Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง อยากอยู่เมืองไทย แต่ไม่อยากลงทุนในเมืองไทย

อยากอยู่เมืองไทย แต่ไม่อยากลงทุนในเมืองไทย

นานๆผมจะมีโอกาสได้ใช้บริการ BTS “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” กับเขาสักที เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ก่อนขึ้นจินตนาการว่าจะเจอขบวนรถโหรงเหลง เพราะเวลาก็ปาเข้าไปถึงสี่ทุ่มแล้ว แต่พอสาวเท้าก้าวเข้าไป ปรากฏว่าผิดคาดมีผู้โดยสารกว่าครึ่งตู้เลยทีเดียว

พอนั่งมาอีกไม่นานถึงสถานีสำคัญอย่างสยาม มีขึ้นมาเติมอีกจนเกือบเต็ม มีทั้งคนไทยและต่างชาติปะปน จนเหมือนจะกลายเป็นตู้สหประชาชาติ รู้สึกเหมือนอยู่ ฮ่องกง ยังไงชอบกล ก็แปลกใจและน่าสังเกตว่าระยะหลังคนจากที่อื่นเข้ามาอยู่ในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพฯกันมากมาย

“ประเทศไทย” ไม่บอกก็รู้นะครับว่าเป็นเมืองที่ใครๆอยากมาท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนชั้นชาติไหน ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ เพราะบ้านเรากินง่ายอยู่ง่าย มีโบราณวัตถุอันวิจิตรงดงาม ผู้คนมีอัธยาศัยใจคอดี ไม่ดูถูกข่มเหงชาวต่างชาติทั้งความคิดและการกระทำ

แม้กระทั่งการจะมาลงหลักปักฐานเป็นเรือนตาย หรือเป็นบ้านหลังที่สองของคนที่มาจากแดนไกล ก็เชื่อแน่ว่าหลายๆคนตัดสินใจจะมาลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ผมมีเพื่อนรุ่นพี่ชาวต่างชาติเป็นคนอังกฤษทำงานคลุกคลีกันอยู่เรื่องฟุตบอลต้องมาบ้านเราอยู่บ่อยๆ ก็ตั้งปณิธานเหมือนกันว่ารีไทร์แล้วจะมาอาศัยอยู่เมืองไทย

มันน่าสนใจตรงที่ว่า เขาผู้นี้เป็นนักข่าวเก่าเดินทางไปทำงานและอยู่มาแล้วหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป เอเชีย อเมริกา หรือ ตะวันออกกลาง แต่ทำไมถึงเลือกเมืองไทย ผมถามเขา

เขาให้เหตุผลอย่างนี้ครับ เขาบอกว่าบ้านเรา อยู่สบาย อากาศไม่หนาวโหดร้าย ที่สำคัญค่าครองชีพทั้งอาหารและที่อยู่อาศัยไม่แพงเหมือนสิงคโปร์

แล้วก็ยกตัวอย่างเล่นๆกันถึงดัชนีราคาเบียร์ในปริมาณหนึ่งแก้วไพน์ตนั้น ถ้าในอังกฤษหรือสิงคโปร์อาจจะต้องจ่ายถึงสองร้อยกว่าบาท ส่วนถ้ามาซื้อที่เมืองไทยนั้นราคาแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น

ผมถามต่ออีกว่าถ้ารักเมืองไทยขนาดนี้แล้ว ทำไมเขาและเจ้านายเวลาเลือกที่ตั้งออฟฟิศไม่เลือกที่นี่ล่ะ ไปเลือกที่อื่นทำไม ไม่มาลงทุนที่นี่

เขาตอบอย่างอึกอัก บอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวนะ ว่าน่าจะเป็นด้วยหลายเหตุผล ทั้งเรื่องของระบบในการติดต่อขออนุญาต กฎหมายและภาษีการลงทุนต่างๆในการเอื้อนักลงทุนไปเปิดบริษัท และเรื่องภาษา ผมตอบแทนเขาไปอีกอย่างก็คือสภาพความมั่นคงทางการเมืองด้วยรึเปล่า

น่าคิดนะครับว่า ใครๆก็อยากมาอยู่เมืองไทย แต่ทำไมเวลาลงทุนถึงไม่เลือกเมืองไทย ถ้าปล่อยให้เขาคิดแบบนี้ ตัดสินใจแบบนี้ โอกาสของเราที่จะได้ต้อนรับนักธุรกิจและติดต่อทำงานระดับอินเตอร์กับเขาบ้างก็จะลดน้อยถอยลงไปด้วย สุดท้ายต้องรอเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียว ทั้งๆที่ด้วยสมรภูมิแล้วเราน่าจะได้เปรียบเต็มๆเพราะอยู่ใจกลางของอาเซี่ยน

ฝากไว้ไม่ว่าข้อจำกัดจะเป็นเรื่องใดที่ทำให้นักลงทุนเขาไม่มั่นใจ ก็เป็นโจทย์ของผู้บริหารประเทศเราไม่ว่าชุดนี้หรือชุดไหน ต้องรีบทบทวนและเร่งรัดพัฒนาโดยด่วนครับ.