
รถแข่งที่เร็วทำความเร็วได้สูงที่สุด (Top Speed) ไม่จำเป็นต้องเป็นรถที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุด (Fastest Lap) เสมอไปนะครับ นี่คือความจริงในโลกมอเตอร์สปอร์ต
ผมเพิ่งจะมีเวลานำผลการทดสอบรถโมโตจีพี วินเตอร์เทสต์ จากบุรีรัมย์ มานั่งไล่ดูแบบ เช็กเตอร์ ต่อ เซ็กเตอร์ ว่าแต่ละคนทำผลงานได้เป็นอย่างกันบ้าง หลังจากเมื่อรวมผลการเทสต์ทั้ง 3 วัน ดานี่ เปโดรซ่า นักบิดฉบับกระเป๋าจากเรปโซลฮอนด้า ทำเวลาต่อรอบเร็วที่สุดเป็นสถิติสนามอย่างไม่เป็นทางการไว้ที่ 1 นาที 29.781 วินาที
อย่างรู้กันนะครับ เกจิทุกสำนักต่างคาดการณ์ว่า แทร็กที่บุรีรัมย์ ซึ่งมีทางตรงยาวหลายช่วง น่าจะเข้าทางรถแข่งที่ทำความเร็วทางตรงได้ดีอย่างดูคาติ รวมถึงนักบิดอย่าง วาเลนติโน่ รอสซี่ เองก็เคยให้สัมภาษณ์ประมาณว่า เป็นสนามที่น่าเบื่อและมีทางตรงยาวเยอะเกินไป แต่เมื่อได้มาเทสต์กันจริงๆ กลับเฉือนกันที่การทำเวลาในโค้งมากกว่า
ซึ่งผลการทดสอบในช่วงวินเตอร์เทสต์ตลอดทั้ง 3 วัน ปรากฎว่า เรื่องของการทำความเร็วทางตรง ซึ่งจุดที่เร็วที่สุดของสนามแห่งนี้อยู่ที่สุดทางตรงก่อนเข้าโค้ง 3 ถือว่าไม่พลิกโผ เพราะท็อปสปีดตกเป็นของรถ GP18 จากค่ายดูคาติ ของ อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ ที่กดไป 334.3 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ซึ่งรอบที่ทำท็อปสปีดได้ ก็ไม่ใช่รอบที่โดวิ ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดของตัวเองแต่อย่างใด
ทว่าอย่างที่จั่วหัวในย่อหน้าแรกครับ ว่ารถที่ทำท็อปสปีดได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นรถที่เร็วที่สุดเสมอไป เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งทางตรง นี่คือการแข่งในสนามที่เป็นรูปแบบเซอร์กิต การจะวัดว่าใครเร็วที่สุดนั้น จะวัดกันที่เวลาต่อการขี่ 1 รอบสนาม ฉะนั้น รถคันที่เร็วที่สุดคือรถที่เสียเวลาในโค้งน้อยที่สุด
จากเวลาต่อรอบที่ออกมา ทำให้เห็นว่า สำหรับรถโมโตจีพีที่สนามช้างฯ “เซียนทางตรง” ไม่ได้เปรียบเสมอไป เพราะรถดูคาติที่ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุด (ขี่โดยแจ็ค มิลเลอร์) รั้งเพียงอันดับที่ 6 เท่านั้น และโดน “เซียนทางโค้ง” อย่างฮอนด้า RC213V ซัดหาย! ในเช็กเตอร์ที่สอง และสาม ซึ่งมีทั้งโค้งความเร็วสูงและความเร็วต่ำ ไล่ตั้งแต่แฮร์พินโค้ง 3 ไปจนถึงโค้ง 9
โดยหากจะแจกแจงเวลาที่เร็วที่สุดในแต่ละเซ็กเตอร์ มีดังนี้ครับ
– เซ็กเตอร์แรก ตั้งแต่เส้นสตาร์ท ถึงสุดทางตรงก่อนเข้าโค้ง 3 โดวิซิโอโซ (ดูคาติ ทีมโรงงาน) 18.395 วินาที
– เซ็กเตอร์สอง ตั้งแต่โค้ง 3 ถึงโค้ง 5 มาร์เกซ (ฮอนด้า ทีมโรงงาน) 25.760 วินาที
– เซ็กเตอร์สาม ตั้งแต่โค้ง 6 ถึงโค้ง 9 เปโดรซ่า (ฮฮนด้า ทีมโรงงาน) 22.569 วินาที
– เซ็กเตอร์สุดท้าย ตั้งแต่โค้ง 9 ถึงเส้นสตาร์ท ซาโก้ (ยามาฮ่า ทีมอิสระ) 22.724 วินาที
ผมลองเอาตัวเลขของทั้ง 4 เซ็กเตอร์มาบวกรวมกันเล่นๆนะครับ ปรากฎว่าเลขที่ออกคือ 1 นาที 29.448 ซึ่งจะเร็วกว่าเวลาต่อรอบเร็วที่สุดที่เปโดรซ่าทำเอาไว้ถึง 0.333 วินาทีเลยทีเดียว แต่อย่างว่า มันรถคนละคัน นักแข่งคนละคน นี่ไม่ใช่แก็งค์ The Avengers ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน
นี่แหละครับ ไม่มีใครที่จะเฟอร์เฟคได้แบบร้อยเปอร์เซนต์ ความรักก็เช่นกันครับ (เดี๋ยวๆๆ เกี่ยวอะไรกัน ฮ่าๆ)
เอาเป็นว่า วินเตอร์เทสต์ ยกแรก ที่บุรีรัมย์ “เซียนทางโค้ง” เอาชนะไปได้ก่อน คงต้องรอลุ้นกันในช่วงแข่งขันจริงเดือนตุลาคมนี้ว่า “เซียนทางตรง” จะเอาคืนได้หรือไม่ อีก 8 เดือน รู้กันครับ
































