5 เหตุผลที่รายการเซอร์ไววัลใน ‘เกาหลีใต้’ ประสบความสำเร็จ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า รายการเซอร์ไววัลเรียลลิตี้ เพื่อเฟ้นหาศิลปินไอดอลหน้าใหม่ มาประดับวงการเพลงเกาหลีใต้นั้น กำลังเป็นที่ฮือฮาและได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นได้จากทั้งรายการ Produce 101 season1 และ 2 , Sixteen , Idol Shcool , Stay Kids , The Unit , Mixnine ฯลฯ และล่าสุดกับ Produce 48 ที่เกิดจากการรวม AKB 48 และ Produce 101 เข้าด้วยกันนั้น ก็เป็นกระแสร้อนแรงมาอยู่ตลอด วันนี้ Tonkit360 จึงได้รวบรวม 5 เหตุผลว่าทำไมรายการเซอร์ไววัลในประเทศเกาหลีใต้ ถึงได้ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้

1. เกาหลีใต้ ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศแห่งการผลิตไอดอลอยู่แล้ว

สำหรับเกาหลีใต้แล้ว ตลาดเอเชียเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าการค้ามหาศาลทั้งจีน ญี่ปุ่น และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นตลาดเอเชียจึงเป็นเหมือนแหล่งขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ และในปัจจุบันอุตสาหกรรมเพลงของเกาหลีใต้นั้นก็ยังถือได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางอยู่แล้ว ซึ่งหากประเทศไทยจะพัฒนาอุตสาหกรรมเพลงโดยนำแนวทางต่าง ๆ ของเกาหลีใต้มาเป็นแบบอย่าง โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสหกรรมเพลงนั้น ก็จะต้องเริ่มพัฒนาที่รากฐานก่อน นั่นก็คือ ตัวศิลปินที่ต้องมีความเป็นมืออาชีพ มีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีระเบียบวินัยสูง รวมถึงบริษัทหรือค่ายเพลงของไทย ก็ต้องเพิ่มขีดความสามารถในการดึงเอาศักยภาพของศิลปินแต่ละคนออกมาให้มากที่สุดอีกด้วย

2. มาตรฐานอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีใต้

แนวทางกลยุทธ์การเจาะตลาดเอเชียของประเทศเกาหลีใต้ มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเพลงให้เป็นที่นิยมไปทั่วทั้งเอเชีย และปัจจุบันจะเห็นได้ว่าได้พัฒนามาจนถึงระดับทั่วโลกแล้ว ยกตัวอย่างเช่น วงบอยแบนด์แนวหน้าของเกาหลีใต้อย่าง BTS ซึ่งสร้างสถิติกับผลงานอัลบั้มใหม่ Love Yourself: Tear ที่เปิดให้จองพรีออร์เดอร์ในช่วงสัปดาห์แรกของกลางเดือนเมษายน 2018 ก็มียอดจองสูงสุดตลอดกาลถึง 1.44 ล้านก๊อบปี้ โดยเป็นวงเกาหลีวงแรก ที่มียอดจองอัลบั้มล้านชุดขึ้นไปมากกว่าหนึ่งอัลบั้ม อีกทั้ง BTS ยังคว้ารางวัลรางวัล Top Social Artist ในงานประกาศรางวัล Billboard Music Awards 2018 มาครองได้เป็นครั้งที่ 2 อีกด้วย ซึ่งนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่การันตีได้แล้วว่าอุตสาหกรรมเพลงเกาหลีใต้นั้นมีมาตรฐานที่สูงขึ้นไปอีกขั้นจริง ๆ

3. ฐานแฟนคลับมีอยู่ทั่วทั้งเอเชียและทั่วโลก

อย่างที่ทุกคนรู้กันดี ว่าศิลปินไอดอลจะอยู่ในวงการได้นาน และมีผลงานอย่างต่อเนื่อง ก็ต่อเมื่อได้รับการสนับสนุน และกระแสตอบรับที่ดีจากเหล่าแฟนคลับ ซึ่งก็คงพูดได้อย่างเต็มปากว่าในวงการ K-POP นั้นมีฐานแฟนคลับที่หนาแน่นอยู่ทั่วทั้งเอเชีย และกำลังพัฒนาไปในระดับทั่วโลก ฉะนั้นไม่ว่าจะมีรายการเซอร์ไววัลออกมาอีกกี่สิบรายการ แฟน ๆ ที่ชื่นชอบในความเป็น K-POP ก็ยังคงดูรายการเหล่านี้ และคอยติดตามเชียร์ เหล่าว่าที่ไอดอลต่อไปเรื่อย ๆ อยู่เสมอแน่นอน เพราะจากการรวมตัวของเด็กฝึกที่มีความสามารถเฉพาะตัว ทั้งร้องทั้งเต้น และบุคลิก รูปร่าง หน้าตาที่น่าค้นหา ก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่จะทำให้รายการเซอร์ไววัลของเกาหลีใต้ เป็นที่ดึงดูดให้ผู้คนมาให้ความสนใจ และเป็นกระแสที่น่าจับตาอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้

4. การครีเอทีฟรายการให้น่าติดตามและน่าสนใจ

“Content is the King” เป็นหลักการสำคัญที่คนทำรายการโทรทัศน์ยึดถือ รายการโทรทัศน์ที่สนุกต้องมีการแข่งขันและความท้าทาย เพราะนั่นคือสิ่งที่ง่ายที่สุดในการสร้างรายการ ให้ผู้ชมเข้ามานั่งดู และติดตามรายการตั้งแต่ต้นจนจบ บทที่แท้จริงของรายการ คือการแข่งขันที่กลายเป็นพระเอกของรายการที่มองไม่เห็น การแข่งขันกลายเป็นตัวดำเนินเรื่องหลัก นำพาให้สามารถกำหนดอารมณ์ได้ ทั้งตื่นเต้น สนุก ตลก หัวเราะ เศร้า เสียใจ สงสาร และการสร้างรายการเซอร์ไววัล เพื่อเฟ้นหาศิลปินไอดอลในเกาหลีใต้ มักจะเน้นนำเสนอไปที่การฝึกซ้อมของตัวเด็กฝึกแต่ละคน จึงทำให้ผู้ชมได้เห็นถึงความพยายามของพวกเขา จึงเกิดเป็นความอยากติดตาม อยากเชียร์และเอาใจช่วยให้อยู่รอดเป็นผู้ชนะ

5. หลังจบรายการเด็กฝึกแทบทุกคนยังมีชื่อเสียงและผลงาน

แน่นอนว่ารายการเซอร์ไววัลเกาหลีแทบทุกรายการ เป็นรายการที่แข่งขันเพื่อหาไอดอล ที่มีคะแนนโหวตจากผู้ชมมากที่สุดให้มาเป็นวงน้องใหม่ทั้งบอยแบรนด์และเกิร์ลกรุ๊ป ดังนั้นเมื่อรายการสิ้นสุดลง ผู้เข้าแข่งขันหรือเด็กฝึกหัดที่ชนะได้เดบิวต์จะต้องมีหน้าที่ และตำแหน่งที่ต้องไปทำต่อในนามของวงอยู่แล้ว ตามสัญญาจ้างกี่ปีก็ตามแต่ข้อตกลงของทางรายการ แต่สำหรับเด็กฝึกคนอื่นที่ไม่ได้เดบิวต์ในนามวงดังกล่าว พวกเขาก็ยังมีโอกาสให้การก้าวข้ามขึ้นมาเป็นศิลปินไอดอลได้เช่นกัน เพราะเนื่องจากการปรากฎตัวผ่านทางหน้าจอทีวีแล้ว มันก็ทำให้พวกเขาได้เป็นที่รู้จัก และมีฐานแฟนคลับอยู่เช่นกัน เรียกได้ว่าจากเป็นร้อย ๆ คนนี่แหละ นั่งติดตามผลงานกันให้หัวหมุนไปได้เลย