
การเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 จะเป็นการเลือกตั้งทั่วไปอย่างเป็นทางการที่ห่างหายไปจากเมืองไทยนานเกือบ 8 ปี (นับจากการเลือกตั้งในปี 2544) แต่ก่อนจะไปถึงวันที่ประชาชนจะได้เดินไปลงคะแนนในคูหาเลือกตั้ง ที่บางคนอาจจะยังงง ๆ กับอยู่ว่าระบบจัดสรรปันส่วนผสมนี่ต้องกากบาทยังไง
เอาเป็นว่า ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราคงต้องผ่านช่วงเวลาหาเสียงของเหล่านักการเมืองกันก่อน และครั้งนี้ นอกเหนือจากป้ายหาเสียงที่จะรุงรังสายตาอยู่ตามเสาไฟฟ้าแล้ว โลกโซเชียลน่าจะกลายเป็นทุ่งสังหารคู่แข่งทางการเมืองโดยการปล่อยข่าวลือข่าวลวง ผ่านคำว่า Follower และ Engagement
หรือแม้กระทั่งระดมให้เหล่า Influencer หรือ ศาสดาในโลกออนไลน์ ได้ชักนำให้ลูกแกะของตนเอง เชื่อในสิ่งเดียวกับที่พวกเขาเชื่อ นี่ยังไม่นับรวมTrend แฮชแทค # แปลก ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากมาย จะว่าไปแล้วมัน คือ สงครามของการสาดข้อมูลที่น่าจะทำให้คนรับสารต้องกรองข้อมูลกันหลายชั้นเลยทีเดียว
และก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้น Tonkit360 จะพาคุณผู้อ่านไปเตรียมความพร้อมกับ คุณปรเมศวร์ มินศิริ นักโต้คลื่นอินเทอร์เน็ตรุ่นบุกเบิกและปัจจุบัน คือ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์กระปุกดอทคอม และที่ปรึกษาโครงการ Media Fun Facts เป็นบทสนทนาที่เมื่อเราถอดเทปมาเรียบเรียงให้คุณผู้อ่านได้อ่านกันในบรรทัดต่อจากนี้จะทำให้ คุณตั้งรับกับการเลือกตั้งยุค 4.0 ที่โซเชียลมีเดีย กลายเป็นเครื่องมือชี้วัดชัยชนะและความพ่ายแพ้ได้เลย
1.
ในงานเสวนาเกี่ยวกับการแชร์ข้อมูลข่าวสารของโลกโซเชียลกลางกรุงเทพมหานคร อันเป็นที่นัดหมายระหว่าง ทีมงาน Tonkit360 เราได้พบกับความเป็นกันเองที่ยังคงเหมือนเดิมกับ คุณปรเมศวร์ มินศิริ หรือ “พี่เอ๋อ” ที่ยิ้มทักทายทีมงานพร้อมเรียกให้เข้าไปนั่งคุยถามไถ่ความเป็นไปกัน ก่อนที่ “พี่เอ๋อ” จะขอทวนหัวข้อสัมภาษณ์กับเราอีกครั้ง และชักชวนแบบคนที่คิดเร็วทำเร็ว (เหมือนเคย) ว่า “งั้นเราไปคุยกันเลยไหม ยังพอมีเวลาอยู่”
คำถามแรกที่ Tonkit360 อุ่นเครื่องกับ “พี่เอ๋อ” คือ สิ่งที่หลายคนอาจรู้สึกอยู่แล้วในเวลานี้ ว่าโซเชียลมีเดีย จะกลายเป็นสื่อที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการหาเสียง ในปี 2562 ซึ่ง “พี่เอ๋อ” แสดงความคิดเห็นว่า
“ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เชื่อว่า โซเชียลมีเดีย จะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบัน สื่อโซเชียลมีเดีย กลายเป็นทุกอย่างในการสื่อสารของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นช่องทางในการเสพข่าว หรือแชร์ข่าว
ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่โซเชียลมีเดีย อาจจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สามารถเป็นตัวตัดสินผลแพ้-ชนะ ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ส่วนใครจะเป็นผู้ชนะนั้น คงต้องดูว่า ใคร (ผู้สมัคร/พรรคการเมือง) สามารถใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสารกับประชาชนได้ดีกว่ากัน”
“โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ที่รัฐบาลประกาศปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ แม้ยังคงมีคำสั่งห้ามมิให้ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดียในบางเรื่อง แต่เชื่อว่า ข้อห้ามของรัฐบาลนั้น อาจกลายเป็นตัวชี้วัดว่า ใครกันที่สามารถใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างเนื้อหาตามกฎกติกาได้ดี และมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน”
2.
ไม่เพียงแต่จะมองเห็นภาพรวมในอนาคตของศึกเลือกตั้ง ปี 2562 ในฐานะคนที่ทำงานในแวดวงนี้มานาน “พี่เอ๋อ” ยังมีความกังวลถึงการรับข้อมูลของประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียว่า
“การใช้โซเชียลมีเดียแม้จะมีข้อดี ตรงที่สามารถส่งข้อมูลไปประชาชน (ผู้รับสาร) ได้อย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องเตรียมรับมือ คือ กระแสข่าวลือ ข่าวลวง หรือข่าวปลอม ซึ่งบางครั้งอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ต้นตอของข่าวเหล่านั้น มาจากไหน
แต่จะรู้อย่างเดียว คือ มีการแชร์ข่าวนั้น ๆ แล้ว ไปในวงกว้างจนไม่อาจยับยั้ง หรือแก้ไขได้ทันแล้ว และเรื่องนี้เอง ที่อาจกลายเป็นจุดพลิกผันในโค้งสุดท้ายที่อาจเปลี่ยนผู้ชนะให้กลายเป็นผู้แพ้ได้ในพริบตา”
เมื่อพื้นที่โซเชียลมีเดีย จะกลายเป็นทุ่งสังหารคู่ต่อสู้ ทำให้ทีมงาน Tonkit360 คิดต่อว่า เหล่า Influencer ที่เป็นกลุ่มคนที่ชี้นำทางความคิดทั้งในโลกโซเชียลและสังคมปัจจุบัน อาจได้รับใบสั่งจากพรรคการเมือง เพื่อชี้นำผู้ติดตามตนเอง ซึ่งก็ไม่ต่างจากการเป็นหัวคะแนน เรื่องนี้ทีมงานก็ได้ถาม “พี่เอ๋อ” ในฐานะ Influencer คนหนึ่งว่า มีโอกาสเป็นไปได้ไหม
“ก่อนตอบคำถามนี้ ผมขอออกตัวก่อนว่าผมไม่รับเป็นหัวคะแนนให้ใคร ส่วนที่ว่ามีโอกาสที่ Influencer จะถูกดึงไปเป็นหัวคะแนนหรือไม่ ผมบอกเลยว่า มีโอกาสถูกดึงให้ไปเป็นหัวคะแนนแน่นอน
และเชื่อว่าตอนนี้ก็มีหลายท่านที่อาจถูกหมายตาจากบรรดาผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ด้วยหวังทาบทามให้มาช่วยสนับสนุนผู้สมัครหรือพรรคของตน ในการช่วยขยายพื้นที่หรือขยายฐานเสียงของพรรค“
คำตอบของ “พี่เอ๋อ” น่าจะทำให้หลายคนร้องอ๋อ กันขึ้นมาบ้างเมื่อเห็น Influencer หรือ ศาสดาในโลกออนไลน์แต่ละคนเริ่มหยอด Content ที่เกี่ยวพันกับนักการเมือง หรือพรรคการเมืองออกมา และเราในฐานะชาวโซเชียลก็คงต้องคิดให้ดีก่อนแชร์เหมือนที่พี่เอ๋อ บอกว่า
“เวลาแชร์ข่าวสารให้คิดเป็นรูปตัวยู คิดเยอะ ๆ ก่อนว่า ข่าวนั้นมีความเป็นจริงอยู่มากน้อยแค่ไหน และถ้าแชร์ออกไปแล้วจะกระทบไปถึงใครบ้าง”
3.
นอกเหนือจาก Influencer ที่กำลังจะกลายเป็นที่ต้องการของเหล่าพรรคการเมืองแล้ว การสร้างเพจส่วนตัว หรือ เพจของพรรค กลายเป็นสิ่งที่ต้องเรียกว่า “ของมันต้องมี” แต่ยอด Follower และยอด Engagement นั้นสามารถระบุอะไรได้หลายอย่าง บรรทัดนี้ก็อยากให้แอดมินเพจนักการเมือง หรือพรรคการเมืองได้อ่านสิ่งที่พี่เอ๋อพูดเสียหน่อย
“เอาจริง ๆ แล้วที่มี Follower เยอะ ก็เหมือนกับว่าเป็นคนที่มีแฟนคลับเยอะ เขาก็ช่วยขยายหรือชี้นำได้เยอะ ใครที่ชอบฝ่ายไหน และฝ่ายไหนก็มีฐานของเขาอยู่แล้ว อย่าว่าแต่นักการเมืองเลยครับ ในปัจจุบันมีการสร้างเพจที่มีความสนใจเฉพาะด้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”
“ส่วนเรื่องที่พรรคใหม่ ๆ จะมีโอกาสแค่ไหน โดยการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเพิ่มฐานเสียงให้กับตนเอง ส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า มีโอกาสมาก เพียงแต่ต้องคำนึงไว้ก่อนว่า ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของการมียอดไลค์เยอะแล้วจะมีคนเห็นด้วยตลอด เราจะเจอเพจแต่ละเพจที่แม้จะมียอดไลค์เยอะ แต่เนื้อหายังไม่เคลียร์ ไม่ถูกใจชัดเจนก็ยังไม่ค่อยมีคนช่วยขยายสักเท่าไร
และต่อให้ทำใหม่ ถ้ามีเนื้อหาชัดเจนและมีความถูกใจ ผู้บริโภคมีการปฎิสัมพันธ์ การแชร์ก็อาจจะสูงได้ ความสำคัญจะอยู่ที่ความสำคัญที่เนื้อหามากกว่าความแรงของสื่อ อยู่ที่ว่า ใครจะผลิตเนื้อหา ซึ่งเนื้อหามันเข้าใจง่าย และโดนใจมากกว่ากัน”
คำถามสุดท้ายก่อนที่การสัมภาษณ์จะจบลง ทีมงาน Tonkit360 นึกถึงการเลือกตั้งในต่างประเทศที่ล้วนแล้วแต่มีเซอร์ไพรส์ คลื่นลูกใหม่ที่เรียกความนิยมของตนเองผ่านโซเชียลมีเดีย ทีมงานเลยอยากรู้ว่า มีโอกาสไหมที่จะเห็น เซอร์ไพรส์ ! ในการเลือกตั้งปีหน้า
“เอาเป็นว่าถ้าย้อนกลับไปสมัยสมัยโอบามา ก็ชนะด้วยโซเชียลมีเดียนะ เพราะว่าเขาก็มีการตั้งฐานอาสาสมัครและตั้งศูนย์ประเด็นขึ้นมา เพื่อให้อาสาสมัครทำงานด้านโซเชียลมีเดียสื่อสารกับกลุ่มคนที่ให้ความสนับสนุน
และตอนที่โซเชียลมีเดียสร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุด ก็คงเป็นตอนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา และภายหลังมีรายงานว่า ส่วนหนึ่งของความสำเร็จก็เพราะทีมงานของทรัมป์นั้น ใช้โซเชียลมีเดียอย่างจริงจัง และใช้ในด้านที่คนนึกไม่ถึงด้วย มีทั้งบนดิน ใต้ดินครบถ้วน ผลการเลือกตั้งก็ออกมาเซอร์ไพรส์เลย
ถามว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในไทยได้ไหม ผมว่าก็น่าลุ้น แต่ว่าเซอร์ไพรส์ ไม่เซอร์ไพรส์ น่าจะเป็นเรื่องรองเรื่องใหญ่ คือ ใครที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดมากกว่า”
นั่นคือประโยคทิ้งไว้ให้คิดของ คุณปรเมศวร์ มินศิริ Influencer ที่ในเวลานี้นักการเมืองหลายคนคงอยากได้เขาเป็นที่ปรึกษา แต่ขอโทษด้วยพี่เอ๋อ ประกาศในสไตล์ของตัวเองแล้วว่า “ผมไม่รับงานนะครับ”






























