ผ่านกันไปแล้วสำหรับด่านแรกของฟุตบอลโลก ซึ่งตอนนี้เราก็ได้ 16 ทีม ที่จะไปต่อกันในด่านสุดท้าย กับ รอบน็อคเอาท์เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผ่านมาจะมีนักเตะคนใดบ้าง ที่โชว์ฟอร์มได้เด่นที่สุด และ แย่ที่สุด เราคัดมาให้ทั้งหมดแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปชมกันดีกว่า
เด่น

เดนิส เชอรีเชฟ – รัสเซีย
แนวรุกจากทีมเจ้าภาพ รัสเซีย โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจเลยทีเดียว ในรอบแบ่งกลุ่ม หลังเกมนัดแรก เค้าถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรอง แต่สามารถทำให้แฟนๆ ได้ยิ้มกันถ้วนหน้า ด้วยการซัดไป 2 ตุง แถมในเกมนัดที่ 2 ยังช่วยเกมรุกของทีมได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถทำได้อีก 1 ประตู อีกต่างหาก ทำให้ตอนนี้เค้าทำไปแล้ว 3 ประตู ช่วยให้ รัสเซีย เข้ารอบ 16 ทีมไปได้อย่างสบายหายห่วง

เยอร์รี มินา – โคลอมเบีย
ปราการหลังวัย 23 ปี จากโคลอมเบีย อย่าง เยอร์รี มินา กลายเป็นฮีโร่ประจำชาติไปซะแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นฟันเฟืองสำคัญช่วยให้ทีมเก็บคลีทชีทได้ทั้ง 2 นัดหลังติดๆ เค้ายังโชว์ฝีมือในการเล่นลูกกลางอากาศด้วยการโขกไป 2 ตุงจากทั้ง 2 เกมดังกล่าว ช่วยให้ ทัพโคลอมเบีย เข้ารอบ 16 ทีมไปได้แบบหวุดหวิด และจากผลงานดังกล่าว คงจะตอบคำถามทุกคนได้แล้วว่า ทำไม บาร์เซโลน่า ถึงคว้าตัวเค้ามา แถมยังมีค่าฉีกสัญญาสูงถึง 100 ล้านยูโร

คริสเตียโน โรนัลโด้ – โปรตุเกส
ยอดดาวยิงระดับโลกของทัพฝอยทอง อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่พึ่งจะระเบิดแฮตทริคครั้งที่ 51 ในชีวิตของเจ้าตัวไปเมื่อเกมนัดแรก พ่วงมาอีก 1 ประตูในเกมนัดที่ 2 แต่เค้าดันไปพลาดจุดโทษในเกมนัดสุดท้าย ทำให้อดทาบตำแหน่งดาวซัลโวไปอย่างน่าเสียดาย โดย โรนัลโด้ ทำไปแล้ว 4 ประตู จากโอกาสยิง 5 ครั้ง ตลอด 3 เกมที่ผ่านมา แถมยังสร้างสถิติสุดยอดไว้อีกมากมายในฟุตบอลโลกครั้งนี้

โรเมลู ลูกากู – เบลเยียม
ยอดดาวยิงตัวเก่งจากเบลเยียม โชว์ผลงานได้อย่างสวยหรูเลยทีเดียวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ หลังจาก 2 นัดแรก เค้าทำไปนัดละ 2 ประตูติดๆ จากโอกาสยิงเพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น ช่วยให้ เบลเยียม ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย กับตำแหน่งแชมป์กลุ่ม G ได้อย่างสวยงาม แถมยังมีโอกาสลุ้นเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์อีกต่างหาก โดยในตอนนี้เค้าตามหลัง แฮร์รีย์ เคน ดาวยิงจากอังกฤษเพียง 1 ประตูเท่านั้น

แฮร์รีย์ เคน – อังกฤษ
คงจะไม่มีใครร้อนแรงเท่า หัวหอกตัวความหวังของอังกฤษอีกแล้วในเวลานี้ ด้วยผลงานระเบิดฟอร์มพังประตูไปถึง 5 ประตู จากการลงเล่นเพียง 2 นัด ทำให้ ณ ตอนนี้ แฮร์รีย์ เคน นำเป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์นี้เดี่ยวๆ แซงหน้า โรเมลู ลูกากู และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ยังหยุดไว้อยู่ที่ 4 ประตู และด้วยฟอร์มที่สุดยอดของ เคน คงไม่ต้องเถียงกันอีกแล้ว ว่าเค้าอยู่ในระดับ นักเตะ เวิล์ดคลาส แล้วหรือยัง
ดับ

ดาบิด เด เกอา – สเปน
นายทวารฝีมือระดับโลก อย่าง ดาบิด เด เกอา ที่ถึงแม้จะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดติ่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทว่ากับทีมชาติสเปนในฟุตบอลโลก เค้าดันโชว์ฟอร์มได้อย่างไม่น่าประทับใจเท่าไร หลังเสียไปถึง 5 ประตู จาก 3 นัด แถมเกมนัดแรกกับ โปรตุเกส เจ้าตัวดันไปซองแตกในจังหวะรับลูกยิงของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ทำให้ลูกบอลลอดขาเข้าประตูไป ส่งผลให้ สเปน ไม่สามารถเก็บชัยได้ และยังกลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปในชั่วข้ามคืน

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ – โปแลนด์
ยอดดาวยิงตัวความหวังของ โปแลนด์ ที่ถึงแม้จะโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในรอบคัดเลือกับผลงานพังไปถึง 16 ประตู แต่ทว่ากับการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเจ้าตัวกลับมีฟอร์มที่น่าผิดหวังซะเหลือเกิน โดยเค้ามีโอกาสยิงเพียงแค่ 9 ครั้งเท่านั้น ตลอดการลงเล่นทั้ง 3 นัด และไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูได้สักประตูเดียว ส่งผลให้ โปแลนด์ กลายเป็นชาติแรกจากยุโรปที่ตกรอบไปแบบไก่โห่ตั้งแต่จบเกมนัดที่ 2

ฮาเมส โรดริเกซ – โคลอมเบีย
ดาวซัลโวประจำฟุตบอลโลกหนที่แล้วอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ ยังมีฟอร์มที่ไม่เข้าตาเท่าไรนักในฟุตบอลโลกหนนี้ เนื่องจากตัวเค้ายังไม่สามารถเป็นความหวังประจำทีมได้เหมือนกับแต่ก่อน แต่มันก็มาจากผลพวงจากอาการบาดเจ็บของเค้าด้วยส่วนหนึ่ง และนี่ก็อาจจะเป็นอีกเหตุผลนึงที่ โคลอมเบีย เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปได้แบบทุลักทุเล

ลิโอเนล เมสซี่ – อาร์เจนตินา
ดาวเตะระดับพระกาฬ และตัวความหวังประจำทัพฟ้าขาว ยังคงถูกพูดถึงกันอย่างต่อเนื่อง หลังเจ้าตัวยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มในระดับที่ฝากผีฝากไข้ได้สักเท่าไร หลังทำได้เพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น ตลอด 3 เกมที่ผ่านมา แต่ส่วนนึงก็มาจากเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ อาร์เจนตินา ต้องลุ้นเข้ารอบ 16 ทีม จนถึงนัดสุดท้ายชนิดที่ว่า สุดบีบหัวใจแฟนบอลกันเลยทีเดียว

โธมัส มุลเลอร์ – เยอรมนี
คนที่โชวฟอร์มได้น่าผิดหวังที่สุด คงจะหนีไม่พ้นนักเตะที่ เยอรมนี ฝากความหวังได้เสมอ อย่าง โธมัส มุลเลอร์ หลังจากที่ฟุตบอลโลก 2 หนที่แล้วรวมกัน เค้าทำไปถึง 10 ประตู แต่มาถึงฟุตบอลโลกหนนี้เค้าดันโชว์ฟอร์มได้แบบชนิดที่ว่า ไม่เอาอ่าว เลยทีเดียว เพราะเจ้าตัวยังไม่มีแม้แต่สัก ประตู หรือ แอสซิสต์ เลย แถมยังมีสถิติเลี้ยงไม่ผ่านคู่แข่งเลยอีกด้วย ตลอด 3 เกมที่ผ่านมา และนอกจากนักเตะคนอื่นๆ ของทัพอินทรีเหล็ก ที่โชว์ฟอร์มไม่ได้มาตรฐานแล้ว นี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ แชมป์ฟุตบอลโลก 2014 อย่าง เยอรมนี ต้องร่วงตกรอบแรกไปแบบช็อคสายตาแฟนบอลทั่วโลก
ภาพจาก – http://zeenews.india.com, http://ghanasoccernet.com, www.90min.com, https://talksport.com, @HKnae, @Cheryshev, @ChampionsLeague, @Sporf, @Squawka, @jamesrodriguez,

































