หลายๆคนน่าจะพอทราบกันแล้วนะครับ ว่าสนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด รังเหย้าขนาด 76000 ที่นั่ง โดยประมาณของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสังเวียนฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีก แต่สนามแห่งนี้ยังมีความสุดยอดในแง่อื่นอีกนะครับ แต่จะเป็นในแง่ใด วันนี้ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดจะมาเฉลยกัน

สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือที่ เซอร์ บอบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานนักเตะปีศาจแดงและทีมชาติอังกฤษ เคยเรียกไว้ว่า “โรงละครแห่งความฝัน” นั้น นอกจากจะเป็นสนามที่มีประวัติอย่างยาวนานแล้ว ที่นี่ยังเป็นสนามฟุตบอลระดับ category 5 ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ “ยูฟ่า” ด้วย ซึ่งหมายความว่า “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” สามารถรองรับจัดการแข่งขันฟุตบอลระดับยักษ์เช่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศได้ ซึ่งเคยได้รับเลือกให้จัด แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงมาแล้วด้วยในปี 2003 ระหว่าง เอซี มิลาน กับ ยูเวนตุส และเป็นสนามของทีมระดับสโมสรแห่งเดียวในอังกฤษ ที่ได้รับการรับรองในระดับนี้ (เวมบลีย์ คืออีกหนึ่งสนาม แต่เป็นสนามฟุตบอลระดับชาติ)
แม้แต่สนามที่หลายคนอาจจะมองว่ามีการจัดการที่ดี อย่าง เอติฮัด สเตเดี้ยม หรือเอมิเรส สเตเดี้ยมนั้น ยังสามารถจัดได้แค่นัดชิงของศึก ยูโรป้า ลีก เอง

การจะได้บรรจุชื่อขึ้นเป็นหนึ่งในสนามระดับ category 5 นั้นมีข้อบังคับอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ จำนวนที่นั่ง, พื้นที่สำหรับการถ่ายทอดสด,ห้องรองรับแขกระดับ VIP และ VVIP, ระยะทางจากสนามสู่ท่าอากาศยานระดับนานาชาติ ที่ต้องมีจำนวนเที่ยวบินตามที่ “ยูฟ่า” กำหนด และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่ง “โรงละครแห่งความฝัน” นั้น ผ่านเกณฑ์เหล่านี้ทั้งหมด และได้รับเกียรตินี้ร่วมกับสนามระดับโลกอาทิเช่น “อลีอันซ์ อารีน่า”, “ซาน ซีโร่”, “ซานติอาโก เบร์นาบิว” และ “คัมป์ นู” เป็นต้น

จริงๆแล้ว ทางสโมสรนั้นมีแผ่นป้ายรับรอง จากทาง ยูฟ่าด้วย แต่พวกเขาตัดสินใจที่จะเก็บป้ายนี้ไว้ภายในห้องรับรองแขกระดับ VVIP แทน ซึ่งห้องนี้จะอยู่ด้านหลังของ Director’s Box ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับแขกระดับผู้บริหาร และดาราชื่อดัง เช่นนักแสดงชื่อดังอย่าง “จูเลีย โรเบิร์ตส์” นักร้องชื่อก้องโลกอย่าง “จัสติน ทิมเบอร์เลค” และนักแสดงและตลกชื่อดัง เจ้าของซีรีส์ Jack Whitehall: Travels with my father ที่พาเที่ยวรอบอาเซียน รวมถึงประเทศไทยด้วย อย่าง “แจ็ค ไวท์ฮอลล์” เป็นต้น
เป็นอีกหนึ่งเรื่องนะครับที่สาวกผีแดงทั้งหลายสามารถนำไป “โม้” กับแฟนๆทีมอื่นได้พอหอมปากหอมคอครับ ในตอนหน้า เรื่องราวของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด จะมาในทิศทางแบบไหน อย่าลืมติดตามอ่านกันนะครับ
“101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ด คือ เรื่องที่เจาะลึกของสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่เคยร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้เป็นเวลากว่าปีครึ่ง โดยนำเสนอเป็นประจำทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ไปจนกว่าจะครบ 101 เรื่อง
ส่วนใครที่พลาดตอนอื่นๆของ “101 เรื่องลึกแต่ไม่ลับ” แมนฯยูไนเต็ดไป สามารถเข้าไปย้อนอ่านกันได้ที่ https://tonkit360.com/tag/101-เรื่องลึกไม่ลับ

































