“พรชัย มาสถิตย์” จากสายราชการสู่นักพากย์มืออาชีพ

“อาชีพนักพากย์” คงเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่สายรักอิสระหลายคนใฝ่ฝัน รวมไปถึง “พี่กุ้ง-พรชัย มาสถิตย์” นักพากย์สารคดีมืออาชีพของช่องทรูวิชั่นส์ ที่ชีวิตผกผันจากการทำงานราชการมาก่อน จนได้มีโอกาสเข้าสู่วงการนักพากย์อย่างจริงจัง ตั้งแต่สมัยช่องทรูวิชั่นส์ยังเป็น UBC นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ท้าทายสำหรับพี่กุ้ง เพราะจะต้องรองรับทั้งแรงกดดัน และปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการทำงานใหม่ ซึ่งตลอดเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา พี่กุ้งก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าการที่จะมาทำอาชีพนักพากย์ได้ คุณจะต้องมีใจรัก มีความตั้งใจ และที่สำคัญคือความอดทน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานไม่ว่าจะด้านไหนก็แล้วแต่ วันนี้ Tonkit360 จึงจะพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพี่กุ้งและอาชีพนักพากย์ให้มากขึ้นว่าใน 1 วันนั้นนักพากย์จะต้องทำอะไรกันบ้าง

เคยทำงานราชการมาก่อน อะไรคือจุดเปลี่ยนให้มาทำอาชีพนักพากย์

พี่กุ้ง : ระหว่างที่ทำงานราชการมีโอกาสได้มาพากย์เสียงที่ UBC ก่อนจะเป็นทรูวิชั่นส์ ตอนนั้นเขาเปิดช่อง National Geographic ช่องภาษาไทย และรับสมัครทีมพากย์ เราก็เลยเข้ามาแคสปรากฏว่าเราผ่าน ตรงนี้เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่เราได้ทำและก้าวเข้าสู่วงการนักพากย์ ส่วนแรงจูงใจที่ทำให้เราเปลี่ยนจากการทำงานราชการมาเลือกอาชีพนักพากย์ ก็เพราะว่าข้อแรกเลยคืองานมันอิสระดี สองเราได้ใช้เสียง ใช้ศักยภาพที่เรามีในการทำงาน ทั้งงานในสายนักพากย์ยังมีรูปแบบการทำงานที่หลากหลาย เช่น พากย์หนัง พากย์การ์ตูน พากย์เกมโชว์ พากย์สารคดี ซึ่งผมก็ทำในส่วนของสารคดีและคิดว่ามันสนุกดีนะ แถมยังได้ความรู้ใหม่ๆ เพราะสารคดีจะเป็นเรื่องราวของสาระความรู้ที่น่าสนใจต่างๆ มากมายจากรอบโลก ทำไปได้ความรู้ไปก็ตื่นเต้นดีครับ

จากงานราชการมาเป็นนักพากย์มีการปรับตัวยังไง 

พี่กุ้ง : งานราชการจะเป็นระบบ ส่วนนักพากย์ก็จะอิสระ ฉะนั้นต้องถามตัวเองก่อนว่าเราชอบแบบมีระบบหรือชอบแบบอิสระ แต่คำว่าอิสระในที่นี้ หมายถึง มีความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจมีอารมณ์อยากทำหรือไม่อยากทำ แต่ข้อด้อยของงานนี้ก็คือ ถ้าไม่ทำเราก็ไม่มีรายได้ ดังนั้นเรื่องของการปรับตัวก็ต้องขึ้นอยู่กับความเข้าใจและรู้จักตัวเองก่อน ถ้าเราชอบอิสระ เราก็เลือกสิ่งที่เป็นอิสระมากกับตัวเรา แต่ถ้าอยากอยู่ในระบบ มีความมั่นคง อย่างที่หลายคนบอกว่างานราชการสบายเมื่อปลายมือ ก็คือหลังจากเกษียณแล้วยังมีรายได้ต่อเนื่องไปจนหมดลมหายใจ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบอะไร แต่ถามว่าปรับตัวยากไหม ถ้าเป็นตัวของเราเองก็ไม่ต้องปรับมาก เพราะยังไงมันก็เป็นธรรมชาติของเราอยู่แล้ว

ตอนพากย์ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง

พี่กุ้ง : จำได้เลยว่าเทปแรกที่ทำครั้งแรกในชีวิต ความยาวประมาณ 40 นาที ผมใช้เวลาทำเกือบ 2 ชั่วโมงเลย คือถ้าเปรียบเทียบกับวันนี้ 40 นาทีอาจจะทำไม่เกิน 1 ชั่วโมง ความรู้สึกหลังจากทำเสร็จจำได้ว่ากลับบ้านแล้วบอกกับตัวเองว่า ไม่เอาแล้วอาชีพนักพากย์ คงไม่ใช่ทางเรามันยากมาก” เพราะว่าการพากย์เสียงนอกจากจะใช้ความสามารถในเรื่องเสียงหรือการออกเสียง ก็ยังต้องใช้ทักษะการฟังด้วย ทั้งภาษาอังกฤษ เสียงต่างๆ ที่ได้ยินจากหูฟัง รวมไปถึงจะต้องดูสคริปต์ ดูบท และก็ดูหนัง ที่สำคัญเราต้องตั้งสมาธิให้ดี ต้องให้ทุกอย่างมันสมดุลกัน ถามว่ายากไหม ยากมาก วันแรกที่ทำผมท้อใจจนคิดว่าไม่อยากจะทำต่อเลย

ใน 1 วันนักพากย์ต้องทำอะไรบ้าง

พี่กุ้ง : ส่วนตัวผมก็เข้าทำงานเหมือนกับพนักงานทั่วไป คือเข้าทำงานเช้า พักเที่ยงถึงบ่าย แล้วก็เลิกงานตอนเย็นเท่านั้นเอง หรือนอกจากว่ามีงานเสริม งานพิเศษ ก็อาจจะได้มีโอกาสไปทำแล้วแต่จังหวะ งานนักพากย์ส่วนใหญ่จะอิสระอยู่แล้ว เอาจริงๆ คือจะไปทำกี่โมง ตอนไหนก็ได้ มันขึ้นอยู่กับเวลาที่เรามี คิวที่ได้ลงตัว แต่ถ้าเป็นนักพากย์ที่เขามีชื่อเสียงหน่อยก็อาจจะคิวแน่นคิวทองเลย ทั้งหมดก็แล้วแต่ตัวบุคคล เพราะยังไงเรื่องของเวลาเราก็สามารถจัดการเองได้ครับ

พากย์ซีรีส์เกาหลี vs พากย์การ์ตูน อันไหนยากง่ายกว่ากัน

พี่กุ้ง : ไม่แน่ใจนะว่าอันไหนยากง่ายกว่ากัน แต่ถ้าให้ดูเนื้องานการพากย์ซีรีส์เกาหลีน่าจะยากกว่าการพากย์การ์ตูน เพราะว่าการ์ตูนเป็นเรื่องที่ไม่ต้องมีอารมณ์ มีบุคลิกมากนัก แต่ถ้าเป็นซีรีส์เกาหลีมันจะมีตัวละครที่ต้องแสดงอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ซึ่งเราต้องถ่ายทอดออกมาให้สอดคล้องกับบทบาท ฉะนั้นผมจึงคิดว่าซีรีส์เกาหลีน่าจะยากกว่าครับ

จำเป็นไหมว่าการจะมาทำอาชีพนักพากย์ต้องมีหลายเสียง

พี่กุ้ง : สิ่งที่เป็นจุดเด่นของบรรดานักพากย์เลยก็คือ เสียง แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเสียงของใครจะเข้ากับอะไรยังไง ฉะนั้นก็จำเป็นว่าจะต้องมีหลายเสียง อย่างเช่น การพากย์สารคดีหนึ่งเรื่อง ในทีมมีผู้ชายไม่เกิน 5-6 คน แต่ว่าในเรื่องมีตัวละครถึง 30-40 ตัว นั่นหมายความว่า 1 คนจะต้องรับผิดชอบเสียง บุคลิก และบทบาท 7-8 ตัวเลย ซึ่งจะต้องมีทั้งโทนเสียงหนุ่มบ้าง แก่บ้าง จึงจำเป็นว่าการจะมาเป็นนักพากย์ต้องมีหลากหลายเสียง เพื่อที่จะให้เข้ากับตัวละครต่างๆ ได้

ข้อดีของนักพากย์ประเภทสารคดีคืออะไร

พี่กุ้ง : สารคดีเป็นงานที่น่าสนใจ เพราะว่าอย่างสารคดีที่ผมทำที่ทรูวิชั่นส์ ในช่อง Explore, ช่อง History, ช่อง Discovery ส่วนใหญ่จะเป็นสารคดีที่ให้ความรู้ มีทั้งเชิงวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงแนวสุขภาพหรือว่าสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าถามว่าดีไหม ดีมาก เราก็ทำความเข้าใจไป ฉะนั้นตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา นอกจากได้ทำงานแล้วก็ยังได้ความรู้ความเข้าใจ ที่ทำให้เรามองโลกได้กว้างขึ้น

มีวิธีการรักษาเสียงให้ดียังไง

พี่กุ้ง : โดยส่วนใหญ่เขาจะไม่ดื่มน้ำเย็นกันนะ ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเคล็ดลับรึเปล่า แต่ที่สำคัญก็คือต้องระวังไม่ให้เป็นหวัด ซึ่งบางคนก็ใช้วิธีกินวิตามินซีช่วย บางคนก็กินกระเทียม แต่ส่วนตัวผมจะออกกำลังกายอยู่อย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนเยอะๆ  และก็นอนหลับให้เพียงพอเท่านั้นเองครับ

ฝากถึงคนที่อยากจะมาเป็นนักพากย์หน่อย

พี่กุ้ง : สำหรับคนที่อยากจะเข้าสู่วงการนักพากย์ต้องบอกไว้เลยว่า คุณต้องมีใจรักมีความตั้งใจก่อน สองก็คือคุณต้องออกเสียงอักขระ ตัวควบกล้ำ ร ล ให้ชัดเจน และต้องอ่านภาษาไทยให้แตกฉาน นั่นหมายความว่าคุณต้องอ่านหนังสือเยอะๆ เพราะเวลาพากย์มันต้องอ่านเร็วด้วยการกวาดสายตา และอย่างที่สามถ้ามองจากภาพรวมในวงการนักพากย์คุณต้องมีความอดทน เพราะมันต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากรุ่นพี่ที่เขาทำมานาน ถ้าเราเป็นมือใหม่เข้าไปแรกๆ อาจจะต้องเจอกับความกดดันหลายอย่าง ฉะนั้นคุณจึงต้องมีความอดทนด้วย และสุดท้ายถ้าใครอยากทำก็ต้องค้นตัวเองให้เจอก่อนว่า จริงๆ แล้วตัวเองชอบอะไร

ฝากติดตามผลงาน

พี่กุ้ง : ถ้ามีจานแดงของทรูวิชั่นส์ ก็เปิดช่อง Explore, ช่อง History (The Picker / Storage Wars / นอสตราดามุส) และผมก็ทำสารคดีของช่อง New TV ด้วยเป็นสารคดีทั่วๆ ไป ถ้าใครสนใจอยากจะลองฟังก็ฝากติดตามด้วยครับผม