เติบโตมากับการทำงานประจำแล้วรับเงินเดือน พอมาถึงยุคของกลุ่มเจเนอเรชั่น Z ที่เกิดมาพร้อมกับ google สมาร์ทโฟน และ อินเทอร์เนตความเร็วสูง พวกเขาไม่รู้หรอกว่าโลกในยุคไร้อินเทอร์เนตเป็นเช่นไร
และด้วยรูปแบบสังคมที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ทำให้รูปแบบการทำงานก็เปลี่ยนไป แม้ว่า คนทำงานในลักษณะฟรีแลนซ์ จะมีมานานแล้วแต่ฟรีแลนซ์ ในปัจจุบัน จะถูกจ้างงานมากขึ้นกว่าในอดีต และ มีลักษณะงานที่หลากหลาย ขณะเดียวกันระยะเวลาทำงานก็จะมีช่วงเวลาพร้อมกับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นกว่าในอดีต
ขณะเดียวกันธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนทำงานฟรีแลนซ์ อย่างประกัน และ ธนาคาร ก็จะต้องปรับรูปแบบบางส่วนของธุรกิจเพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มนี้ที่จะมีเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการให้บริการพื้นที่การทำงานของเหล่าฟรีแลนซ์ในลักษณะ Work Space ที่จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ






























