
เคยอ่านหนังสือเรื่อง Tuesdays with Morrie กันไหมคะ หนังสือที่เขียนเกิดจากคอลัมนิสต์ กีฬาชื่อดังคนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ดีทรอยด์ ฟรี เพรสส์ (Detroit Free Press) ในสหรัฐอเมริกา กลับไปเยี่ยมครูสอนจิตวิทยาของตนเองในสมัยมหาวิทยาลัย หลังห่างหายกันไป 16 ปีหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยมุมมองชีวิตจากคนหนุ่ม ที่ถูกปรับให้ชัดขึ้นโดยอาจารย์วัย 78 ปีเป็นหนังสือที่อ่านสนุกค่ะ ลองไปหามาอ่านกันดู
ที่พูดถึง Tuesday with Morrie เพราะเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้เขียนรู้สึกเหมือนตนเองเป็นแบบเดียวกับที่ มิทช์ อัลบอม ต้องกลับไปเยี่ยมครูผู้สอนวิชาในการทำงาน และ ทำให้มีที่ยืนจนถึงวันนี้ เป็นการกลับไปหาในวัยที่ต้องต่อสู้เพื่องานของตนเอง แต่ผู้เขียนไม่ถึงกับต้องไปทุกวันอังคารเหมือนกับ มิทช์ หากแต่ไปทุกปีจากเมื่อก่อนปีละสองครั้ง หากช่วงสองปีหลังนี้ ทำได้แค่ปีละครั้ง และครูท่านนี้คือ “นาย” เพียงแค่คนเดียวที่ผู้เขียนยกให้เป็น “นาย” ในชีวิตการทำงานและเรียกคำว่า “นาย” ได้อย่างเต็มปาก
การไปเยี่ยมในวันศุกร์ที่ผ่านมา “ครูมอร์รี่” หรือ “นาย” ของผู้เขียนยังสุขภาพดีไม่เหมือนกับอาจารย์มอร์รี่ ในหนังสือเพราะใบหน้าของ “นาย” ที่ยังอมเลือดฝาด และแววตาที่ยังคงแข็งแกร่ง พร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ผู้เขียนหายห่วง
“นาย”ยังคงถามไถ่ถึงธุรกิจการงานที่ทำอยู่ แม้ว่าผู้เขียนถอดปลอกคอจากสังกัดของนายมาหลายปีแล้ว ขณะเดียวกันคำสอนของนายเมื่อปีที่แล้วยังก้องในหัว “จำไว้คนเราถ้ามันไม่เลวมันไม่รวย และ อย่าให้เขาเอาเปรียบเรา จงรักษาตัวตนของตนเองเอาไว้อย่าให้ได้มันกลืนแกและบริษัทฯของแกไปได้”
ศุกร์นี้ผู้เขียนได้ให้คำตอบที่ทำให้นายได้สบายใจว่า “เราไม่ให้ใครเอาเปรียบ และเราไม่ได้อยากรวยมากจนต้องเลว หากแต่เราก็ยังคงสามารถยืนด้วยชื่อของเราเองได้”
ปีนี้นายไม่ได้สอนเรื่องคน แต่นายสอนเรื่องความเป็นเจ้านาย “มึงอย่าไล่แขกบ่อยนัก จงมีเมตตากับลูกน้องบ้าง” จะมีสักกี่คนที่กล้าพูดแบบนี้ตรงๆกับเรา นอกจากพ่อ แม่ แล้วก็มี “นาย” ที่คอยดึงผู้เขียนเอาไว้ไม่ให้สายป่านของอารมณ์มันขาด
แม้จะเจอกันปีละครั้ง แต่นายยังคงรู้ดีว่าความใจร้อนและเกรี้ยวกราดของผู้เขียนนั้นมากขนาดไหนก่อนที่นายจะพูดต่อ ว่า “มึงนะชอบทะเลาะก่อน เพราะสันดานมึงมันไม่ยอมใคร ทะนงเกินไปแต่สุดท้ายมึงก็ทำให้เขามึงต้องเพลาลงบ้าง” ถึงตรงนี้น้ำตามาซึมขอบตาผู้เขียนไปแล้ว แต่ไม่ยอมปล่อยให้มันหยดเด็ดขาด (เราไม่ต้องการพบกันมีน้ำตา)
การสนทนาของผู้เขียนไม่ได้ยืดยาวเหมือนที่ มิทช์ คุยกับ ครูมอร์รี่ของเขา แต่การคุยกับ “นาย” ผู้เป็นครูยังคงมีคุณค่าและกำลังใจทุกครั้ง แม้ว่าในสองปีหลังจะไม่สามารถฟังเสียงกันได้โดยตรงแม้จะเห็นหน้ากันก็ไม่สามารถสัมผัสได้…ถึงตรงนี้คงต้องบอกแล้วว่าครูมอร์รี่ของผู้เขียนคือคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันแห่งบ้านพระอาทิตย์นั่นเอง
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์ค่ะ






























