กว่า 100 ปี จากยุคเฟื่องฟูของแผ่นเสียง มาถึงยุคนั้นเครื่องเล่นเทป 8 TRACKS และยุคที่ยาวนานเกือบ 30 ปีแห่งความรุ่งเรืองของเทปคาสเซ็ตต์ จากนั้น เข้าสู่ห้วงเวลาทองของ CD (COMPACT DISC) ประมาณกลางทศวรรษที่ 1980 ในช่วงแรก ราคา AUDIO CD นั้นแพงมาก เมื่อเทียบกับเทปที่ราคาเฉลี่ย 50 บาท CD เพลงไทยยุคแรก จะแพงเป็น 10 เท่าคือราวๆ 500 บาท
อันที่จริง วงการ CD เพลงไม่ได้เสื่อมความนิยมในแง่การฟัง ทว่า ในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 มีเทคโนโลยีใหม่ถือกำเนิดขึ้นมาในยุค DIGITAL ควบคู่กับความรุ่งเรืองของ INTERNET นั่นก็คือเทคโนโลยีไฟล์ MP3
เมื่อไฟล์เพลง DIGITAL ในรูปแบบ MP3 ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเสียงเพลงจากแผ่นเสียง จากเทป และจาก CD ถูกแปลงเป็นไฟล์ MP3 มันก็คือไฟล์ไฟล์หนึ่งบนระบบคอมพิวเตอร์ เมื่อเป็นเช่นนี้ MP3 จึงสามารถโยกย้ายถ่ายเทให้กันและกันได้ง่ายบนเครือข่าย INTERNET
ก่อให้เกิดวลี เทปผี CD เถื่อน มีการ COPY เพลงจากอัลบั้มต่างๆ ของศิลปินที่ปกติจะบรรจุอยู่ใน CD เพลงเพียงแผ่นเดียว ให้มากระจุกกันอยู่ในแผ่น CD ในรูปลักษณ์ไฟล์ MP3 นับสิบอัลบั้มรวมแล้วก็หลายร้อยเพลง
เนื่องจากเทคโนโลยี MP3 เป็นนวัตกรรมการแปลงไฟล์ และบีบอัดไฟล์ เมื่อเพลง 10 TRACKS ในอัลบั้มหนึ่งหนึ่งของศิลปิน ถูกบีบอัดเป็นไฟล์ MP3 เมื่อ COPY และ WRITE ลงแผ่น CD มันจึงสามารถบรรจุชุดเพลงลงไปได้หลายอัลบั้ม
ขณะที่คอเพลงทั่วไปไม่รู้สึกรู้สากับ MP3 แต่พวกหูทองกลับมีปัญหา
อย่างที่กล่าวไป ว่า MP3 เป็นเทคโนโลยีการบีบอัดไฟล์เพลง ดังนั้น เมื่อไฟล์ถูกบีบอัด ความกว้าง ความหนา และความถี่ ซึ่งหมายถึงคุณภาพของเสียงเพลงจึงถูกบีบอัดตามไปด้วยโดยปริยาย
พวกหูทองจึงพยายามผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ในการปรับปรุงคุณภาพของไฟล์ MP3 ซึ่งนำมาสู่การค้นคิดประดิษฐกรรมใหม่สำหรับคอเพลงให้มีความละเอียดสูงขึ้นกว่า MP3
ไฟล์เพลงแบบใหม่ได้ดำเนินการอยู่ภายใต้รหัส SACD (SUPER AUDIO CD) และ DVD-A (DIGITAL VERSATILE DISC-AUDIO) แม้เสียงจะดีกว่า MP3 ค่อนข้างโดดออกมาไกล ทว่า กลับไม่ได้รับความนิยมเพราะค่ายเพลงทั่วโลกเจ้าของ SOFTWARE เพลงไม่ขานรับ
แต่แล้วอยู่ๆ NEIL YOUNG ตำนานศิลปินโฟล์คร็อคชาวแคนาดาวัย 70 ปี ที่เพิ่งออกผลงานใหม่เมื่อปลายปี 2017 คือ HITCHHIKER ก็โผล่ออกมารับบท BRAND AMBASSADOR ให้กับ PONO
NEIL YOUNG บอกว่า รับไม่ได้กับเทคโนโลยี MP3 และแม้กระทั่ง SACD DVD-A จึงนำไปสู่การพัฒนาต้นแบบเครื่องเล่นเพลงจากไฟล์ DIGITAL ยี่ห้อ PONO
ปรัชญาของ PONO ก็คือ ต้องทำให้ไฟล์เพลงแบบ DIGITAL กลายเป็นมาตรฐาน และเป็น TREND ของคอเพลงในอนาคต โดยให้มีความละเอียดสูงที่สุด เพื่อที่จะทำให้ผู้ฟังได้รับอรรถในการเสพดนตรี ใกล้เคียงกับต้นฉบับเพลงจากมาสเตอร์ที่ออกจากห้องบันทึกเสียงให้มากเท่าที่จะมากได้
หลักการทำงานของ PONO ก็คือ การแปลงไฟล์ดนตรีในระบบ DIGITAL กลับคืนสู่ไฟล์เพลงในระบบ ANALOG เพื่อสร้างให้เกิดบรรยากาศเหมือนการฟังเพลงจากแผ่นเสียง
เกือบ 2 ปีที่ล่วงผ่าน หลังจากที่ NEIL YOUNG นำ PONO ออกวางจำหน่าย ค่ายเพลงยักษ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น UNIVERSAL MUSIC, WARNER MUSIC และ SONY MUSIC ให้การขานรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
สัญญาณนี้ เป็นนัยที่ดี ที่ผู้เล่นระดับ BIG 3 ของวงการเพลงโลกให้การยอมรับ PONO
ถึงขนาดประกาศว่าจะนำผลงานเพลงจากอัลบั้มใหม่ของ NEIL YOUNG คือ THE VISITOR ไปชิมลางกับเทคโนโลยี PONO เป็นการประเดิม
ขณะนี้ เครื่องต้นแบบของ PONO ได้ถูกส่งต่อให้นักดนตรีแถวหน้าของวงการเพลงสากล ได้ทดลองใช้กันแล้ว ทั้ง ARETHA LOUISE FRANKLIN ตำนานนักร้องหญิง ทั้ง ANTHONY KIEDIS และ FLEA สองสมาชิกคนสำคัญของสุดยอดวงร็อก รวมถึง JIM JAMES แห่งคณะดนตรี MY MORNING JACKET
ทั้ง 4 คน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า PONO นั้นสุดยอดจริงๆ





























