เรามาถึงจุดนี้กันแล้ว! จุดที่คะแนนโอเน็ตเกินครึ่งวิชาเดียว และเด็กไทยมัวแต่ “บนแจกของ”

ประกาศผลไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผลคะแนนโอเน็ต (O-NET) ของนักเรียนชั้นม.6 ทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งที่น่าตกใจคือผลการสอบในครั้งนี้ มีเพียง “ภาษาไทย” วิชาเดียวเท่านั้น ที่เด็กนักเรียนทำคะแนนเฉลี่ยได้เกินครึ่ง ส่วนอีก 4 วิชาหลักที่เหลือ ทั้งสังคมศึกษา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ กลับพบว่าคะแนนเฉลี่ยล้วนได้ไม่ถึงครึ่ง!

ระบบการศึกษาไทยแก้ไม่ตรงจุด
เรื่องนี้ ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา มองว่า ผลสอบของเด็กๆ สะท้อนให้เห็นว่าระบบการศึกษาไทยแก้ปัญหาไม่ตรงจุด แทนที่จะเน้นเรื่องการให้ความรู้กับเด็ก กลับมุ่งเน้นการติวเข้มมากเกินไป จนทำให้เด็กไม่มีความสุขกับการเรียนและกดดัน

เด็กเบื่อการเรียน และไม่ตั้งใจสอบ
เมื่อไม่มีความสุขกับการเรียน จึงเกิดความเบื่อหน่าย ไม่อยากเรียน และเลยเถิดไปจนถึงขั้นไม่ตั้งใจสอบ ส่งผลให้ผลสอบโอเน็ตของเด็กไทยตกต่ำต่อเนื่องมานานหลายปี ขณะที่ตัวเด็กเองก็รู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ความรู้ในห้องเรียนอย่างที่ควรจะเป็น เพราะมัวแต่ติวเข้มให้ได้คะแนนสอบดีๆ

หวังน้ำบ่อหน้า “บนแจกของ” ในโลกออนไลน์
และที่น่าตกใจไปยิ่งกว่านั้น คือเราได้เห็นเทรนด์สุดฮิต ที่เด็กนักเรียนพากันบนบานศาลกล่าว “แจกของ” ในโลกออนไลน์ หากทำคะแนนสอบโอเน็ตได้ตามเป้า จนกลายเป็นกระแส ติดแฮชแท็ก #onet กันทั่วบ้านทั่วเมือง แทนที่พวกเขาจะตั้งใจสอบให้ได้คะแนนดีๆ อย่างที่ควรจะเป็น

บางคนถือโอกาสเกาะกระแส หวังยอดไลค์
ขณะที่บางคนก็เป็นพวกเสพติดยอดไลค์ เลยเกาะกระแส ติดแฮชแท็ก #onet ไปกับเขาด้วย พร้อมด้วยข้อความที่ดึงดูดใจต่างๆ นานา เพื่อหวังให้คนที่ได้เห็นโพสต์ของพวกเขา กดไลค์ กดแชร์ หรือรีทวีตของความของตัวเอง ส่วนเพจร้านค้าต่างๆ ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะมีจำนวนไม่น้อยที่ถือโอกาสประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเอง ด้วยการติดแฮชแท็ก #onet และร่วมแจกของไปด้วย

ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของเด็กในยุคที่เติบโตมากับสื่อสังคมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงคุณภาพการเรียนการสอนในปัจจุบันด้วย และน่าคิดต่อว่า สุดท้ายแล้ว อนาคตของเด็กไทย กับการศึกษาในบ้านเราจะเดินไปในทิศทางใดต่อไป