Home Work & Living Living สังเกตคนรอบข้าง 10 สัญญาณเตือนเสี่ยงฆ่าตัวตาย

สังเกตคนรอบข้าง 10 สัญญาณเตือนเสี่ยงฆ่าตัวตาย

การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นคู่กับมนุษย์มาช้านาน และอาจแบ่งสาเหตุการฆ่าตัวตายออกเป็นปัจจัยทางสังคม ทางจิตใจ และทางการแพทย์ การฆ่าตัวตายของแต่ละคนมักจะมีสาเหตุและความเป็นมาที่แตกต่างกัน ซึ่งจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย แนวโน้มเกี่ยวกับฆ่าตัวตายในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2524 ถึงปี พ.ศ.2539 ค่อนข้างคงที่ โดยมีอัตราขึ้นลงอยู่ระหว่าง 7.3-7.7 ต่อประชากร 100,000 คน และอัตราการการฆ่าตัวตายของประเทศไทย พื้นที่ที่มีการฆ่าตัวตายสูงสุดจะเป็นเขตภาคเหนือ และชายฝั่งตะวันออก

10 สัญญาณอันตรายที่เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

1. แยกตัว ไม่พูดกับใคร หรือมีภาวะซึมเศร้า เป็นสาเหตุของการฆ่าตัวตายประมาณร้อยละ 50 โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการรุนแรงและมีประวัติเคยทำร้ายตนเองมาก่อน ผู้ป่วยทางจิตเวชที่คิดฆ่าตัวตาย เมื่อรักษาจนภาวะทางจิตดีขึ้น ส่วนใหญ่ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายจะลดลง การรักษาที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญในการป้องกันการฆ่าตัวตาย และการเจ็บป่วยทางจิตเวชถือเป็นสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตาย

2. มีคนในครอบครัวฆ่าตัวตายมาก่อน จากการศึกษาพบว่าอารมณ์เศร้าที่มีอาการรุนแรง หรือที่มีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น มีอาการหวาดระแวง รู้สึกขาดความหมายของการมีชีวิตอยู่ การฆ่าตัวตายในสังคมเช่นนี้จะเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับสังคมที่เน้นความเป็นตัวของตัวเอง ทั้งนี้อาจมีสาเหตุส่วนมาจากกรรมพันธุ์ หรือมีคนในครอบครัวฆ่าตัวตายมาก่อนแล้ว

3. เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว ผู้ที่คิดและพยายามฆ่าตัวตาย มักจะมองการฆ่าตัวตายว่าเป็นทางออกเพียงทางเดียวที่เขามีอยู่ในขณะนั้น และมองว่าการตายเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการทนอยู่กับปัญหา หรือความเจ็บปวดทางจิตใจที่เขาเผชิญอยู่ เขาจึงมีความรู้สึกถูกบีบคั้นจากปัญหาจนทนไม่ได้ หมดความหวัง จึงต้องการหยุดการรับรู้ลง

4. มีแผนฆ่าตัวตายที่แน่นอน โดยดูได้จากแจกจ่ายของรักของหวง พูดจาฝากฝังคนข้างหลัง จัดการงานหรือทรัพย์สินให้เรียบร้อย ผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จมักเป็นผู้ชาย ที่มีความเจ็บป่วยทางจิตเวช มีการวางแผนฆ่าตัวตายไว้ล่วงหน้า และใช้วิธีการที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แบละทำในช่วงเวลาสถานที่ที่คนอื่นช่วยเหลือได้ยาก

5. เวลาพูดมีน้ำเสียงวิตกกังวล สีหน้าเศร้าหมอง จากการศึกษาพบว่าผู้ที่ใช้ทักษะการแก้ปัญหาเชิงรุกจะเครียดน้อยกว่าผู้เลี่ยงปัญหา หรือเน้นแต่การบรรเทาด้านอารมณ์ การตัดสินใจฆ่าตัวตายจึงเป็นเหมือนทางออกเพื่อหนีจากปัญหาที่เขามองไม่เห็นทางแก้ไข

6. ติดสุราหรือยาเสพติด ปัญหาติดสุราหรือยาเสพติด ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการฆ่าตัวตายประมาณ 1 ใน 4 โดยเฉพาะผู้ดื่มสุราที่มีปัญหาสุขภาพร่างกาย ปัญหาชีวิตสมรส ปัญหาในที่ทำงาน หรือมีปัญหาทางกฎหมายจากการดื่มสุราและยาเสพติด

7. ทรมานจากโรคจนต้องพึ่งยารักษาประจำ และนอนไม่หลับติดกันเป็นเวลานานๆ การรักษาด้วยยาเพื่อปรับการทำงานของระบบสารเคมีในสมอง ช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วกว่าการรักษาทางจิตใจ โดยเฉพาะหากมีอาการรุนแรงหรือมีอาการทางจิตจำเป็นต้องได้รับยาในการรักษา แต่การรักษาจะได้ผลดีที่สุด และช่วยป้องกันไม่ให้กลับเป็นซ้ำ หากให้การรักษาทั้งทางยา และทางจิตใจควบคู่กันไป

8. ชอบพูดเปรยๆ ว่าอยากตาย คนทั่วไปอาจมีความคิดชั่ววูบที่อยากตาย ความคิดเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงชีวิตประสบปัญหายุ่งยาก เกิดความเครียด ทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความหมายหรือเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ รู้สึกไม่เป็นที่รักจนไม่อยากมีชีวิตอยู่

9. ประสบปัญหาชีวิต เช่น ล้มละลาย สูญเสียคนรักกะทันหัน เป็นโรคเรื้อรัง พิการจากอุบัติเหตุ ผู้คิดฆ่าตัวตายมักมองตนเองว่าเป็นคนไร้ค่า ไม่มีความสามารถ มองสังคมรอบตัวว่าขาดความเป็นธรรมและไม่ให้อภัยต่อความผิดพลาดของตน เกิดความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง เบื่อหน่ายและเศร้าใจ ผู้คิดฆ่าตัวตายมักเป็นผู้ที่ขาดทักษะในการแก้ปัญหาชีวิต

10. มีอารมฌ์ขึ้นๆ ลงๆ ที่น่าระวังคือ เมื่ออารมฌ์เปลี่ยนแปลงเป็นตรงกันข้าม จากซึมเศร้าหรือหงุดหงิดมานาน กลับดูสบายใจอย่างผิดหูผิดตา ช่วงนี้แสดงว่าเขารวบรวมความกล้าและตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะฆ่าตัวตาย

ถ้าผู้ใดมีสัญญาณดังกล่าวมานี้ ญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทควรจะดูแลคนผู้นั้นอย่างดี คอยอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยอย่างใกล้ชิด พูดให้กำลังใจ เพื่อให้คลายความเศร้า กังวล หรือเห็นท่าไม่ดีต้องพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้การปรึกษา หรือพบแพทย์เพื่อบำบัดรักษาหรือใช้บริการ 1667 ฮอตไลน์ คลายเครียด ของกรมสุขภาพจิตได้ตลอดเวลา

ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต