Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง ตอบเรื่องกฎอเวย์โกล์

ตอบเรื่องกฎอเวย์โกล์

ช่วงนี้ใครที่ติดตามข่าวหรือฟังเพื่อนฝูงที่ชอบฟุตบอลคุย อาจจะได้ยินคำว่า “อเวย์โกล์” (Away Goals Rule) อยู่บ่อยๆ เนื่องจากเป็นช่วงสำคัญของฟุตบอลถ้วยสโมสรยุโรปทั้งสองใบ คนที่เป็นแฟนฟุตบอลมานานคงเข้าใจคำนี้ดีอยู่แล้ว หากแต่มีบางส่วนที่เพิ่งติดตามชอบถามผมถึงคำๆนี้ แม้จะมีบางท่านที่เคยอธิบายไปบ้างแล้ว แต่จะขอขยายความอีกครั้ง คราวนี้เอาแบบสั้นและเข้าใจง่ายที่สุด

“อเวย์โกล์” แปลตรงตัวก็คือกฎประตูทีมเยือน ถูกสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) นำมาใช้เมื่อปี ค.ศ.1965 ด้วยเจตนาแก้ปัญหาการแข่งขันแบบเหย้า-เยือนสองนัด โดยสโมสรที่ไปแข่งสนามทีมอื่นนั้น มักจะไม่ค่อยยอดเปิดเกมบุก หวังยันแล้วค่อยมาลุยเอาชนะในบ้านตัวเอง

ยูฟ่าหวังว่ากฎนี้จะช่วยกระตุ้นให้ทีมที่ไปแข่งนอกบ้านเล่นเกมรุกมากขึ้น เพราะในบางสถานการณ์ประตูทีมเยือนนั้น จะมีค่ามากกว่า 1 ประตูในนิยามของ “อเวย์โกล์”

กฎประตูทีมเยือนนั้นอธิบายง่ายๆดังนี้ครับ

1. กฎนี้จะถูกนำมาใช้เฉพาะในกรณีที่ผลการแข่งขันสองนัดของทั้งสองทีมรวมแล้วเสมอกันเท่านั้น  ยกตัวอย่างเช่น บาเยิร์น แพ้ เรอัล มาดริด นัดแรกในบ้าน 1-2 นัดที่สอง เรอัล มาดริด แพ้ บาเยิร์นบ้าง 2-3 รวมผลสองนัดสกอร์เท่ากับ 3-3 ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าทีมไหนทำประตูนอกบ้านได้มากกว่ากัน ซึ่งกรณีนี้ บาเยิร์นทำได้ 3 มาดริด ทำเพียง 2 ลูก ทีมจากเยอรมนีจะเป็นฝ่ายเข้ารอบไป

2. กรณีอื่นๆที่รวมสองนัดแล้วสกอร์ไม่เท่ากัน “กฎอเวย์โกล์” จะไม่มีผลใดๆทั้งสิ้น เช่น นัดแรก ลิเวอร์พูล ชนะโรม่า 5-2 นัดที่สอง โรม่า ชนะลิเวอร์พูล 1-0 รวมสองนัดสกอร์ 5-3 อย่างนี้ประตูทีมเยือนจะไม่ถูกใช้งานครับ

3. กฎประตูทีมเยือน ช่วงต่อเวลาพิเศษ

บางท่านอาจจะสงสัยลึกไปกว่านั้นคือ หากรวมผลสองนัดสกอร์เท่ากัน แล้วประตูทีมเยือนยังเท่ากันอีกด้วยจะทำอย่างไร อาทิ ทีมA เล่นในบ้านเสมอทีมB นัดแรก 0-0 เลกที่สอง ทีมB เป็นเจ้าบ้านบ้างก็เสมอกันอีก 0-0

ตามกติกาก็จะต้องให้เล่นต่อเวลาอีกครึ่งละ 15 นาที โดยกฎอเวย์โกล์ยังมีผลต่อเนื่องอยู่นะครับ คือถ้าช่วงต่อเวลาทีม A บุกไปยิงประตูทีม B ได้ 1-0 ทีม B จะพลิกกลับมาเข้ารอบต้องทำถึง 2 ประตู เพราะหากเสมอ 1-1 นั่นเท่ากับว่า ทีม B เสียประตูในบ้าน แต่ทีม A ไม่เสีย (ยูฟ่า ใช้กฎนี้ในช่วงต่อเวลาด้วย ยกเว้นการแข่งขันฟุตบอลบางรายการที่มีระบุไว้ก่อนว่าจะไม่ใช้เท่านั้น)

กฎอเวย์โกล์มีข้อดีอีกอย่างคือช่วยลดความยืดเยื้อของการแข่งขัน ลดการต่อเวลาและการยิงจุดโทษลงไป แต่มิใช่ว่ามีคนเห็นด้วยไปหมดทั้งโลกนะครับ อย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษก็เคยออกมาพูดถึงกฎนี้ว่าเขาไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าทุกประตูของเกมฟุตบอล ควรจะมีค่าเท่ากันหมด

น่าคิดเหมือนกันนะครับ ยกตัวอย่างเช่นในรอบรองชนะเลิศถ้วยยูโรเปี้ยนคัพเมื่อปี 1981 ลิเวอร์พูลเล่นที่แอนฟิลด์เสมอบาเยิร์น มิวนิคก่อนในเลกแรก 0-0 พอเลกที่สองปรากฏกว่ามาเสมอกันที่บ้านบาเยิร์น บ้าง 1-1 ทำให้ทีม “เสือใต้” อดเข้าชิงในปีนั้นเพราะกฎประตูทีมเยือน ทั้งๆที่สองนัดไม่แพ้ทีมจากเกาะอังกฤษเลย มันเป็นสิ่งที่น่าเห็นใจจริงๆ แต่สุดท้ายกฎก็ต้องเป็นกฎครับ

จับตาดูกันดีกว่าครับว่า…กลางสัปดาห์นี้ “กฎอเวย์โกล์”จะได้โอกาสออกมาแผลงฤทธิ์ให้ทีมใดทีมหนึ่งเจ็บช้ำอีกหรือไม่!?!