“โปรแกรมเมอร์” อาชีพที่ต้องการของตลาดแรงงาน

โลกยุคดิจิทัลที่มีความล้ำสมัย และเทคโนโลยีที่มีวิวัฒนาการแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของคนยุคนี้ เป็นไปด้วยความสะดวกสบาย รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการติดต่อสื่อสาร การเก็บข้อมูล ระบบการทำงานต่าง ๆ ซึ่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเข้ามามีบทบาทแทบทั้งหมด และผู้อยู่เบื้องหลังโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือรหัสซอฟต์แวร์ ก็คืออาชีพที่เราเรียกกันว่า โปรแกรมเมอร์ (Programmer) นั่นเอง

โปรแกรมเมอร์ ยังคงเป็นอาชีพที่ต้องการสูงของตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ เพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไอทีและดิจิทัล มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ขณะเดียวกันกลับพบว่า โปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล เรียกว่าเป็นวิกฤตการณ์ย่อม ๆ เลยก็ได้

ซึ่งวันนี้ Tonkit360 จะพาไปพูดคุยกับ คุณนัด-กษิดิศ ชัยชนะ อายุ 33 ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นนักโปรแกรมเมอร์ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต โดยคุณนัดมีประสบการณ์ด้านไอทีมาแล้วถึง 10 ปีเต็ม เราไปฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับอาชีพโปรแกรมเมอร์ และคำแนะนำดี ๆ ในการเริ่มเขียนโปรแกรมกับคุณนัดกันเลย

โปรแกรมเมอร์มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง หลักสำคัญในการเป็นโปรแกรมเมอร์คืออะไร

คุณนัด : อาชีพโปรแกรมเมอร์ ก็คือ จะเป็นคนที่ใช้ภาษาทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการสั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำตามที่เราต้องการ นี่ก็จะเป็นหน้าที่หลัก ๆ ของโปรแกรมเมอร์ที่จะต้องทำครับ สำหรับผมแล้ว หลักสำคัญของการเป็นโปรแกรมเมอร์ ก็คือ จะต้องมีความขยัน และมีความอดทนครับ เพราะบางทีเราต้องเจอกับความต้องการ (Requirement) ของลูกค้า ก็เลยต้องมีความขยันและอดทนเป็นส่วนใหญ่ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนที่ทำงานด้านสายนี้ จะต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ฉะนั้นโปรแกรมเมอร์ก็ต้องขยันที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอครับ

เริ่มเขียนโปรแกรมได้ตั้งแต่ตอนไหน และมีแรงบันดาลใจมาจากอะไร

คุณนัด : เริ่มเขียนโปรแกรมได้จริง ๆ ก็ตอนเรียนมหาวิทยาลัยครับ พอได้เรียนวิชาที่เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม ผมก็เริ่มเขียนได้ตั้งแต่ตอนนั้นเลย ส่วนแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมชอบงานไอที อย่างโปรแกรมเมอร์ ก็เพราะว่าผมเป็นคนที่ชอบเล่นคอมพิวเตอร์อยู่แล้วตั้งแต่เด็กครับ มันก็เลยซึมซับมาว่าผมรักและอยากที่จะทำงานด้านนี้ ก็เลยเลือกเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้อง แล้วก็มาประกอบอาชีพเป็นโปรแกรมเมอร์จนถึงทุกวันนี้ ก็นับ 10 ปีได้แล้วครับ

อุปสรรคในการเป็นโปรแกรมเมอร์สำหรับคุณนัดคืออะไร และมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

คุณนัด : อุปสรรคสำหรับผมเองจะเป็นเรื่องของภาษาครับ เพราะว่าส่วนใหญ่แหล่งความรู้ดี ๆ จะอยู่ในอินเทอร์เน็ต อย่างวีดีโอที่เป็นการเรียนการสอน (Video Tutorial) เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็จะเป็นภาษาอังกฤษเหมือนกัน ฉะนั้นโปรแกรมเมอร์ที่ได้ภาษาด้วยก็จะดีมาก เพราะจะได้รู้เท่าทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ แล้วก็ทันโลกทันสมัยอยู่ตลอดครับ ส่วนวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นของผมก็จะมีบ้างที่ใช้ตัวช่วยอย่าง Google แปลภาษา แต่จริง ๆ มันก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเราด้วย เพราะว่าทุกวันนี้ภาษาอังกฤษมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นก็เลยต้องพยายามที่จะเรียนรู้มันเพิ่มมากขึ้นครับ

วิธีการดูแลรักษาซอฟต์แวร์ให้ใช้งานได้เสถียรในแบบฉบับคุณนัด

คุณนัด : วิธีการรักษาซอฟต์แวร์ในแบบฉบับของผมก็คือ คอยอัปเดตทั้งตัวโค้ดและโปรแกรมให้ทันสมัย เพราะว่าเจ้าพวกนี้มันจะมีเวอร์ชั่นที่อัปเดตอยู่ตลอดเรื่อย ๆ ผมก็เลยพยายามอัปเดตตามเขาให้ทัน หรืออาจจะไม่ใช่เวอร์ชั่นที่ใหม่ที่สุด แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ในเวลานั้นมันอยู่ในอันดับที่เป็นที่ยอมรับครับ

จริงไหมที่ว่าโปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพที่ต้องทำงานอยู่ตลอด แล้วคุณนัดมีการแบ่งเวลาอย่างไรบ้าง

คุณนัด : ไม่จริงนะครับ ผมว่ามันอยู่ที่ปริมาณงานของเรามากกว่า และงานนั้นมันมีความยากง่ายยังไง ในช่วงเวลานั้นเรามีงานเยอะงานมากขนาดไหน แต่เอาจริง ๆ มันก็สามารถแบ่งเวลาได้ ถ้าเราแบ่งเวลาเป็น แต่สำหรับผมเองถ้าช่วงไหนงานเยอะ ๆ เลย ผมจะให้เวลากับงานเต็มที่ 1 วัน ไม่เกิน 12 ชั่วโมง หรือไม่เอาง่าย ๆ ก็คือไม่เกิน 4 ทุ่มของทุกวัน เพราะหลังจาก 4 ทุ่มผมก็จะไม่ทำงานแล้ว ก็จะไปทำอย่างอื่น ใช้ชีวิตประจำวันปกติครับ

แนะนำสำหรับคนทั่วไปที่อยากเขียนโปรแกรมสัก 1 โปรแกรม สามารถเริ่มง่าย ๆ ด้วยวิธีไหนได้บ้าง

คุณนัด : ถ้าอยากจะเริ่มเขียนโปรแกรมสัก 1 โปรแกรมเอาง่าย ๆ เลยก็คือ สามารถเสิร์ชหาข้อมูลได้จากอินเทอร์เน็ตครับ หรือไม่ก็ลองเลือกซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องมาอ่านก่อนสัก 1 เล่ม แต่ถ้ามีใจรักจริง ๆ ก็ค้นคว้าด้วยตัวเองผ่านอินเทอร์เน็ตก็ได้ เพราะว่าความรู้เกี่ยวกับการเขียนโปรแกรม ทุกวันนี้อยู่ในอินเทอร์เน็ตมีเยอะมาก จากนั้นก็ลองเลือกภาษาคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับเรา ที่เราถนัดและสนใจมาสัก 1 ภาษา ส่วนความยากง่ายของภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละภาษา ผมว่ามันก็พอ ๆ กันนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันหมด ไม่ค่อยแตกต่างกันมากเท่าไหร่ครับ

ขั้นตอนคร่าว ๆ ในการเขียนโปรแกรม 1 โปรแกรมมีอะไรบ้าง

คุณนัด : ถ้าเราจะเขียนโปรแกรมสัก 1 โปรแกรม จริง ๆ มันมีหลักที่เป็นสากลอยู่แล้วครับ เขาเรียกว่าหลัก SDLC (Software Development Life Cycle) มันก็จะมีขั้นตอนอยู่ประมาณ 6 ขั้นตอน คือผมก็จะใช้หลักนี้ตลอดเวลาที่จะเขียนโปรแกรม อย่างแรก ก็คือเราต้องไปรับความต้องการของลูกค้ามาก่อน ว่าเขาต้องการอะไร หลังจากนั้นขั้นตอนที่ 2 ก็จะมาวางแผนว่าความต้องการของลูกค้าที่เรารับมา เราจะใช้ระยะเวลาทำให้เขาเท่าไหร่ ขั้นตอนที่ 3 ก็คือเป็นการออกแบบระบบ ทั้งฐานข้อมูล ทั้งหน้าจอยูสเซอร์ที่ใช้ เป็นต้น ขั้นตอนที่ 4 ก็จะเป็นการลงมือเขียนโค้ดและก็ทดสอบเอง ขั้นตอนที่ 5 ถึงจะเป็นในส่วนของการให้ลูกค้ามาทดสอบพร้อม ๆ กับเราก็เทรนดิ้งให้เขาไปด้วย ขั้นตอนที่ 6 ก็คือการดูแลรักษาให้โปรแกรมนั้นมันใช้งานได้ตลอดครับ

รู้สึกอย่างไรบ้างที่อาชีพโปรแกรมเมอร์กำลังเดินทางเข้าสู่หนทางตัน

คุณนัด : สำหรับผมมองว่ามันยังไม่ถึงทางตันนะครับ อาชีพโปรแกรมเมอร์มันยังไปได้อีกไกล เพราะยิ่งในประเทศไทยบุคลากรในด้านนี้ไม่ได้มีเยอะมาก ถือว่าขาดแคลนเลยด้วยซ้ำ ทั้งโปรแกรมเมอร์ในยุคนี้ ก็มีวิธีการพัฒนาตัวเองให้ทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่มันหมุนไปในทุกวัน ก็ต้องมีการพัฒนาไอเดียใหม่ ๆ ของโปรแกรมเมอร์เองผสมเข้าไปด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเห็นได้จากสิ่งที่มันพัฒนามาให้เราได้ใช้กันในชีวิตประจำวันนี่แหละครับ อย่างเช่น นักโปรแกรมเมอร์ที่เขียนโปรแกรมขึ้นมาเพื่อพัฒนาในการช่วยเหลือคน หรือเป็นบริการต่าง ๆ เป็นต้นครับ

ความยากง่ายระหว่างการเขียนโปรแกรมเว็บ กับ แอปพลิเคชั่นโมบาย

คุณนัด : ความยากง่ายระหว่างการเขียนโปรแกรมเว็บกับแอปพลิเคชั่น มันอยู่ที่ความต้องการของลูกค้าที่เราได้รับมาครับ โปรแกรมเว็บที่มีการใช้งานไม่ซับซ้อน มันก็จะเขียนโปรแกรมได้ง่ายหน่อย แต่ถ้าเป็นแอปพลิเคชั่นโมบายที่มันมีลูกเล่นเยอะ ก็จะใช้เวลาเขียนค่อนข้างนานอยู่เหมือนกัน แต่ทั้งนี้ผมว่าถ้าความต้องการของลูกค้าไม่ได้มีมาก ยังไงก็ไม่ยากเกินความสามารถของโปรแกรมเมอร์ครับ

แนะนำถึงคนที่ใฝ่ฝันอยากจะมาเป็นโปรแกรมเมอร์หน่อย

คุณนัด : การเตรียมตัวเพื่อมาประกอบอาชีพ หรือสำหรับคนที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นโปรแกรมเมอร์นะครับ ก็ขอให้มีใจรัก แล้วก็ขยันอดทน เพราะว่าการจะมาเป็นโปรแกรมเมอร์ค่อนข้างจะใช้ความคิดเยอะมาก บางคนพอได้ลองมาเริ่มเขียนโปรแกรมจริง ๆ แล้วเจอปัญหาบ้าง เช่น แก้งานไม่ได้ คิดงานไม่ออก ก็อาจจะรู้สึกท้อแท้บ้าง ฉะนั้นก็อยากให้มีความขยันอดทน  มีใจรักจริง ๆ ในการเขียนโปรแกรม และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าครับ