
ทุกวันนี้ ข้อมูลส่วนตัวของคุณล้วนวนเวียนอยู่ในโลกออนไลน์ (เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หรือยูทูป) ทั้งชื่อ-นามสกุล อายุ ที่อยู่ หรือที่ทำงาน กระทั่งการโพสต์ การแชร์ภาพ หรือเช็กอิน ไม่ต่างจากเป็นการแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคุณ
แต่รู้หรือไม่ว่า ข้อมูลส่วนตัวของคุณเป็นที่ต้องการของกลุ่มนักการตลาด ตลอดจนผู้ไม่หวังดี ที่ต้องการนำข้อมูลของคุณไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ดี แล้วปัจจุบันคนไทยเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวกับเรื่องใดบ้างนั้น ลองไปดู “ผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประเทศไทย ปี 2561” จาก ETDA ที่ Tonkit360 นำมาฝากกันเลย
กิจกรรมที่ “คนไทย” เต็มใจ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (แบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์)
สมัครใช้บริการทางการเงิน/บริการต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
จากผลสำรวจพบว่า มีคนไทยถึง 71.3% ที่ยินดีเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ในการสมัครใช้บริการทางการเงินทางอินเทอร์เน็ต เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นของธนาคาร ขณะที่การสมัครใช้บริการอื่น ๆ ทางอินเทอร์เน็ต มีถึง 58.4% ด้วยกัน
ลงทะเบียน/สมัครใช้งานโซเชียลมีเดีย
มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตร่วม 50.1% ที่ระบุว่า เคยกรอกข้อมูลส่วนตัว เพื่อสมัครใช้งานโซเชียลมีเดีย อย่าง เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อีเมล์ เป็นต้น
รับบริการจากภาครัฐ
มีประชาชนไทยเพียง 32.3% ที่ยอมรับว่า “การขอรับบริการจากภาครัฐ” นั้น เป็นหนึ่งในบริการที่ประชาชนต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวอย่างครบถ้วนและสมบูณ์ที่สุด เพราะหากขาดข้อหนึ่ง ข้อใดไป ก็อาจไม่ได้รับบริการตามที่ภาครัฐประกาศไว้
ลงทะเบียนลุ้นรับของสมนาคุณ/ลุ้นรับรางวัล
เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีประชาชนถึง 28.3% ร่วมสนุก ลุ้นรับของสมนาคุณหรือรางวัลตามที่มีการประกาศแจกในเว็ปไซต์ หรือ เฟซบุ๊ก อาทิ Samsung เปิดให้ลงทะเบียนรับของสมนาคุณ หรือสมัครสมาชิก เพื่อรับผลิตภัณฑ์มาทดลองใช้ เป็นต้น
ส่วนเหตุผลที่ผู้ใช้โซเชียลไม่กังวลที่มีข้อมูลส่วนตัวทางสังคมออนไลน์ ทั้งรูปแบบการอัพเดทสถานะว่า ตอนนี้กำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร หรือเปิดเผยว่า กำลังคบหาอยู่กับใคร หรือจะเลิกกับใคร จนหลงลืมไปว่า ข้อมูลทั้งหมดนั้น อาจถูกใช้ไปในทางที่อาจเป็นอันตรายกับคุณได้ นั่นเป็นเพราะ…
มั่นใจว่า พื้นที่ในโลกโซเชียล เป็นพื้นที่ส่วนตัว
จนบางครั้งหลงลืมไปว่า เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หรือยูทูป “ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัว” แต่เป็นพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คุณได้แบ่งปันข้อมูล เรียกว่า เมื่อคุณโพสต์หรือแชร์อะไรลงไป เพื่อนและผู้ใช้คนอื่นจะรับรู้ทันที
เชื่อว่า หน่วยงานที่ได้ข้อมูลไป มีระบบป้องกันข้อมูลที่เข้มแข็ง
ด้วยสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ ล้วนมีจุดใด จุดหนึ่ง ที่ระบุถึง มาตรการรักษาความปลอดภัย เป็นผลให้ผู้ใช้บริการหลายคน เข้าใจว่า ข้อมูลที่ตนกรอกไว้ จะไม่รั่วไหลไปไหน แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ มีอยู่หลายครั้งที่เราเห็นข่าวข้อมูลส่วนตัวหลุดออกไป ล่าสุด เฟซบุ๊ก ต้องเผชิญปัญหาด้านความปลอดภัย หลังพบว่าข้อมูลของผู้ใช้กว่า 50 ล้านคน รั่วไหลออกไป
แล้วมีข้อมูลหรือการกระทำแบบใดบ้างที่ไม่ควรทำ เพราะเสี่ยงต่อการถูกละเมิดความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ได้ อาทิ
(1) ระบุชื่อ-นามสกุล วัน/เดือน/ปีเกิด อายุ สมาชิกในครอบครัว หรือที่อยู่ ลงสื่อออนไลน์แบบสาธารณะ
(2) อัปโหลดรูปหรือวีดีโอลงสื่อออนไลน์ทันทีหลังถ่าย
(3) อัปโหลดรูปตั๋วโดยสาร หรือตั๋วเครื่องบิน ลงสื่อออนไลน์
(4) แชร์โลเคชั่นของคุณแบบเรียลไทม์ลงสื่อออนไลน์
(5) การให้รหัสผ่าน เพื่อเข้าใช้งานสื่อออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรืออีเมล์ กับผู้อื่น (เพื่อนสนิท/คนรัก/พี่น้อง)
(6) ไม่ยอม Log Out ออกจากเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรืออีเมล์ หลังใช้งานบนอุปกรณ์ของคนอื่น
(7) ไม่ตั้งค่าล็อกหน้าจออัตโนมัติ หลังเลิกใช้งาน
(8) ข้อมูลทางการเงิน
ผลกระทบที่เกิดจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
(1) การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่รู้จักดีพอ อาทิ การลงรูปภาพของครอบครัวหรือลูก เสี่ยงต่อการขโมยข้อมูล การลักพาตัวเด็ก หรือการหลอกลวงอื่น ๆ
(2) การอัพเดทความเคลื่อนไหวส่วนตัวตลอดเวลา อาทิ บอกสถานะว่าไม่อยู่ที่บ้าน หรือกำลังเดินทางไปที่ไหน อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีวางแผนมาทำร้าย หรือวางแผนขโมยทรัพย์สินได้
(3) ขาดความระมัดระวังในการโพสต์หรือแชร์ข้อความ ภาพ และคลิปต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเสียหายผ่านสื่อออนไลน์ของตน เพราะอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย ที่สำคัญอาจบานปลายจนกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณต้องตกงาน เนื่องจากเจ้านายไม่พอใจทัศนคติด้านลบของคุณ
(4) การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดให้กับบุคคลภายนอกที่ไม่รู้จักดีพอ อาทิ การลงรูปภาพของครอบครัวหรือลูก อาจนำมาเรื่องปัญหาการปลอมตัวหรือการหลอกลวงอื่น ๆ
เมื่อสื่อโซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางการสื่อสารที่ลดทอนพื้นที่ความเป็นส่วนตัวของคนให้เหลือน้อยลงไป ฉะนั้น ก่อนโพสต์อะไรลงไป คุณควรตั้งสติให้มั่น อย่าใช้อย่างสุ่มเสี่ยง เพราะบางทีข้อมูลของคุณอาจถูกนำเอาไปใช้โดยไม่รู้ตัว






























