
ใครก็ไม่ทราบเขียนเรื่องแบกเป้ไปดูบอลโลกที่รัสเซียแบบไม่ง้อทัวร์ลงใน Tonkit360 กระตุ้นต่อม “บอลโลก” ของผมเข้าอย่างจัง เลยต้องลุกขึ้นมาเขียนถึงเวิลด์คัพ 2018 หนนี้กับเขาบ้าง
จริงๆแล้วผมตั้งใจอยู่เหมือนกันว่าถ้ามีโอกาส มีเวลา มีวาสนา อยากเดินทางไปสัมผัสฟุตบอลโลกด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต สมัยทำงานเป็นหัวหน้าข่าวกีฬาก็ดันโชว์ฟอร์มป๋า ให้น้องๆไปทำข่าวกันหมด ปรากฏว่าลืมส่งตัวเองเสียอย่างนั้น จนถึงวันนี้ก็เลยยังไม่มีโอกาสได้ไปดูมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่รายการนี้
เวิลด์คัพในดินแดนหลังม่านเหล็ก เท่ห์ไม่หยอก นอกจากได้เชียร์บอลแล้ว แวะไปดูสถานีรถไฟใต้ดินในมอสโคว์ ซึ่งคราวนี้ท่านประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน สั่งอนุญาตคนที่เป็นแฟนบอลจริงๆขึ้นฟรีเสียด้วย เสร็จแล้วก็ค่อยไปเที่ยวต่อที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กสักหน่อย จิบว็อดก้า ชิมคาเวียร์ ท่าทางจะฟิน แต่พอลองไปเช็คราคาทัวร์รวมตั๋วบอลราคาแค่รอบแรกปาเข้าไปคนละ 250,000 บาท แทบเป็นลมล้มฟาด ถ้าไปสองคนครึ่งล้านพอดี!!! เออ เอาไว้ก่อนก็แล้วกัน อีกสี่ปีข้างหน้าที่กาต้าร์น่าจะถูกกว่านี้เน้อ
ไปไม่ไหวก็ดูมันหน้าจอโทรทัศน์ ยิ่งบังเอิญเที่ยวนี้มีผู้ใหญ่ใจดีในรัฐบาลลุงตู่ ประกาศว่าจะคืนความสุขให้ประชาชนด้วยการหว่านล้อมให้เอกชนมาลงขันถ่ายทอดสดทางดิจิตอลฟรีทีวีบ้านเราให้ชมกันทุกคู่ด้วย ถึงแม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่มีการนั่งยันนอนยันให้แน่ชัดว่า จะถ่ายกันช่องไหนบ้าง
ผมเชื่อว่าอีกไม่นานอาการเวิลด์คัพฟีเวอร์ คงจะเริ่มลามระบาดในหมู่คอบอลทั้งขนานแท้และเฉพาะกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ เพราะเวลาการเตะในเที่ยวนี้คู่แรกตรงกับช่วงเย็นและหัวค่ำบ้านเรา คู่ที่สองเริ่ม 21.00 น.บ้าง 22.00 น. บ้าง คู่ดึกสุดคือ 01.00 น. เวลารัสเซียต่างจากไทยเราแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น น่าจะทำให้สะดวกต่อการติดตามและได้ชมกันอย่างเต็มอิ่มกันเลยทีเดียวเชียว
ส่วนท่านที่อยากจะไปชมถึงรัสเซีย ถ้ามีสตางค์เหลือก็ถือว่าเป็นโอกาสอันดีเหมือนกัน เพราะรัสเซีย เป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวไทยไปเยือนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (ถ้าอยู่ไม่เกินระยะเวลาที่เขากำหนด) ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลและเตรียมเอกสารอะไรกันมากมาย เตรียมแต่เงินอย่างเดียวเท่านั้น 555
สำหรับคำถามยอดฮิตที่ว่าใครจะเป็นแชมป์ในครั้งนี้ ผมว่ามีอยู่ 3 ทีมหลักๆ ที่น่าจะได้ลุ้นครับ ทีมแรกคือเยอรมนี แชมป์เก่าและแชมป์ 4 สมัย แต่ไม่เคยป้องกันแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ เหตุผลคือเที่ยวนี้แข่งในดินแดนยุโรป อินทรีเหล็กมีทีมที่แข็งแกร่ง แถมมีดาวรุ่งดวงใหม่เกิดขึ้นเป็นตัวเลือกให้โยอาคิม เลิฟ อีกเป็นโขยง ทั้ง โจชัว คิมมิค, เลออน โกเร็ตซ์ก้า, เลอรอย ซาเน่, เอ็มเร่ ชาน, ลาร์ส สตินเดิ้ล และนักเตะในตำแหน่งศูนย์หน้าที่พวกเขารอคอยมานานอย่าง ทิโม แวร์เนอร์ อยู่ที่ว่าเอาเข้าจริง เลิฟ จะกล้าถ่ายเลือดเก่าออกมากขนาดไหน ถ้าไม่มัวติดยึดกับอดีตมากก็น่าจะได้ลุ้น
นักเตะเยอรมันนั้นเลือดนักสู้เต็มเปี่ยมอยู่แล้ว ทำให้เล่นบอลทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆได้ดีมาตลอดมาตรฐานสูงมาก เพิ่งได้แชมป์คอนเฟดฯมาด้วย เที่ยวนี้อย่างแย่ๆคงไม่พลาดเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย การที่พวกเขาไม่เคยได้แชมป์สองหนติด ก็ไม่ได้หมายความว่าเที่ยวนี้จะไม่มีโอกาสทำลายสถิติ สรุปแล้วทีมอินทรีเหล็กเป็นหนึ่งในทีมที่น่ากลัวมากๆ ครับ
เขียนไปเขียนมาเพลินน่าจะไปยาวแน่ๆ เพราะฉะนั้นอีกสองทีมที่เหลือต้องรบกวนท่านผู้อ่านรอติดตามต่อในสัปดาห์หน้าก็แล้วกันครับ.






























