การเลี้ยงเด็กสักคนในสมัยนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ และผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็มักจะใช้โทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟน เป็นเครื่องหลอกล่อให้ลูกหลานไม่ร้องไห้ งอแง แต่วิธีการนี้อาจจะทำให้ลูกหลานของท่านเกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ แถมยังส่งผลเสียต่อสุขภาพเด็ก ๆ อีกด้วย ฉะนั้นวันนี้เราจึงมี 10 กิจกรรมสร้างสรรค์กันลูกออกจากหน้าจอ มาฝากคุณพ่อคุณแม่กัน จะมีกิจกรรมอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันเลย
1.เข้าค่ายภาษาอังกฤษ

นอกจากได้เรียนรู้พัฒนาทางด้านภาษาเพื่อนำไปใช้ต่อเติมในการเรียนตามหลักสูตร ยังทำให้เด็กได้ใช้ภาษาจริงๆ กล้าพูด กล้าคิดไม่ว่าจะผิดหรือถูก การเข้าค่ายยังเป็นการได้ออกไปทำกิจกรรมกับคนอื่น ๆ เรียนรู้การเข้าสังคมได้ไปในตัว ซึ่งค่ายภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องต่างประเทศเท่านั้น เพราะมีหลายโรงเรียนที่เปิดโอกาสให้เด็กเข้ารับพัฒนาทักษะด้านภาษาได้มากขึ้น
2.เล่นกีฬา

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอะไรก็ตาม ถือเป็นการฝึกให้เด็กได้ใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ ได้มีกิจกรรมทางกาย และเรียนรู้แพ้ ชนะ อภัย ซึ่งเป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตในสังคมอย่างหนึ่ง เด็กที่เล่นกีฬานอกจากจะมีร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการสร้างนิสัยการเสียสละ การทำงานเป็นทีม รู้จักเรื่องการอดทนมากขึ้นได้ด้วย
3.เรียนดนตรี/ร้องเพลง

สุนทรีด้านดนตรีเป็นสิ่งช่วยสร้างจินตนาการเด็กได้อย่างดี มีผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมอง ร่างกาย และจิตใจ เพราะจะช่วยสร้างสมาธิ พัฒนาทักษะการฟัง การสื่อสาร พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก ซึ่งเด็กที่เรียนดนตรีมักจะทำให้มีความร่าเริง แจ่มใส มองโลกในแง่ดี
4.วาดรูประบายสี

ศิลปะเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สร้างสมาธิ ทำให้เกิดจินตนาการได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถพาเด็กไปวาดภาพระบายสีในสวนสาธารณะต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดความเพลิดเพลินทั้งครอบครัว ซึ่งทำให้ครอบครัวได้ใช้เวลาว่างร่วมกัน
5.ปลูกต้นไม้

พืชผักสวนครัว เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ปลูกฝังให้เด็กได้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ และได้เรียนรู้ที่จะรักษาสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ จากจุดเล็ก ๆ ในบ้านเรือนต่อไปยังการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศต่อไปในอนาคตและยังเป็นการปลูกฝังการพึ่งพาตัวเองในการปลูกพืชผักสวนครัวรับประทานเองในครัวเรือนแบบห่างไกลสารเคมี
6.ไหว้พระ ทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยปลา

เป็นการปลูกฝังการให้ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น และเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมประเพณีของชาวพุทธ ซึ่งการเข้าวัดทำบุญ ยังเป็นการให้เด็กได้ซึมซับคุณธรรมจริยธรรมได้ ส่งเสริมให้เด็กสามารถควบคุมอารมณ์ กล่อมเกลาจิตใจให้มีความอ่อนโยน และเป็นการทำให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุข
7.ชมพิพิธภัณฑ์

ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หรือ ด้านวัฒนธรรม จะเป็นการสร้างประสบการณ์ในการแสวงหาความรู้ เปิดโลกการเรียนรู้ เพราะความรู้นั้นไม่ได้อยู่เพียงในตำราเรียน การได้เห็นของจริง การจำลองสถานการณ์และจัดกิจกรรมต่างๆในพิพิธภัณฑ์จะเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้เด็กได้อย่างดี
8.ท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติ

เป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของกันและกันได้ใช้เวลาในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ระหว่างทาง ซึ่งจะทำให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยวิธีต่าง ๆ
9.ประดิษฐ์ของเล่น

ไม่ว่าจะเป็นของใช้ หุ่นทำมือ รถไฟจากกล่องนม เก้าอี้จากขวดน้ำ เป็นการช่วยพัฒนาทักษะทั้งแง่ความคิดสร้างสรรค์ การใช้กล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ ของเด็กทำให้รู้จักคุณค่าของสิ่งของใกล้ตัวและความประหยัด
10.เลี้ยงอาหารกลางวันเด็กด้อยโอกาส หรือ ผู้สูงอายุ

นอกจากเป็นการแบ่งปันโอกาสให้กับผู้อื่น ยังเป็นการสอนให้เด็กรู้จักการให้ การเสียสละ การถ่อมตน ซึ่งจะเป็นการสร้างพัฒนาทางด้านสังคมให้เด็กและปลูกฝังความมีจิตอาสาให้กับเด็ก





























