
ถ้าจะบอกว่าวิญญานขบถ มักจะสิงอยู่ในหัวใจของเด็กหลังห้องเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็คงไม่ผิดจากความเป็นจริงเท่าไรนัก เพราะเด็กหลังห้องมักจะต่อต้านกฎเกณฑ์ทีเราเห็นว่ามันล้าสมัย พวกเขาจะเห็นว่าการทำกิจกรรมนอกห้องเรียนนั้น สนุกกว่านั่งเรียนอยู่ในห้อง หลายครั้งที่เด็กกลุ่มนี้มักแสดงให้เห็นว่าอยากจะเติบโตเพื่อใช้ชีวิตที่เป็นของตนเองมากกว่าที่จะให้ใครมากำหนด
เมื่อเรายังเด็กนั้น ผู้ใหญ่มักพูดว่าชีวิตวัยเรียนนั้นแสนสนุกและสบายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรนอกจากผลการเรียน แน่นอนว่าพวกเราเถียงกันขาดใจ การเรียนนั้นเครียดจะตายไป เวลาเกรดออกแต่ละครั้งไอ้เด็กหลังห้องที่ว่าแน่ๆนี่แหละ ไม่ค่อยอยากจะเปิดสมุดรายการผลการศึกษาสักเท่าไร เพราะบททดสอบในวัยเรียนนั้นทุกอย่างวัดกันที่การสอบถ้าเกรดดี คะแนนดี เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยได้ที่ดีๆ ก็ถือว่าผ่านบททดสอบขั้นต้น
แน่นอนว่าเด็กหลังห้องหลายคนไม่ผ่านบททดสอบดังกล่าวก็ในเมื่อมันมีอะไรที่สนุกกว่าการเรียนตั้งเยอะ และสิ่งที่ตามมาคือคำสบประมาท ที่มักจะกล่าวหาว่าพวกเราไม่เอาไหน แล้วคำสบประมาทเหล่านั้นก็ทำให้เด็กหลังห้องหลายคนที่ฮึดสู้จนกระทั่งผ่านบททดสอบเข้าสู่การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและสำเร็จการศึกษาจนทำให้พ่อแม่ได้ชื่นใจ
เมื่อถึงเวลาที่เด็กหลังห้องต้องออกมาใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง โลกที่คิดว่าจะเขย่ามันได้โดยง่ายแท้จริงแล้ว เราต่างหากที่ถูกเขย่าสเตตัสเด็กหล้งห้องที่เรารู้สึกภูมิใจนักหนา แท้จริงแล้วแค่เสี้ยวหนึ่งเพื่อให้คิดถึงของชีวิตเท่านั้น คราบน้ำตาเพราะผลสอบที่ไม่ดี หรือ ถูกครูทำโทษที่มาโรงเรียนสาย กลายเป็นความสุขที่มีไว้ให้นึกถึง เพราะชีวิตจริง ถ้าทำงานไม่ดี เข้างานสาย มันหมายถึงการประเมินผลในการทำงานที่ส่งผลต่อการดำรงชีวิต
และถึงแม้ว่าเราจะมีประสบการณ์ของเด็กหลังห้อง ที่ใครๆก็มองด้วยสายที่แปลกๆ แต่หลายคนคงเห็นด้วยว่าสายตาแบบนั้นก็ยังดีกว่า ชีวิตที่เติบใหญ่ขึ้นแล้วต้องเจอกับรอยยิ้มที่เราไม่สามารถแปลความหมายในทางที่ดีได้ หรือสายตาที่เราไม่สามารถมองออกได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ
สังคมที่เราอยู่ในทุกวันนี้ ทำให้เรารู้ว่า กฎเกณฑ์ที่เราเคยคิดว่าอยากจะแหกนั้นปล่อยให้มันมีอยู่เสียจะดีกว่า เพื่อควบคุมคนความพยายามของบางคนที่จะทำให้สิ่งที่ผิดกลายเป็นสิ่งที่ถูก เรื่องสนุกที่เราทำกันในวัยเด็กยังสนุกกว่าความสนุกในปัจจุบันที่สนุกกันจนตาย หรือแม้แต่อิสระที่เราอยากได้ แท้จริงแล้วมันควรมีข้อกำหนด เพราะถ้าทุกคนใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระกันหมด ก็หมายความว่าใครนึกจะทำอะไรก็ได้ตามใจ
หวังว่าเด็กหลังห้องที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วในเวลานี้คงสบายกันดี เราเชื่อว่าวิญญานขบถของเด็กหลังห้องในตัวคุณคงยังไม่หมดไปคำสบประมาทยังคงเป็นคำท้า ที่ทำให้เด็กหลังห้องแบบคุณพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อลบคำกล่าวหาเหล่านั้น สำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่การได้สู้ในแบบของเราแล้วอย่างเต็มกำลังจะทำให้คุณไม่หลงลืมตัวตนที่แท้จริงของคุณเอง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ






























