
ในบรรดาสัตว์ประหลาดจากนอกโลก เพรดเดเตอร์ (ที่คนไทยอ่านผิดว่า พรีเดเตอร์ กันมา 30 กว่าปี) ถือเป็นหนึ่งตัวละครที่ถูกอัญเชิญมาขึ้นจอบ่อยมาก ทั้งหนังเดี่ยวของตัวเองที่มีเนื้อหาตามกันมา 3 ภาค และไปแจมกับเพื่อนซี้อย่าง เอเลี่ยน เรื่อง Alien VS. Predator อีก 2 ภาค และปีนี้นักล่าจากต่างดาวตัวนี้กลับมาขึ้นจอใหญ่อีกครั้งกับ The Predator ที่มาพร้อมความน่ากลัว และความบ้าแบบไม่มีกั๊ก

The Predator เวอร์ชั่นล่าสุด เล่าเรื่องของ ควินน์ พลแม่นปืนและเพื่อนร่วมกองทัพที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจกลางป่า ทว่าดันมียานของเจ้าเพรดเดเตอร์ตกลงมากลางป่า ก่อนเกิดการปะทะกัน ฝ่ายมนุษย์ฉวยจังหวะเอาเกราะแขนและหน้ากากกลับมาได้ก่อนเล่าให้กองทัพฟัง ทว่ากลับถูกวินิจฉัยว่าเป็นบุคคลเสียสติจึงส่งไปรักษากับเหล่าทหารอีก 5 คนที่มีอาการป่วยทางจิตเหมือนกัน แต่เจ้าเพรดเดเตอร์ตัวดังกล่าวก็กลับมาอีกครั้งเพื่อทวงของที่โดนมนุษย์ฉกไปกลับคืน

ส่วนตัวไม่ได้มีความผูกพันใดๆกับนักล่าจากอวกาศตัวนี้เท่าไหร่ เทียบกับคู่กัดของมันอย่าง เอเลี่ยน รายหลังนี้ผู้เขียนชอบมากกว่า แต่กับภาคล่าสุดนี้พอสังเกตเห็นชื่อของ เชน แบล็ค ผู้กำกับมือเก๋าที่เคยกุมบังเหียนซูเปอร์ฮีโร่เกราะเหล็ก IRON MAN 3 ซึ่งเป็นตอนที่ผู้เขียนชอบที่สุดในซีรีส์ และเป็นคนเขียนบทหนังดังมากมายเช่น Lethal Weapon 1-2, Last Action Hero ฯลฯ มานั่งเก้าอี้ดูแลนักล่าตัวนี้ แม้กระแสวิจารณ์ทางต่างประเทศจะโดนสับแบบยับเยิน แต่เพราะเครดิตเก่าๆที่สั่งสมมาดีจึงขอเข้าไปลุยในโรงสักหน่อย
เมื่อดูจบก็เข้าใจเลยว่าทำไมภาคนี้เสียงยี้ค่อนข้างเยอะ เพราะมันถูกนำเสนอในแบบหนังลูกผสม ทั้งแอ็คชั่น สยองขวัญ และ คอเมดี้ โดยเฉพาะแนวหลังนี้ถือว่าเข้าทาง ผกก. เชน แบล็ค มากๆ ทำให้ระหว่างดูเราจะเห็น เพรดเดเตอร์ ไล่ฟันตัวละคร แขนขาด หัวหลุด ไส้ไหล แต่จากนั้นประมาณ 2-3 นาที ก็เปิดให้ตัวละครหลักในเรื่องยิงมุกใส่กันเหมือนปืนกล และมันก็วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้ดูเหมือนไม่สุดสักทาง เดี๋ยวสยอง เดี๋ยวขำ ซึ่งผิดโทนกับ เพรดเดเตอร์ ตอนก่อนๆที่มาโทนซีเรียส ขึงขัง โหดเหี้ยม ฯลฯ

ปัญหาต่อมาคือการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างสับสน กว่าจะจับใจความได้ว่าเจ้าเพรดเดเตอร์ ลงมาทำอะไรบนโลกนี้ก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ไหนจะไดอะล็อกบทพูดของกลุ่มตัวละครหลักที่พูดกันไม่เป็นภาษาคนเลย หนังแอ็คชั่นแท้ๆแต่พูดอะไรทำให้เข้าใจยากทำตัวเองเหมือนเป็นหนังสไตล์ไขปริศนา ดาวินชี โค้ด (ถึงจะมีตรรกะรองรับก็เถอะ) ตอนหลังผู้เขียนเลยไม่สนใจแล้วว่าพวกนี้พูดอะไรกัน ภาวนาให้เจ้าเพรดเดเตอร์กระโดดออกมาเชือดกลุ่มตัวเอกให้จบๆไปซะ (ฮา)

แต่ถ้ามองในแง่ดี The Predator ภาคนี้ก็มีส่วนที่น่าชื่นชมอยู่บ้างเมื่อทีมงานจงใจสร้างเรื่องราวใหม่ที่ๆไม่ผูกกับซีรีส์เก่ามาเล่า เติมความสดใหม่ที่ภาคเก่าไม่เคยทำเข้าไป แถมล้างภาพเดิมที่เพรดเดเตอร์สู้กับเหล่าทหารฝีมือดี มาเป็นกลุ่มทหารที่เสียสติกันยกแก๊ง ประหนึ่งคนบ้าปะทะสัตว์ประหลาด ใครที่ตามดูหนังของ ผกก.เชน แบล็ค มาตลอดก็คงไม่แปลกใจเพราะเขาชอบสร้างตัวละครบ้าๆบอๆมาเป็นตัวขับเคลื่อนอยู่แล้วตั้งแต่งานอย่าง Kiss Kiss Bang Bang หรือ The Nice Guys เรื่องก่อนหน้า ถึงจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจพอสมควรที่ทหารแก๊งนี้มีฝีมือตบกับนักล่านอกโลกที่ล่องหนได้อย่าง เพรดเดเตอร์ แบบสูสีกินกันไม่ลงก็เถอะ
ท้ายเรื่องมีการทิ้งเชื้อเล็กๆส่งสัญญาณว่าพร้อมจะมีภาคต่อไปให้ได้ชมกันแน่หากทางสตูดิโอเปิดไฟเขียวให้สร้างต่อ แต่ดูจากเสียงวิจารณ์ที่ออกมาไปทางลบก็เชื่อว่าน่าจะมีภาคต่อยากสักหน่อย ยกเว้นหนังไปทำเงินนอกสหรัฐฯ แบบเป็นกอบเป็นกำค่อยมาลุ้นกันอีกที
แต่ถ้าเป็นไปได้…พอแค่นี้เห๊อะ (ฮา)






























