อย่างที่เคยบอกไปในหลายๆตอนนะครับ ว่าพิพิธภัณฑ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้นมีของให้ดู ให้เดินชมเยอะมาก และแต่ละอย่างเองก็น่าสนใจมากเช่นกัน ซึ่งเรื่องราวในวันนี้ ผมจะมาแนะนำสิ่งของที่ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของสโมสร ควรจะลองถามเจ้าหน้าที่เพื่อเดินไปชมดู เพราะนอกจากจะเจ๋งแล้ว ดูแล้วก็ได้ความรู้ไปในตัวด้วย ถ้าลืมจุดไหนไป ก็ต้องขออภัยมาด้วยนะครับ
ดูถ้วยของสิงห์ และเสื้อของอีแวนส์

ในพิพิธภัณฑ์นั้นมีของแปลกๆอยู่มากมาย เช่นตู้โชว์ถ้วยรางวัล ที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ และจะมีถ้วยยูโรป้า ลีก มาโชว์เด่นเป็นสง่าอยู่ด้วยนะ (ใครไม่ภูมิใจ แต่ผมภูมิใจนะ ได้ถ้วยยุโรปครบแล้วเนี่ย) แต่ถ้วยที่ผมอยากจะให้ไปดูกัน ก็คือถ้วยรางวัลจากที่ทีมเดินทางมาแข่งที่ประเทศไทยเมื่อปี 2013 พร้อมทั้งที่นี่ยังเก็บเสื้อแข่งที่น่าสนใจ เพราะแมนฯยู ก็เคยไปเล่นในประเทศหลายประเทศมาก เช่นว่ามีเสื้อของจอนนี่ อีแวนส์ ที่พิมพ์ชื่อเป็นภาษาไทย และใช้เลขไทยด้วย อันนี้เขาใช้เมื่อตอนมาเล่นเกมกระชับมิตรกับ “สิงห์ ออล สตาร์ส” ตอนนั้นแหละ (แต่ตอนนี้สิงห์ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์แล้วนะ…)

จำไว้นะครับ ถ้าใครต้องไปตอบคำถามแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และโดนถามว่า ใครเป็นผู้ทำประตูแรกที่ผีแดงยิงหรือเสีย หลังจากยุคของเฟอร์กี้…คนๆนั้นได้แก่ ธีรเทพ วิโนทัย นะ! (ส่วนถ้าคนที่ยิงลูกแรกหลังยุคของเฟอร์กี้ อันนี่จะเป็นเมสซี่ ลินการ์ด ไม่ใช่! เจสซี่ ลินการ์ด!)
คอลเลคชั่นของนักเตะจากแต่ละชาติ
อันนี้ก็น่าดูครับ เพราะสโมสรจะมีจัดตู้โชว์ของเสื้อทีมชาติของนักเตะจากแต่ละชาติ ซึ่งจะทำให้เราเห็นว่าเสื้อทีมชาติของแต่ละชาติ และแต่ละยุคนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง มีตั้งแต่เสื้อไอร์แลนด์เหนือ เสื้ออังกฤษ หมวกที่จะแจกให้นักเตะเวลาถูกเรียกขึ้นติดทีมชาติ เสื้อโกลเดนมาร์ก และแน่นอนว่าต้องมีเสื้อญี่ปุ่นของชินจิ คากาวะด้วย
ส่วนจัดแสดงของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

อันนี้ก็น่าสนใจครับ เพราะเราจะได้ฟังจากปากของ “เฟอร์กี้” เองถึงเรื่องราวต่างๆในสโมสร ในรูปแบบโฮโลแกรม ซึ่งเราจะได้นั่งอยู่ตรงหน้าห้อง (อันนี้ไม่ใช่จอด้วยนะ เป็นห้องจริงๆ) ซึ่พอมองเข้าไป ก็จะเป็นห้องทำงานของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งเขาก็จะเดินไป เดินมา เล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง เดินไปหยิบของบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งก็ดูเสมือนจริงอยู่นะ อันนี้แนะนำให้ลองแวะไปดูกันได้ครับ
ส่วนจัดแสดงของไรอัน กิ๊กส์

อย่างที่ใครหลายๆคนทราบ ไรอัน กิ๊กส์ถือเป็นนักเตะตำนานของ “ผีแดง” เพราะฉะนั้นการมีส่วนจัดแสดงของตัวเองก็ไม่แปลก ลองไปดูกันได้ และมีเสื้อของเขาตอนที่เขายังเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวด้วยนะ อันนี้หาดูได้ยากพอสมควรเลยล่ะ
ป้ายชื่อนักเตะทั้งหมด

ในส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์นั้น จะมีผนังสีแดง ที่จะสลักชื่อของนักเตะทุกคนที่เคยลงสนามให้กับแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งเราสามารถเดินดู และหานักเตะในดวงใจกันได้ตามสะดวกเลย ถ้าหาไม่เจอ แถวๆนั้นจะมีระบบให้เราค้นหาตัวผู้เล่นได้ด้วย และมีทั้งภาพและวิดีโอให้ดูด้วยนะ
อุโมงค์มิวนิค
เนื่องจากปัญหาเรื่องความปลอดภัย ทัวร์ของสโมสรนั้นจะไม่ได้พาออกมาเดินตรงอุโมงค์มิวนิคแล้ว ซึ่งจุดนี้จะเป็นนิทรรศการฟรี ที่แฟนบอลสามารถเดินมาชมได้หลังจากดูพิพิธภัณฑ์หและทัวร์สนามเสร็จ (ตั๋วพิพิธภัณฑ์เนี่ย ถ้าออกมาแล้ว จะกลับเข้าไปใหม่ในวันเดียวกันก็ได้นะ ไม่ว่ากัน) ซึ่งตรงนี้จะมีทั้งนาฬิกาที่หยุดเดินในเวลา 15:03 ตามเวลาที่เครื่องบินที่มิวนิคตก และวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 1958 ด้วย โดยในรอบๆอุโมงค์ จะเล่าเรื่องทั้งหมดของเหตุการณ์ ว่าใครเสียชีวิตบ้าง ต่างๆ นานาเลยครับ อันนี้ผมขอแนะนำว่าถ้ามีเวลาหลังทัวร์ ควรจะเดินออกมาชมกัน ดูกันไม่นานหรอก แต่เป็นความรู้ที่ดีสำหรับคนที่เป็นแฟนผีเลยล่ะ ที่สำคัญคือ ไม่ไกลจากร้านขายของสโมสร แค่เดินออกจากร้าน และเดินไปทางขวา ก็เจอแล้ว นิดเดียวเอง
ไหนๆนี่ก็คือตอนที่ 68 แล้วนะ…สิบปีหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ที่มิวนิค แมนฯยูไนเต็ดที่นำมาโดยเซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ และ เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ก็ทำความฝันของนักเตะที่ล่วงลับไปในปี 1958 สำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ยุโรปได้ในปี 1968 เอาตัวเลขมาเล่นด้วยซะเลยครับ
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































