
Joshua : Teenager vs Superpower “วัยรุ่นสมัยใหม่” ปะทะ “อำนาจรัฐ”
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีข่าวคราวน่าสนใจเกิดขึ้นที่ฮ่องกงเมื่อ โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของฮ่องกง และพรรคพวกได้รับการปล่อยตัวจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลังถูกนำตัวไปคุมขังจากความผิดที่รวมตัวกับเพื่อนๆและคนหนุ่มสาวยุคใหม่ ออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “การปฏิวัติร่ม” เมื่อปี 2014 ก่อนต้องรอฟังคำพิพากษาจากศาลอีกครั้ง วันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ว่าพวกเขาจะต้องรับบทลงโทษเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง
2-3 ปีมานี้คุณผู้อ่านน่าจะคุ้นเคยชื่อของเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 20 ต้นๆ คนจากฮ่องกงอย่าง โจชัว หว่อง กันบ้าง ในฐานะที่เขาเป็นผู้นำกลุ่มการเมืองหัวสมัยใหม่ ที่มีสมาชิกเป็นเด็กวัยรุ่นชายหญิงมากมาย เชิญชวนให้ทุกคนออกมาต่อสู้เพื่อทวงความเป็นประชาธิปไตยกลับสู่ฮ่องกง จนมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก มีสำนักข่าวดังมาทำสกู๊ปเกาะติดความเคลื่อนไหวจากการที่เขาเป็นแกนนำของปฏิบัติการปฏิวัติร่มเมื่อ 3 ปีก่อน กระนั้นก็ยังเชื่อว่าหลายคนอาจจะอยากรู้จักพ่อหนุ่มคนนี้เพิ่มเติมว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และอะไรที่ทำให้เขาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อประเทศ
เรื่องราวของ โจชัว หว่อง ได้รับการนำเสนอผ่านบทความจากสำนักข่าวต่างประเทศมากมายชนิดมีให้เลือกอ่านไม่หวาดไม่ไหว แต่ถ้าหากคุณไม่ชอบอ่านหนังสือ ชอบดูภาพเคลื่อนไหวและการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ เราขอแนะนำให้ท่านชมสารคดีที่ชื่อ Joshua: Teenager vs Superpower จากช่อง NETFLIX ที่จะพาให้ทุกคนไปรู้จักชายหนุ่มคนนี้กันมากกว่าเดิม (ดูฟรี)
Joshua: Teenager vs Superpower ของผู้กำกับ โจ พิสคาเทลล่า จะพาทุกคนไปรู้จักหนุ่มผู้สวมแว่นตาร่างเล็กของฮ่องกง ที่แสดงการต่อต้านรัฐบาลจีนภายใต้การนำของผู้นำคนปัจจุบัน สี จิ้นผิง เขาและเพื่อนๆในกลุ่มที่ชื่อ สกอลาริซึม (Scholarism) เริ่มต้นจากจุดเล็กๆเช่นเรียกร้องสิทธิทางการศึกษาของประเทศ ให้เด็กและวัยรุ่นได้ใช้หลักสูตรดั้งเดิมที่กระทรวงร่างขึ้น ไม่ใช่หลักสูตรที่จีนมีส่วนร่วมการสร้างขึ้นมาเมื่อปี 2012 ครั้นเมื่อได้รับชัยชนะ โจชัว และผองเพื่อนก็ไม่หยุดแค่นั้นเมื่อพวกเขารวมตัวกับกลุ่มวัยรุ่นและคนหัวสมัยใหม่กว่า 100,000 คน ออกปฏิบัติการ “ปฏิวัติร่ม” อันลือลั่น เมื่อทุกคนร่วมกันประท้วงรัฐบาลจีนที่พยายามยัดเยียดคนของตัวเองให้มาเป็นผู้นำของฮ่องกง และนำประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับคืน
ตัวหนังจะฉายภาพให้เห็นการทำงานของ โจชัว และผองเพื่อนหนุ่มสาวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเรียกร้องสิทธิเพื่อคนรุ่นใหม่และเกาะฮ่องกง เช่นแจกใบปลิวตามท้องถนน จัดสัมมนาให้ความรู้แก่สมาชิก วางแผนการทำงานเป็นขั้นๆ รวมถึงไปตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการธิการเรื่องการศึกษาที่จะให้จีนมาเป็นผู้ออกแบบหลักสูตรร่วมเมื่อปี 2012 ก่อนนำไปสู่การชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล ปี 2014 แน่นอนว่าช่วงเริ่มต้นของการหาสมาชิกค่อนข้างยากลำบากเพราะแกนนำเป็นเด็กอายุไม่ถึง 20 ปี แต่เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้ ฮ่องกง มีอนาคตที่ดีขึ้น และได้รับการบริหารงานโดยคนยุคใหม่ วัยรุ่นชาย-หญิงที่เคยตั้งคำถามถึงการกระทำของเขาก็เริ่มผันตัวมาอยู่ฝ่ายเดียวกันมากขึ้นจากหลักสิบ-ร้อย-พัน จนถึงแสนกว่าคนในที่สุด
ภาพจากสารคดีเรื่องนี้ส่วนใหญ่มาจากการที่ ผกก.ตามติดหนุ่มสาวกลุ่มนี้ด้วยตัวเอง บ้างก็มีฟุตเทจจากสถานีข่าวตัดสลับเข้ามา ซึ่งนั่นทำให้สารคดีเรื่องนี้ดูสมจริงมากขึ้น และดูเป็นภาพยนตร์มาก จนบางทีก็รู้สึกสงสัยว่า โจชัว ไปจ้าง ผกก.คนนี้มาเพื่อทำหนังโปรโมตตัวเองหรือเปล่าเนี่ย? ฮา..
แม้เนื้อหาจะเน้นไปทางการเมืองเข้มข้น แต่หนังก็ยังใส่มุมมองผ่อนคลายไว้มากมาย โดยเฉพาะฉากที่ โจชัว และเพื่อนๆมาจับกลุ่มเล่นเกม หม่ำพิซซ่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าต่อให้เขาและเพื่อนจะถูกมองเป็นกลุ่มหัวรุนแรงที่นำพาความวุ่นวายมาสู่ฮ่องกง แต่ท้ายที่สุดแล้ว คนกลุ่มนี้ก็เป็นเด็กหนุ่มสาวธรรมดาๆทั่วไป สิ่งที่น่าเสียดายคือการที่ ผกก.ไม่ได้พูดถึงพ่อแม่ของ โจชัว มากนักทำให้เราพลาดที่จะรู้ว่าท่านทั้งสองเลี้ยงเด็กหนุ่มคนนี้อย่างไร จึงเติบโตมาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อชาติได้อย่างนี้ และไม่มีเรื่องตอนที่เขาถูกรัฐบาลไทยส่งตัวกลับบ้านไม่ให้เข้าประเทศระหว่างบินมาบรรยายเรื่องการปฏิบัติงานของตัวเองให้คนไทยฟัง (ฮา)
Joshua: Teenager vs Superpower อาจเป็นสารคดีที่เต็มไปด้วยเนื้อหาการเมืองเข้มข้น แต่ขณะเดียวกันมันก็ส่ง “สาร” ที่บ่งบอกว่าการเมืองยุคปัจจุบันควรเปิดโอกาสให้ “คนรุ่นใหม่” ได้มีสิทธิในการแสดงความเห็นเรื่องการบริหารบ้านเมืองบ้าง
และเมื่อคุณดูจบ เราก็อาจรู้สึกละอายใจเล็กๆที่รู้ว่าตนเองนั้นไม่ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่ออะไรเลยจากระบบการเมืองในปัจจุบัน เหมือนดั่งที่ โจชัว และเพื่อนของเขาทำเลย…ก็เป็นได้






























