Home Uncategorized เงินเงินเงิน หนีหนี้ไม่ดีแน่…หนทางรอดจากหนี้ท่วม

หนีหนี้ไม่ดีแน่…หนทางรอดจากหนี้ท่วม

เคยได้ฟังนักบรรยายทางการเงินชื่อดังท่านหนึ่งกล่าวว่าช่วงปีที่ผ่านมานี้ ได้รับเชิญไปบรรยายเรื่องการปลดหนี้บ่อยมากกว่าเรื่องการออม ถือเป็นเรื่องน่าตกใจ และยิ่งเจอข่าวครูรวมตัวขอพักชำระหนี้ เพราะไม่มี ไม่หนี แต่ไม่จ่าย ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น คนไทยหลายกลุ่มตอนนี้น่าจะเผชิญกับภาวะเป็นหนี้มากกว่า ภาวะไม่มีความรู้เรื่องการออม หรือ การลงทุน ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมหลักคิดของการรอดจากหนี้ท่วมมา หากทำได้ตามนี้ ก็อาจจะช่วยให้คุณปลดหนี้ได้ไวมากขึ้น 

หนทางรอดจากการเป็นหนี้ก็มีหลักการง่ายๆ  5 ข้อนั่นก็คือ

“คิดดอก รวมยอด ยุบสมบัติ ยักย้ายหนี้  รักษาเครดิต” ท่องไว้เลยนะจ๊ะ

1. คิดดอก

ก่อนอื่นต้องคิดก่อนเลยว่า หนี้ของเราที่มีทั้งหมดนั้น มีหนี้อะไรบ้าง และ ดอกเบี้ยเท่าไหร่  โดยเรียงยอดหนี้สินจาก ยอดที่ดอกเบี้ยสูงที่สุด ไป ดอกเบี้ยที่น้อยที่สุด และเริ่มชำระเกินจำนวนชำระขั้นต่ำของหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยๆ ไล่ชำระเพิ่มในหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงถัดๆ มาจนหมด

2. รวมยอด

พยายามรวมยอดหนี้ เช่น หากมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบให้ทำการรวมให้เป็นยอดเดียวเพื่อให้เรารู้ว่า ยอดหนี้ของเราในแต่ละเดือนทั้งหมดแล้ว ต้องจ่ายเท่าไหร่ และ เพียงพอต่อรายได้ที่เหลือในแต่ละเดือนหรือไม่

3. ยุบสมบัติ

เลือกทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ หรือ ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในช่วงเวลานี้ นำออกมาขาย อย่าคิดว่าต้องเป็นทรัพย์สินใหญ่ๆ เช่นรถมอเตอร์ไซต์ นาฬิกาเรือนหรู เท่านั้นนะคะ บางคนแค่เอาของใช้ส่วนตัวสภาพดีในตู้มาปล่อยขายผ่านเฟสบุ๊ค หรือ ขายที่ตลาดตัวละ 50 บาท ตัวละ 100 บาท ก็อาจจะได้เงินขึ้นมาเพื่อบรรเทาภาระ หรือช่วยค่าใช้จ่ายได้แล้ว

4. ยักย้ายหนี้

คือ การที่เราหาเเหล่งเงินกู้ที่มีดอกต่ำกว่า มาจ่ายปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า เช่นการย้ายจากหนี้นอกระบบ มาเป็นหนี้ในระบบ หรือ การหาข้อมูลจากสวัสดิการ รวมทั้งประกันชีวิตที่เราเคยทำเอาไว้ ว่ามีส่วนไหนที่สามารถปรับ หรือ เป็นสินเชื่อสำหรับเพื่อมาปิดหนี้ที่เรามีได้บ้าง เพราะเมื่อเราจ่ายดอกเบี้ยในแต่ละเดือนลดลงก็จะสามารถที่จะมีศักยภาพในการผ่อนจ่ายหนี้แต่ละเดือนได้เพิ่มมากขึ้น

5. รักษาเครดิต

ทำการเจรจากับเจ้าหนี้ ห้ามหนี ห้ามผิดนัด ยอมรับความจริงกับเจ้าหนี้ของเราว่า เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขเดิม เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ หรือ ลดอัตราผ่อนรายเดือนให้น้อยลง และ ขยายเวลาชำระหนี้ออกไป เช่น หากมีภารผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน พร้อมกับ ชำระหนี้บัตรเครดิต เราสามารถยื่นเรื่องกับธนาคารเพื่อขอลดจำนวนผ่อนชำระรายเดือนของสินเชื่อบ้านลง เพื่อนำมาจ่ายบัตรเครดิตได้มากขึ้น เพราะดอกเบี้ยบัตรเครดิตมีจำนวนที่สูงกว่าดอกเบี้ยบ้านหลายเท่า  

ลองนำหลัก 5 ข้อนี้ไปใช้ก็อาจจะยิ้มรับภาระหนี้ได้อย่างสบายใจมากขึ้นนะจ๊ะ