Home Trending Story Trend ต่างประเทศ การกลับมาของ Cassette Tape (ตอนแรก)

การกลับมาของ Cassette Tape (ตอนแรก)

เป็นที่รู้กันในหมู่นักดนตรี คนทำเพลง นักฟัง และนักวิจารณ์ รวมไปถึงร้านขายแผ่นเสียง Cassette Tape หรือ Audio CD ว่าในวงการเพลงระดับโลกนั้น ในยุคสมัยหนึ่ง จะมีแนวดนตรีซึ่งเป็นที่นิยมในระยะหนึ่ง แล้วก็จะค่อยๆ เสื่อมความนิยมลง โดยมีแนวดนตรีอีกแนวหนึ่งขึ้นมาได้รับความนิยมแทน แล้วก็ค่อยๆ เฟดตัวลงไป แล้วเพลงแนวอื่นๆ ก็จะขึ้นมาดังแทน วนเวียนกันไปอย่างนี้จนครบทุกแนวเพลง ไม่ว่าจะเป็น Classic Folk Country Soul Blues R&B Rock Funk Pop Jazz Reggae Ska Rap Hip Hop Dance Electronic EDM

ขณะเดียวกัน สื่อบันทึกเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็น Studio Album Concert Bootleg Music Video Karaoke ต่างๆ ก็เวียนว่ายตายเกิด ออกมาให้แฟนเพลงได้เลือกซื้อหามาฟังและสะสม ไม่ว่าจะเป็น Single Vinyl Long-play Vinyl Cassette Tape Video Tape Audio CD Mini Disc Laser Disc VCD Super VCD DVD Blu-ray MP3 PONO Streaming Vinyl Disc

หลังจากตลาด CD เพลงในระดับสากล พากันล่มสลายตายจากไปพร้อมๆ กันด้วยการมาถึงของระบบ Streaming หรือการฟังเพลงผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และเมื่อประมาณ 5-6 ปีมานี้ Long-play Vinyl หรือแผ่นเสียง นั้นได้กลับคืนมาสู่วงการเพลงโลก แม้จะกลับคืนมาในกลุ่มคนฟังเล็กๆ ทว่า มูลค่าทางการตลาดนั้นมหาศาล เนื่องจากกลุ่มคนฟังเล็กๆ เหล่านั้นเป็นกลุ่มคนฟังกระเป๋าหนัก

แม้จะยังมีศิลปินที่ออกผลงาน CD เพลงชุดใหม่ๆ และค่ายเพลงบางค่ายก็ยังผลิต CD ออกวางจำหน่ายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ทว่า ก็ต้องถือว่าปริมาณหรือวอลุ่มในการซื้อขาย CD มือหนึ่งหน้าแผงหรือจากร้านขาย CD ที่เหลืออยู่ไม่มากนั้นลดลงอย่างน่ากลัว

สิ่งที่น่าสนใจคือการซื้อขายแผ่นเสียง เทป และ CD เพลงในตลาดมือสองมีความคึกคักอย่างเห็นได้ชัด เกิดเป็นแนวโน้มใหม่ที่ตีคู่กันมากับการที่ศิลปินบางคน บางวง หรือค่ายเพลงบางค่าย หันกลับมาผลิตแผ่นเสียงออกวางจำหน่าย

และเมื่อเร็วๆ นี้ วงการเพลงก็ต้องตกตะลึง เมื่อจู่ๆ ก็มีกระแสของการผลิต Cassette Tape เกิดขึ้น

โดยในระดับโลกต้องยกให้ Guardians of the Galaxy: Cosmic Mix Vol.1 และ Guardians of the Galaxy: Awesome Mix Vol.2 ซึ่งเป็นผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Guardians of the Galaxy ภาคหนึ่งและภาคสอง ที่มีการผลิตทั้งแผ่นเสียง CD เพลง และ Cassette Tape

และในบ้านเรา ก็คงต้องยกนิ้วให้วง POLYCAT กับผลงานชุด 80 Kisses ซึ่งมีการผลิตทั้งแผ่นเสียง CD เพลง และ Cassette Tape ออกมาวางขายเช่นเดียวกัน

ถือเป็นกระแสใหม่ของวงการเพลง ที่น่าสนใจก็คือ สนนราคาไม่ใช่ถูกๆ เพราะการกลับมาของ Cassette Tape เที่ยวนี้ เล่นกันอยู่ที่หลักครึ่งพันกันเลยทีเดียว

ส่วนเครื่องเล่นนั้น นำร่องมาโดย Sony ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกสัญชาติญี่ปุ่น

ทุกวันนี้ นอกจาก Sony จะเป็นเจ้าตลาด Hardware ในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าโลก โดยเฉพาะวงการเครื่องเสียงระดับสากลแล้ว Sony ยังเป็นเจ้าตลาด Software หรืออีกนัยก็คือ ปัจจุบัน Sony เป็นค่ายเพลงใหญ่ที่สุดในโลกไปแล้ว

เพราะผลพวงจากการที่ EMI Music Publishing ได้ขายกิจการให้กับ Sony Music Entertainment เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าราว 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ Sony Music Entertainment ได้ลิขสิทธิ์เพลงที่อยู่ใน Holding Company ของ EMI Music Publishing รวมกับสิทธิในสัญญากับศิลปินดั้งเดิมของ Sony เอง และที่ได้รับจากการควบรวมมาจากค่ายเพลงอื่นๆ ที่ผ่านมา กว่า 2 ล้านเพลง

ข่าวคราวล่าสุดในวงการ Hardware เพลงก็คือ Sony ประกาศรุกตลาดเครื่องเสียง Analog นำร่องด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียง และล่าสุดก็คือเครื่องเล่นเทปรุ่น Sony CFD-S70 BoomBox CD MP3 Cassette Tape FM AM Radio Audio Input Headphone Output RCA Jack

นับเป็นสัญญาณหนึ่งซึ่งบ่งบอกถึงการกลับมาของ Cassette Tape