
นิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องครูอาจารย์และการศึกษาไทยในปัจจุบัน โดยสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,258 หน่วยตัวอย่าง และเก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคาดหวังของประชาชน ต่อครูอาจารย์ไทยในปัจจุบัน พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 40.54% ระบุว่า อยากให้ครูอาจารย์ทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น ตรงต่อเวลา พูดจาชัดเจน แสดงความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา สุภาพเรียบร้อย เป็นต้น
รองลงมา 34.42% ระบุว่า อยากให้ครูอาจารย์รักและเข้าใจศิษย์ เพื่อที่ศิษย์จะได้กล้าปรึกษาในสิ่งต่างๆ และอีก 24.09% ระบุว่า อยากให้ครูอาจารย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนหาวิธีการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองมากขึ้น ขณะที่ 18.84% ระบุว่า อยากให้ครูอาจารย์ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด เช่น พูดจาข่มขู่ ใช้คำพูดไม่สุภาพ เยาะหยันหรือดูถูกผู้เรียน รวมถึงอีก 16.06% ยังอีกระบุว่า อยากให้ครูอาจารย์ช่วยเหลือศิษย์ โดยสังเกตความผิดปกติหรือข้อบกพร่องของศิษย์ และพร้อมให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้เมื่อถามถึงสิ่งที่ควรปฏิรูปมากที่สุดด้านการศึกษา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 26.55% ระบุว่า ต้องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และรองลงมา 24.48% ระบุว่า ต้องมีกลไกระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนา ผู้ประกอบวิชาชีพครูอาจารย์ ขระที่ 19.16% ระบุว่า ต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างของหน่วยงานในสถานการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นเพียงความคิดเห็นจากประชาชนกลุ่มหนึ่งในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งอาชีพครูอาจารย์ก็ถืออีกหนึ่งอาชีพทีมีเกียรติ และได้รับการยกย่องในสังคม
แต่ปัจจุบันมีข่าวด้านลบเกี่ยวกับครูอาจารย์ออกมาเห็นกันแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นครูทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน ครูเล่นหวย ครูตรวจการบ้านผิด ครูปล่อยปละนักเรียนจนลูกศิษย์ถูกรุ่นพี่ล่วงละเมิดทางเพศ และอาจารย์ให้เด็กแลกคะแนนแลกเกรดด้วยการใช้ SEX เป็นต้น ซึ่งการกระทำเหล่านี้ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ ก็เป็นเพียงการกระทำเฉพาะบุคคลเช่นกัน จึงทำให้ต้องมองย้อนกลับไปว่าความจริงแล้วครูอาจารย์ที่ดีนั้น ก็ยังมีอยู่มากในสถาบันการศึกษาของไทย เพียงแต่เรื่องราวของพวกเขาไม่ได้ถูกนำเสนอให้ผู้อื่นได้รับรู้
และอาชีพครูอาจารย์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนนักเรียนเท่านั้น การเป็นครูอาจารย์ในประเทศไทย 1 วัน พวกเขาต้องรับผิดชอบเด็กมากกว่า 50 คนต่อการสอน ในบางกรณีครูที่อยู่ตามโรงเรียน ยังต้องมีหน้าที่มาทำบัญชีหรืออยู่ดูแลสหกรณ์โรงเรียนระหว่างเด็กพักทานอาหารกลางวัน หรือแม้แต่บางโรงเรียนที่มีครูจบมาในสายสาธารณสุข ก็ยังต้องมารับผิดชอบในส่วนของการดูแลห้องพยาบาล เพื่อปฐมพยาบาลและจ่ายยาให้กับเด็กนักเรียนที่ป่วยหรือไม่สบาย
รวมถึงยังมีกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายที่ครูต้องคอยดูแล และจัดทำขึ้นเพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าร่วม เช่น ต้องเป็นครูพี่เลี้ยงในการเข้าค่าย หรือเป็นครูผู้นำกีฬาสี ซึ่งที่กล่าวมายังไม่ได้ครอบคลุมถึงหน้าที่จริงๆ ของการเป็นครูหรืออาจารย์เลย เพราะสิ่งที่ครูอาจารย์ต้องรับผิดชอบตามวิชาชีพ นั่นก็คือการสอนและให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน นักศึกษา การจัดวางแผนการเรียนการสอน การออกข้อสอบ การทำสื่อในการเรียนการสอน การประเมินให้คะแนนผู้เรียน เป็นต้น
ฉะนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะบอกผู้ปกครองหลายคนไว้ก็คือ การเข้าอกเข้าใจในครูอาจารย์ ที่ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างที่มีมากกว่าหน้าที่ ซึ่งบางทีพวกเขาอาจไม่ได้ละเลย แต่เพราะดูแลไม่ทั่วถึงจริงๆ กับนักเรียนที่มีจำนวนมาก และสำหรับครูอาจารย์เองก็ควรจะมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ อย่าใช้อำนาจของการเป็นครูอาจารย์ในทางที่ผิด ควรมีความเมตตาต่อเด็กนักเรียน และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ด้วย





























