
สัปดาห์ที่แล้วเขียนเรื่องอ้วนเสี้ยวไป ได้รับเสียงตอบรับจากคุณผู้อ่านเป็นอย่างดี และมีคุณผู้อ่านมาให้ข้อมูลเสริมเข้ามาให้อีกทางผู้เขียนและทีมงานต้องขอบคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ส่วนสัปดาห์นี้ ยังคงอยู่ในช่วงเดือนสุดท้ายของปีที่ยังคงชวนคุณผู้อ่านทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาตลอด 365 วันและที่เห็นชัดที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของปากท้องที่ปีนี้ต้องบอกว่าหลายธุรกิจนั้นดำเนินกิจการกันแบบ กลืนเลือด คนที่เพิ่งมาเริ่มต้นธุรกิจของตนเองในปีนี้ ต้องอดทนกันหน่อย หาตลาดของตัวเองให้เจอ อย่าได้แห่ทำตามคนอื่นโดยที่ตนเองไม่มีความถนัดเพราะสุดท้ายแล้วคุณคือคนที่ต้องคอยรับผลของการตัดสินใจนั้นเอง
ประโยคที่ว่า “จงทำในสิ่งที่ตนเองถนัด และ มองหาตลาดของตัวเองให้เจอ” นั่นคือวิธีคิดเบื้องต้นถ้าคุณอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ และมีตัวอย่างของ คนที่ตั้งใจทำธุรกิจด้วยความถนัดของครอบครัว และ เจ้าตัวเองก็มีความอดทนและตั้งใจในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีออกมาและสามารถรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ แม้ว่าธุรกิจจะเริ่มตั้งไข่ได้แล้ว
เจ้าของธุรกิจที่ผู้เขียนจะเล่าถึงนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นน้องช่างภาพที่อยู่ในสำนักข่าวเดียวกัน น้องลาออกจากสำนักข่าว ไปทำธุรกิจซัก อบ รีด กับครอบครัวโดยเกิดความคิดสร้าง ธุรกิจดังกล่าวหลังจากซื้อบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใจกลางลาดพร้าว พร้อมกับความถนัดของคนในครอบครัวกับที่เคยเปิดร้านซักรีดมาแล้ว
การเปิดร้านซักรีด แบบเต็มรูปแบบ และรับงานจากทั้งในหมู่บ้านและคอนโด ละแวกใกล้เคียง จึงเกิดขึ้นเขาพัฒนากิจการของตนเองเรื่อยๆ โดยตั้งอยู่บนมาตรฐานที่สามารถรักษาเอาไว้ได้ไม่เคยตก
ลูกค้าของเขามาแบบปากต่อปาก จากนั้นก็เริ่มจากขยายจากหมู่บ้านและคอนโด ไปเป็นกองละคร และมีบริการรับส่งในพื้นที่ใกล้เคียง (แน่นอนว่าผู้เขียนก็เป็นลูกค้าคนหนึ่ง)
ความสำเร็จของร้าน Happy Laundry ลาดพร้าว 101 นั้นไม่ใช่แค่เพียงคุณภาพ และมาตรฐานที่สามารถรักษามาได้โดยตลอด แต่การทำงานแบบลงมือทำเองทุกขั้นตอน ต่อให้เป็น เถ้าแก่ เจ้าของกิจการแล้ว ก็ยังขับรถ รับ-ส่งผ้าเอง เพราะต้องการให้งานถึงมือลูกค้าอย่างดีที่สุด
และก็ใช่ว่าระหว่างทางในการทำธุรกิจนั้นจะไม่อุปสรรคอะไร น้องเล่าให้ฟังว่า มีอุปสรรคตลอด มีทุกปีแต่ก็ค่อยๆแก้ไขไป ไม่ถอดใจง่ายๆ เพราะนี่คือธุรกิจที่ทำกันทั้งครอบครัว
เป็นตัวอย่างที่ ยกมาเพื่อให้คุณผู้อ่านสู้กันนะคะ เพราะการที่จะก้าวไปถึงคำว่าประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายใน หนึ่งปีหรือสามปี มันต้องใช้เวลามากกว่านั้น
มีประโยคสองประโยค ที่อยากแบ่งปันคุณผู้อ่านเพื่อเป็นกำลังใจค่ะ “The winner never quits a quitter never wins” (ผู้ชนะไม่เคยถอดใจ คนที่ชอบถอดใจไม่เคยชนะ) เป็นประโยคที่ผู้เขียนใช้เตือนใจเสมอในสมัยทำงานประจำ
ส่วน Life is marathon not a sprint (ชีวิตคือการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่งระยะสั้น) เป็นประโยคที่ท่องขึ้นใจมาได้ 8 ปีแล้วนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา
บททดสอบของชีวิตมีเข้ามาตลอดเวลาค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะพร้อมที่จะตั้งรับมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า





























