
หนึ่งในจุดที่น่าสนใจของสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ดนั้น คือห้องแถลงข่าวที่จะมีป้ายโลโก้ของสโมสร และผู้สนับสนุนต่างๆแปะไว้ แต่กฎการแถลงข่าว และเรื่องราวในอดีตของห้องนี้จะมีความเป็นมาอย่างไรกันบ้าง วันนี้ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด จะมาเฉลยเรื่องนี้กัน
ความเป็นมา
Eric Cantona arriving at Manchester United in 1992. The rest is history. ??? #mufc pic.twitter.com/ecUhShHu1N
— United Xtra (@utdxtra) June 26, 2017
ห้องแถลงข่าวในสนามนั้นสร้างเสร็จเมื่อปี 1992 และใช้เป็นห้องเปิดตัวนักเตะมาจนถึงปี 2002 ก่อนที่จะปรับไปให้นักเตะใหม่แถลงข่าวที่สนามซ้อมแทน ด้วยเหตุผลเพื่อการรองรับผู้สื่อข่าวได้มากขึ้น เพราะพื้นที่ของห้องแถลงข่าวที่สนามซ้อมนั้นมีขนาดใหญ่กว่าที่นี่ โดยห้องแถลงข่าวนี้สามารถจุคนได้ 64 คนด้วยกัน ซึ่งสำหรับสโมสรระดับโลกแบบนี้ แน่นอนว่าคงไม่พอสำหรับสื่อรอบโลกอย่างแน่นอน
ส่วนนักเตะที่เคยมาแถลงข่าวในห้องนี้นั้นมีอยู่หลายต่อหลายคน โดยเริ่มจากกองหน้าอย่าง ดีออน ดับลิน และตามมาติดๆด้วย “เดอะ คิง” เอริก คันโตน่า และยังเคยเปิดตัวนักเตะดังๆมากมายเช่น ยาป สตาม, โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม, ดไวต์ ยอร์ค และ รูด ฟาน นิสเตลรอย และอื่นๆอีกมากมาย ไล่ไปจนถึงคนสุดท้ายอย่าง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน กองหน้าจอมฝืด (ตอนอยู่กับ “ผีแดง”) แต่ก็มีนักเตะอย่างเมมฟิส เดปายที่มาแถลงข่าวเปิดตัวที่ห้องนี้เป็นกรณีพิเศษนะครับ
? A tennis-inspired theme to Jose Mourinho's press conference earlier today – take a look at his key updates ahead of Arsenal v #MUFC: https://t.co/U70uwoBeAN pic.twitter.com/XIEBQ73f2t
— Manchester United (@ManUtd) December 1, 2017
เมื่อห้องนี้ไม่ได้ใช้เปิดตัวนักเตะแล้ว จึงเป็นห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก แต่ก็ยังถือเป็นจุดที่ลูกทัวร์ค่อนข้างสนใจ เพราะห้องนี้ถือว่ายังมีการใช้งานพอตัวในวันที่มีการแข่งขัน เพราะผู้จัดการทีมของทั้งสองทีมจะต้องเข้ามาแถลงข่าวหลังจบเกมในห้องนี้ ส่วนการแถลงข่าวก่อนเกมนั้น จะทำกันที่สนามซ้อม ซึ่งแฟนลูกหนังหลายๆคนอาจจะเข้าใจผิด เพราะบอร์ดด้านหลังนั้นคล้ายกันมาก แต่ผมขอคอนเฟิร์มเลยว่า แถลงคนละที่กันครับ
แล้วมันมีกฎอะไรบ้าง?

จากตอนปี 2015 กฎของการแถลงข่าวนั้นจะแตกต่างกันไปจากการแข่งขัน ในส่วนของพรีเมียร์ลีก ผู้จัดการทีมไม่จำเป็นจะต้องเข้ามาแถลงข่าวหลังจบเกม เราจะสังเกตได้ว่า สมัยก่อนนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะไม่ค่อยชอบเข้ามาแถลงข่าวในห้องนี้ เพราะในห้องนี้จะเป็นห้องแถลงข่าวของสื่อสิ่งพิมพ์เป็นหลัก บางครั้งอาจจะไม่ได้มีการอัดเสียงหรือวิดีโอไว้ เฟอร์กูสันจึงไม่อยากให้ผู้สื่อข่าวไป “ใส่ไข่” บทสัมภาษณ์ของเขา เขาจึงเลือกที่จะให้สัมภาษณ์สดทางทีวีแทน จะได้เห็นกันไปเลยว่าเขาพูดอะไรออกไปบ้าง โดยการแถลงข่าวส่วนนี้ จะทำกันหลังจบเกมประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากที่ผู้จัดการทีมของทั้งสองทีมให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวีไปแล้ว ซึ่งภาพจากห้องแถลงข่าวหลังเกมนั้น มักจะมาจากทางพรีเมียร์ลีกโดยตรง หรือจากช่อง MUTV ของทางสโมสร และให้สื่อต่างๆสามารถเลือกดึงไปใช้ได้
Who better to chair our Elite Coaches Forum? ?
UEFA Coaching Ambassador Sir Alex Ferguson#Legend #Respect pic.twitter.com/WBNYfxx144— UEFA (@UEFA) August 30, 2016
ส่วนในเกมยุโรปนั้น ทางยูฟ่าได้มีกฎว่าผู้จัดการทีมต้องเข้ามาแถลงข่าวทุกเกมครับ โดยการแถลงข่าวทุกครั้ง จะมีทีมงานด้านสื่อเข้ามาด้วย เพื่อกันคำถามจากสื่อ ว่าผู้จัดการทีมสามารถตอบข้อไหน หรือไม่ต้องตอบข้อไหน ยกตัวอย่างเช่นการออกงานของผมก่อนหน้านี้กับสปอนเซอร์ไทย ทางสโมสรได้มีการสั่งอดีตนักเตะอย่าง นิคกี้ บัตต์ และไบรอัน ร็อบสันว่าห้ามพูดถึง และห้ามสื่อไทยถามถึงเรื่องอนาคตของผู้จัดการทีม (ฟาน กัล) ในการแถลงข่าว
The referee has absolutely killed Manchester United!
— Gary Lineker (@GaryLineker) March 5, 2013
แต่อย่างที่บอกไปครับ ว่า “เฟอร์กี้” นั้นเกลียดการแถลงข่าวแบบนี้มาก แต่ยังไงก็ต้องมาแถลงในเกมยุโรป จนพอมาถึงเกมสุดท้ายในถ้วยยุโรปของ “ป๋าเฟอร์กี้” ที่ “ปีศาจแดง” แพ้ ราชันชุดขาวอย่าง เรอัล มาดริดตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไป แถม “นานี่” ยังโดนไล่ออกแบบน่ากังขาอีก จนเฟอร์กูสันฉุนขาด และตัดสินใจไม่ยอมมาแถลงข่าวหลังเกม ผลคือทางยูฟ่าสั่งปรับเงินไปประมาณ 8000 ปอนด์ (ประมาณ 320000 บาท) แต่ถึงกระนั้น เซอร์ อเล็กซ์ ก็บอกว่า “ถ้าผมเข้าไปแถลงข่าววันนั้น สโมสรอาจจะโดนปรับมากกว่านี้อีก” สงสัยแกคงอารมณ์บูดสุดๆแน่เลย
ส่วนกุนซือคนอื่นๆนั้น ไม่ค่อยมีปัญหากับการเข้ามาแถลงข่าวมากนักครับ เอาล่ะ จบไปอีกหนึ่งตอนแล้วนะครับ ในตอนต่อไป เราจะมีเรื่อง “ลึกๆ” ของผีแดงแบบไหนมาฝาก ถ้าอยากรู้ก็ต้องติดตามกันครับ
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































