Home Work & Living Living 6 สัญญาณเตือน “เครียด” จนเกินรับมือได้!

6 สัญญาณเตือน “เครียด” จนเกินรับมือได้!

ภาพจาก freepik.com

เมื่อเราต้องอยู่ในสังคมที่มีแต่ความเคร่งเครียด ทั้งเรื่องส่วนตัว ครอบครัว ที่ทำงาน รวมไปถึงข่าวสารรอบตัว ทำให้หลายคนเกืดความรู้สึกว่าตนเองไม่สามารถจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นได้

หากใครเริ่มสงสัยว่าตนเองเครียดจนทนไม่ไหวแล้วหรือเปล่า ลองเช็กลิสต์ 6 สัญญาณเตือนนี้ดูก่อน จะได้หาทางรับมือได้อย่างตรงจุด

1. การนอนเปลี่ยนแปลงไป

คนที่มีความเครียด กังวลใจ หรืออยู่ในอาการซึมเศร้าจนเกินรับมือไหว มักจะนอนไม่ค่อยหลับ พลิกตัวไปมาตลอด นอนไม่เต็มอิ่ม จากที่ควรต้องพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง/วัน

ถ้ารู้สึกว่าการนอนของคุณผิดปกติไปจากเดิม ให้ลองสำรวจดูหน่อยว่า มีความเครียดใดคั่งค้างอยู่ในใจหรือไม่ เพื่อหาทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น และขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

2. พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป

คนที่สุขภาพดี ร่างกายไม่มีโรคภัย สภาพจิตใจก็จะดีตามไปด้วย แต่สำหรับผู้อยู่ในสภาวะที่ต้องแบกรับความกดดัน อีกทั้งทุกอย่างรอบตัวก็ดูเร่งรีบไปหมด จึงทำให้พวกเขาไม่ได้ใส่ใจกับการดูแลร่างกายมากพอ รีบกินให้อิ่มเพราะมีเวลาน้อย หรือกินหวานมากเกินไปเพื่อเยียวยาความเครียด และเมื่อนอนหลับไม่เพียงพอ ก็ยังส่งผลให้ร่างกายต้องการน้ำตาลเพิ่มมากขึ้นด้วย

เมื่อคุณรู้สึกว่าวิถีการกินของตนเองเปลี่ยนไป ลองกลับมาเริ่มต้นใหม่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ และอาหารการกินต่าง ๆ เพราะหากสุขภาพกายดี สุขภาพใจก็จะดีตามไปด้วยเช่นกัน

3. รู้สึกหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่แค่ไหน ก็สามารถทำให้คุณหงุดหงิดใจได้ตลอดเวลา จนบางครั้งรู้สึกว่าโลกทั้งโลกไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลขเลย ซึ่งการที่มีความเครียดสะสมจากการทำงาน จากคนในครอบครัว ทำให้คุณหงุดหงิดไปกับทุกสิ่ง และกลายเป็นคนที่เกรี้ยวกราดได้ง่าย

ถ้ากำลังตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ และควรรีบปรึกษาจิตแพทย์ เพราะปัญหาด้านอารมณ์นั้นส่งผลต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง จึงไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องปกติ

4. ข้องเกี่ยวกับสิ่งเสพติด

เมื่อเกิดความเครียด หลายคนมักจะหาทางออกด้วยการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ขณะที่บางคนอาจพึ่งสารเสพติดที่รุนแรง เพื่อหวังว่าจะช่วยหลุดพ้นจากความตึงเครียดในชีวิตได้ แต่วิธีการนี้ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาของคุณบรรเทาลง มีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงยิ่งกว่าเดิม

ดังนั้น หากเริ่มรู้ตัวว่ากำลังเข้าไปข้องเกี่ยวกับสิ่งเสพติดต่าง ๆ ควรลด ละ เลิกให้เร็วที่สุด หากไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเองให้รีบปรึกษาแพทย์หรือจิตแพทย์

5. เริ่มมีอาการเซื่องซึม

อาการเซื่องซึมของคุณนั้น จะค่อย ๆ เริ่มจากน้อยไปหามาก จากที่เศร้าซึมเป็นบางวัน ก็กลายเป็นทุกวัน เกิดความรู้สึกท้อแท้ห่อเหี่ยว จนทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมใด ๆ ได้ อย่างที่เคยทำ

หากพบว่าตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้อยากทำอะไร ต้องการนอนเฉย ๆ อยู่เงียบ ๆ คนเดียวในห้อง แสดงความความเครียดของคุณนั้นเริ่มมีมากเกินกว่าจะรับมือไก้แล้ว

6. ไม่ดูแลตัวเองเหมือนก่อน

คุณเริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่สนใจว่ารูปร่างหน้าตาจะเป็นเช่นไร สภาพของคุณเปลี่ยนไปจนคนรอบข้างสังเกตเห็น ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคุณรู้สึกเบื่อหน่าย มีความเครียด จนทำให้ไม่สนใจดูแลตัวเอง

ถ้าเริ่มสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเองในกระจก ก็คงถึงเวลาที่จะต้องสำรวจจิตใจของคุณว่าต้องการจะหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่หรือไม่ เพื่อหาทางแก้ไขให้ตรงจุด