Home Work & Living “แอนิมอล ฟาร์ม” การปกครองของ “หมู”

“แอนิมอล ฟาร์ม” การปกครองของ “หมู”

สัปดาห์นี้ ขอนำเสนอวรรณกรรมอมตะของ ยอร์จ ออร์เวลล์ นามปากกาของ เอริก อาร์เทอร์ แบลร์ นักเขียนชาวอังกฤษ ที่หลายคนอาจเคยเสพงานของเขาผ่านเรื่อง 1984 นวนิยายดิสโทเปียที่พูดถึงการปกครองที่อำนาจเบ็ดเสร็จ นั้นอยู่ในกลุ่มผู้นำ ถ้าคุณชอบวิธีการนำเสนอแบบ 1984 ขอให้ลองย้อนมาที่งานของ ออร์เวลล์ ในปี 2488 กับ “แอนิมอลฟาร์ม”

ออร์เวลล์ กล่าวถึงที่มาของ แอนิมอลล์ ฟาร์มว่าเกิดจาก “ครั้งหนึ่งเขาเห็นเด็กชายอายุประมาณ 10 ปี กำลังพยายามบังคับรถม้าบนถนนแคบ ๆ และเด็กชายผู้นั้นพยายามจะใช้แส้เฆี่ยนให้ม้านั้นไปตามความต้องการของตนเอง เป็นภาพที่ทำให้ออร์เวลล์ คิดไปว่า ถ้าสัตวทุกตัวบนโลกใบนี้สามารถคิดได้เอง ก็จะทำให้มนุษย์ไม่มีอำนาจในการควบคุมพวกมันได้ และการใช้งานสัตว์อย่างเอาเปรียบของมนุษย์นั้น ก็ไม่ต่างไปจากที่ คนรวยหรือชนชั้นปกครองกำลังเอาเปรียบชนชั้นกรรมาชีพเช่นกัน”

การจำลองภาพของฟาร์มในชนบทของอังกฤษเปรียบเทียบกับการปกครองของมนุษย์โดยให้หมูนั้นเป็นใหญ่ นับเป็นวรรณกรรมที่น่าจะทำให้คุณที่กำลังเบื่อกับเรื่องการเมืองได้เห็นความจริงที่มีมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นแกะที่ร้องตามท่านผู้นำโดยไม่รู้หรือเข้าใจในสิ่งที่ท่านผู้นำพูด เพียงแต่แกะเหล่านั้น ต้องการแสดงให้เห็นว่า ตนเองมีความจงรักภักดีต่อท่านผู้นำอย่างไม่มีข้อสงสัย

รวมไปถึงการแย่งอำนาจระหว่างพวกหมูด้วยกัน การสร้างโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อให้สมาชิกในฟาร์มรู้สึกสบายใจทั้งที่ทุกตัวต่างรู้อยู่เต็มอกว่า เรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านหมู ซึ่งเป็นชนชั้นปกครองนั้นล้วนแล้วเป็นข่าวลวง และกฎ 7 ข้อ ของแอนิมอล ฟาร์ม ที่ถูกตั้งขึ้นนับตั้งแต่การปฏิวัติ แต่ก็ถูกต่อเติมเสริมแต่งตลอดเวลา เมื่ออำนาจถูกเปลี่ยนถ่าย

เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยในเกมการเมือง เราได้เห็นคำโกหกหวาน ๆ ผ่านนโยบายที่เขียนด้วยภาษาหรูหรา เราได้เห็นคนบางคนใช้คำหรูหราจากนโยบาย เพื่อสร้างให้ตนเองเป็นผู้รู้ให้ประชาชนรู้สึกชื่นชม และเราก็ได้เห็นการแก้กฎหมายเหมือนที่แก้กฎ 7 ข้อ ในแอนิมอล ฟาร์ม อยู่บ่อยครั้ง เพื่อเอื้ออำนาจให้กับชนชั้นปกครอง

“หลายแห่งในโลกนี้ยังมีการปฎิวัติของหมู การปกครองของหมู อำนาจเผด็จการของหมู หรือบางแห่งผู้คนก็ยังใฝ่ฝันถึงสังคมแห่งอุดมคติที่มีแต่เสรีภาพความเสมอภาคความสงบสุข ซึ่งไม่ต่างจากสรรพสัตว์ทั้งหลายในแอนิมอล ฟาร์ม แห่งนี้”