
ผลการสำรวจของโพลส่วนใหญ่ในช่วงเวลาที่นักการเมืองกำลัง Exercise กันอย่างคึกคักนั้น ระบุถึงคะแนนความนิยมในตัว “ลุงตู่” ที่ยังคงมีเสียงสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งนายกฯต่อหลังจากมีการเลือกตั้งทั่วไป ดังเช่นผลการสำรวจล่าสุดของ นิด้าโพล ที่ ระบุว่า “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายเลือกตั้ง (ครั้งที่ 4)” กันยายน 2561
ซึ่งเสียงสนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงมาอันดับหนึ่ง นับตั้งแต่การสำรวจครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2561 ที่มีความนิยมอยู่ที่ 38.64 เปอร์เซ็นต์ แต่ในครั้งที่สี่นั้น เปอร์เซ็นต์ลดลงเหลือ 29.66 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาเป็นอับดับที่สอง ด้วยเปอร์เซ็นต์ความนิยมที่เพิ่มมากขึ้น และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แซงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาอยู่ในอันดับสาม ด้วยเปอร์เซ็นต์ความนิยมที่ 13.83 เปอร์เซ็นต์ ส่วนนายอภิสิทธิ์ นั้นตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 4 ที่ 10.71 เปอร์เซ็นต์
เอาเป็นว่า แม้เปอร์เซ็นต์ความนิยมจะลดน้อยลง แต่ลุงตู่ก็ยังครองใจคนไทยจำนวนหนึ่งได้ และอาจมีความเป็นไปได้ที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และเมื่อถึงวันนั้น พลเอก ประยุทธ์ จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ที่ไม่เหมือนกับการดำรงตำแหน่งนายกฯ ควบไปกับ หัวหน้า คสช. อย่างแน่นอน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ทีมงาน Tonkit360 ขอยกตัวอย่างแบบน้ำจิ้มมาเล่าสู่กันฟัง
การอภิปรายในสภาฯ
เมื่อเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง การจะผ่านกฎหมายสักฉบับ หรือจะอนุมัติงบประมาณสักก้อน ไม่ใช่เรื่องที่จะไปงุบงิบตกลงกันได้ ต้องมีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นจะมีการอภิปรายจากทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อาจจะรู้สึกหงุดหงิดได้ง่าย ๆ กับฝีปากของนักการเมืองที่ชอบตีวัวกระทบคราด ถึงเวลานั้นในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ต้องอดทนฟังกันไป จะลุกขึ้นมาตวาดหรือแสดงอาการณ์หงุดหงิด ใส่เหล่า ส.ส. ที่กำลังอภิปราย ก็คงเป็นเรื่องที่จะทำให้ตำแหน่งนายกฯ นั้น ไม่สง่างาม
ฝ่ายค้านจอมขุด
เมื่อเป็นรัฐบาลแบบประชาธิปไตย พรรคฝ่ายค้านก็จะมีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีไปจนถึงนายกรัฐมนตรี เรื่องจะไปยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ คงทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะการตรวจสอบแบบนี้ จอมขุดในตำนานจากฝ่ายค้านก็มีอยู่หลายคน และจอมขุดเหล่านั้นก็ต้องมาพร้อมกับหลักฐานและคำกล่าวอ้าง ซึ่งเรื่องแบบนี้แม้จะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่นายกฯ และคณะรัฐมนตรีจะถูกแซะเป็นปลาทอดตลอดการดำรงตำแหน่งเลยทีเดียว
ม็อบรายวัน
การมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งก็เท่ากับทำให้ทุกคนในประเทศมีโอกาสที่จะเรียกร้องสิทธิของตนเอง และ ฃเหล่าเอ็นจีโอทั้งหลายก็จะเป็นฝ่ายจัดสรร และสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมตัวกันเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิ ภาพการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ หน้าทำเนียบ หรือการยื่นหนังสือต่อนายกฯ จะกลับมาอีกครั้ง ถึงเวลานั้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศก็ต้องคอยตอบคำถามและให้สัญญากันไป
เสียงจากสื่อจะดังกว่าเดิม
หลังจากถูกจำกัดพื้นที่ และการแสดงความคิดเห็นมาเกือบ 8 ปี เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ไม่ว่านายกฯ จะเป็นพลเอก ประยุทธ์ หรือไม่ เสียงของสื่อมวลชนจากทุกแพลทฟอร์มก็จะกลับมาดังตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นคอลัมนิสต์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ นักวิเคราะห์การเมือง วิเคราะห์ข่าวทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุ รวมไปถึงเหล่า Influencer ในโซเชียลมีเดีย ทั้งหมดจะเป็นเสียงสะท้อนที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ จะได้ยิน ได้อ่าน และได้ฟังโดยตลอด และฐานะผู้นำประเทศก็ต้องทนฟังไป เพื่อให้ได้รู้ว่าคนในประเทศกำลังถูกชี้นำไปทางไหน
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างแบบน้ำจิ้มที่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งจะได้ประสบพบเจอ ถ้ามองว่า น่ารำคาญ ก็น่ารำคาญ แต่ภายใต้ระบอบการปกครองระบบประชาธิปไตย การฟังเสียงของประชาชน ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ หรือคุณว่าไม่จริง






























