เดือนเมษายน ถือเป็นอีกเดือนหนึ่งที่ซีรีส์ใหม่รอจ่อคิวลงจอให้ได้รับชมแบบฉ่ำ ๆ ไม่มีวันได้พัก สัปดาห์นี้ก็เปิดมาใหม่อีก 2 เรื่องเห็นจะได้ โดยเรื่องที่เลือกดูในสัปดาห์นี้ เห็นโปรโมตจากเพจรีวิวซีรีส์เพจหนึ่งว่า viu จะลงซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ในทุก ๆ เช้าวันศุกร์ ไอ้เราก็แบบเลือกเรื่องนี้เลยละกัน อ่านเรื่องย่อแล้วน่าสนใจดี ที่สำคัญ viu เป็นแอปฯ สตรีมซีรีส์ที่เปิดง่าย หลาย ๆ เรื่องยังไม่ต้องสมัครสมาชิกก็ดูได้ฟรีหลายอีพี (เพราะตอนนี้สมาชิกหมดอายุแล้ว ยังไม่ได้ต่อ) แม้ว่าจะเจอโฆษณาเยอะไปหน่อยก็เถอะ 555
Reverse หรือชื่อภาษาไทยจาก viu ที่ฟังแล้วชวนจั๊กจี้หูไม่น้อยคือ จิตไม่ลืมแค้น เป็นเรื่องราวที่เล่าเกี่ยวกับ “ฮัมมโยจิน” หญิงสาวคนหนึ่งที่หนีออกจากบ้านพักตากอากาศริมทะเลไม่นานก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ระเบิดปริศนา หลังจากนั้นเธอก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ อุบัติเหตุนั้นพรากเอาความทรงจำของเธอไป ไม่นานนัก เธอฟื้นขึ้นมา แล้วพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง “รยูจุนโฮ” ผู้เป็นว่าที่ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ เขาอ้างตัวเป็นคู่หมั้นของเธอ ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกถึงความผูกพันใด ๆ กับเขา มันมีแต่ความว่างเปล่าที่เธออธิบายไม่ได้ การรอดตายมาอย่างหวุดหวิด ทำให้เธอต้องเผชิญกับสภาพจิตใจที่สั่นคลอนจากอดีตที่หายไป ก็ได้เขานี่แหละที่ยื่นมือเข้ามาช่วยประคับประคองเธอไว้

อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้อ่อนแอ เธอยังคงมุ่งมั่นตามหาความทรงจำที่หายไปก่อนเกิดอุบัติเหตุ ทั้งด้วยระแวงในตัวเองว่าไปทำอะไรไม่ดีมาอย่างที่คนอื่น ๆ เขาพูดกันหรือเปล่า และด้วยความไม่ไว้ใจชายที่อ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นด้วย เธอเลยเริ่มรับรู้ว่าเรื่องนี้มีอีกหนึ่งตัวละครเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือ “ชเวฮีซู” เพื่อนสนิทของเธอที่เสียชีวิตไปในเหตุระเบิด เวลานี้เธอเริ่มรับรู้ถึงเบื้องหลังเหตุระเบิดที่บ้านพักตากอากาศในคืนนั้น ว่ามันอาจเชื่อมโยงกับคนใกล้ตัวเธอมากกว่าที่จะคาดคิด เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนงำ ค่อย ๆ คลี่คลายพร้อมกับความทรงจำของเธอที่ค่อย ๆ กลับมา มันเริ่มเปิดเผยถึงความจริงที่ท้าทายทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อ และเธอก็พยายามเปิดโปงความลับของคู่หมั้นผู้ลึกลับด้วย
ส่วนตัวละคร “ชเวฮีซู” นี่ก็ไม่ธรรมดา แม้ว่าเปิดเรื่องมาตัวละครนี้ (อาจ) จะตายไปแล้วจากเหตุการณ์ระเบิดที่บ้านพักตากอากาศ ทว่าเธอยังคงมีชีวิตอยู่ในเรื่องราวลับ ๆ ของทั้ง “ฮัมมโยจิน” และ “รยูจุนโฮ” ก่อนคืนวิปโยคนั่น โดยเรื่องราวของเธอผู้นี้ อาจจะเกี่ยวข้องกับคำโปรยของซีรีส์ที่ว่า “เมื่อการแก้แค้นคือเป้าหมายเดียวของเธอ แต่โชคชะตากลับพลิกผัน เธอสูญเสียความทรงจำทั้งหมด” ก็ได้
เอาเป็นว่าเปิดมาซีนแรกก็บึ้มบั้ม ๆ ชวนระทึกใจ ส่วนบรรยากาศของเรื่องก็มีความลึกลับและหม่น ๆ ดูอึมครึมไปหมด มันสนุกนะ แต่การเล่าเรื่องชวนงงไปนิด เข้าใจว่าคงอยากให้มันเป็นปริศนาชวนติดตามแหละ แต่ด้วยความที่มันเป็นซีรีสืสั้นแค่ 8 ตอน 2 ตอนแรกมันปูเรื่องมาแบบชวนงงกับตัวละครไปหน่อย มันมีตัวละครที่จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไปแล้วก็ไป โดยที่ไม่พยายามจะเชื่อมโยงกับตัวละครไหนไว้แบบเกริ่น ๆ เลย ส่วนตัวรู้สึกว่าถ้าไม่ทำในช่วงปูเรื่อง 2 ตอนแรกมันจะช้าไป การทำให้คนดูงงมากกว่าสงสัยจนอยากติดตามต่อมันต่างกัน นี่เลยว่าจะให้โอกาสอีกสักตอน ถ้าที่มาที่ไปตัวละครเคลียร์ว่าใครเป็นใครจะตามดูต่อ เพราะปมมันน่าสนใจดี
ลูกผู้ชายตัวจริงน่ะ ก็ต้องมีมีดคมกริบซ่อนไว้ในอกเหมือนอย่างนาย
อืมมม! ทีแรกก็คงซ่อนแหละ ซ่อนมิดซะด้วยนะ เพราะตัวละคร “รยูจุนโฮ” นี้เปิดตัวมาในลักษณะที่ว่า ดีเกินไป! 555 ตัวละครนี้เป็นตัวละครที่ดูเพอร์เฟกต์ เป็นสถาปนิกที่เป็นว่าที่ถูกวางตัวไว้ให้รับหน้าที่เป็นประธานบริษัทคนต่อไป ภาพลักษณ์ของเขาดูเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่าภายใต้ความเพอร์เฟกต์ที่เขาแสดงออก มันกลับซ่อนไว้ซึ่งความเย็นชา ความลับ และรังสีของความดุดัน ที่สามารถทำลายทุกคนที่ขวางทางเขาได้ ตรงนี้แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวละครนี้ไม่น่าไว้ใจอย่างที่สุด!
ด้วยความที่ดูละครมาเยอะ เก่งเรื่องจำแพะชนแกะ อีกทั้งมีประสบการณ์ชีวิตมาในระดับหนึ่ง ทุกอย่างสอนว่าอะไรที่ดูดีเกินไป ส่วนใหญ่มักจะเชื่ออย่างที่ตาเห็นไม่ได้ ต้องมองให้นาน มองให้ลึก ถึงจะเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ และอีกไม่นานมันจะมีเรื่องหักมุม ซึ่งตัวละครนี้ก็ไม่ปล่อยให้คนดูรอนานขนาดนั้น ในช่วงท้ายอีพีที่ 2 ตอนที่เขาไปไล่บี้อาการความจำเสื่อมของนางเอกกับจิตแพทย์ประจำตัวเธอ ว่ามีแนวโน้มว่าเธอจะจำอะไรได้หรือยัง ตัวละครนี้ก็เริ่มเผยด้านมืดออกมาแล้ว และน่ากลัวมากด้วย มันเลยพอจะอนุมานได้ว่าเขาไม่ใช่คู่หมั้นที่รักและเป็นห่วงอะไรนางเอกขนาดนั้นหรอก เหมือนแค่กลัวว่าถ้านางเอกเกิดจำอะไรขึ้นมาได้แล้วตัวเองจะเดือดร้อนมากกว่า เรื่องราวในคืนนั้นและก่อนที่นางเอกจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มันมีอีกคนหนึ่งที่กำลังขับรถตามเธออยู่

การที่เขาพยายามทำตัวเหมือนคลั่งรักคู่หมั้น คอยดูแล คอยเป็นห่วงนางเอกตลอด แท้จริงแล้วเราว่ามันก็แค่การละครแหกตามากกว่า เมื่อครั้งที่นางเอกฟื้นขึ้นมาจากอุบัติเหตุ เขาถามหยั่งเชิงเธอว่าจำได้ไหมว่าเขาเป็นใคร หรือจำได้ไหมว่าเราหมั้นกันแล้ว เธอตอบกลับมาว่าเธอจำอะไรไม่ได้เลย นั่นก็น่าจะทำให้เขาคลายกังวลไปได้เปลาะหนึ่งว่าเธอน่าจะยังจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ท่าทีของเธอหลังจากฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ มันคือท่าทางของคนที่รู้สึกระแคะระคายในตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองไปทำอะไรมาถึงเจออุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนั้น การที่เธอจำอะไรไม่ได้เลย มันทำให้เธอไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นคนแบบไหน ดีหรือร้าย เมื่อเธอพยายามจะตามหาความทรงจำที่หายไปของตัวเอง เขาก็เลยพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงความทรงจำของเธอให้ได้เช่นกัน
หรือจริง ๆ นี่อาจเป็นเหตุผลที่เขาต้องเอาตัวเธอมาไว้ใกล้ตัวเขาให้มากที่สุด เพราะเผื่อวันไหนที่เธอเกิดจำอะไรได้ขึ้นมา หรือเริ่มมีภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นแว่บเข้ามาในหัว เขาจะได้หาทางหนีทีไล่ทัน มันดูเหมือนว่าเขาระแวงว่าเธออาจจะจำได้ เลยพยายามตามประกบเธอไว้ แต่ด้วยตัวเขาเองไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ทำให้บางทีเธอก็ออกไปข้างนอก ไปตามสืบนู่นนี่นั่นตามลำพัง (แล้วได้รู้ข้อมูลอะไรมาเยอะซะด้วย) และเมื่อเธอกลับมาถามเขาว่า “ชเวฮีซู” คือใคร เขาถึงกับจ้างให้ผู้หญิงคนหนึ่งมาตามประกบเธอทันที โดยอ้างว่าขอให้มาช่วยอยู่เป็นเพื่อน คอยดูแลเวลาที่เขาไม่อยู่หรือไม่ว่าง ซึ่งมันไม่เนียนอะ 555
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาบนพื้นฐานของการตั้งสมมติฐานความเป็นไปได้แหละนะ กลัวหน้าแหกเหมือนกัน 555 เพราะซีรีส์เกาหลีมักมีอะไรเซอร์ไพรส์คนดูอยู่ตลอดเวลา ขอเผื่อไว้สัก 5 เปอร์เซ็นต์ละกันว่าตัวละครรยูจุนโฮเป็นคนดี
การเชื่อใจและเฝ้ารอไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนพูดหรอกค่ะ คงจะน่าเบื่อและอึดอัดใจมากเลยค่ะ โดยเฉพาะสำหรับผู้ดูแลที่อยากให้คนไข้หายไวขึ้นแม้เพียงวันเดียวน่ะค่ะ
ทีนี้ก็มาที่ฝั่งนางเอกบ้าง อึดอัดแทนเลยอะที่ชีจำอะไรก่อนอุบัติเหตุเลยไม่ได้สักอย่าง แล้วคนดูอย่างเราก็รู้เหตุการณ์แค่นั้น แค่ตอนที่ชีขับรถหนีออกมาจากบ้านพักตากอากาศในสภาพเลือดเต็มตัว พอได้ยินเสียงระเบิดชีก็หันไปมอง ทำให้สายตาไม่ได้โฟกัสอยู่ที่ถนนเบื้องหน้า เลยเกิดอุบัติเหตุ อึดอัดเพราะไม่ใช่แค่ชีที่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนดูก็อยากรู้เหมือนกัน 555
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ที่ฟื้นคืนสติขึ้นมาจนถึงปัจจุบันที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วมาอยู่บ้านเขา ก็ต้องบอกว่าเธอเองก็หาได้เชื่อใจคู่หมั้นไม่ นี่คิดว่าลึก ๆ แล้วสัญชาตญาณของเธอก็ยังทำงานแหละว่าผู้ชายคนที่อ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นอาจจะเชื่อใจไม่ได้ คือตัวซีรีส์ยังไม่ได้เล่าถึงความสัมพันธ์ของสองคนนี้ว่ามันเป็นไปยังไงก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ระเบิดที่บ้านพักตากอากาศและเธอรถคว่ำ แต่ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมา เธอรู้สึกอึดอัดใจขนาดที่ต้องไปปรึกษาจิตแพทย์เลย ว่าเขาบอกว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นเธอ บอกว่าเขาคือคนที่เธอรัก แต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้ ซึ่งปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ความทรงจำ อยู่ที่ความรู้สึกต่างหาก ทั้งที่เธอเห็นว่าเขาคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ทว่าเธอกลับไม่รู้สึกอะไรกับเขาเลย เหมือนเป็นคนนอกอยู่ตลอดเวลา

นั่นทำให้ท่าทีที่เธอแสดงออกตอนอยู่กับเขา มันคือท่าทีของคนที่รู้สึกหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ อีกทั้งเวลาที่เธอถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างกัน หรืออะไรก็ตามเกี่ยวกับตัวเธอเองก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ เขาก็จะบ่ายเบี่ยงตลอด รวมถึงการที่เน้นว่าจะลืมเรื่องราวก่อนหน้านี้ไปให้หมดเลยก็ได้แล้วมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ฟังเผิน ๆ มันดูดีนะ เหมือนเขาพร้อมที่จะดูแลเธอไปตลอดชีวิต เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ แต่พอนานวันเข้ามันไม่ใช่แบบนั้นไง เธอเองไม่เคยหยุดตามหาความทรงจำที่หายไป และเมื่อไรก็ตามที่เธอมีเหตุให้ได้ไปข้องเกี่ยวกับคนอื่น ๆ ที่เคยรู้จักกันมา หรือแม้แต่ตำรวจที่พยายามจะสอบสวนเธอถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น เขาจะมีอาการหัวร้อนขึ้นมาเสมอ เขาอาจเป็นห่วงที่เธอถูกกระตุ้นให้ต้องนึกในเรื่องที่จำไม่ได้จนป่วย แต่ในอีกมุม เขาก็อาจกลัวว่าเธอจะจำได้ แล้วเรื่องจะพลิก!
แล้วสิ่งที่พีคที่สุดก็เกิดขึ้นในท้ายอีพีที่ 2 เมื่อคู่หมั้นหนุ่มบุกไปโรงพยาบาลตอนกลางดึก เพื่อขอคุยกับจิตแพทย์ที่รักษาอาการความจำเสื่อมของเธอ หลังจากที่นางเอกเดินเข้ามาถามเขาตรง ๆ ว่า “ชเวฮีซู” คือใครนั่นแหละ ซึ่งมันไม่ใช่เวลาปกติที่ใครสักคนจะมาขอคุยกับหมดเจ้าของไข้ถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนจริง ๆ นี่เลยคิดว่าเขาน่าจะเริ่มกังวลว่าเธอน่าจะไปรู้อะไรมาเยอะพอสมควรจากการตามสืบหาความทรงจำของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ เธอก็จำได้ในระดับหนึ่งแล้วด้วยว่าชเวฮีซูเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่บ้านพักตากอากาศพร้อมกับคุณพ่อ ผู้เป็นประธานบริษัทของคู่หมั้นเธอด้วย ท่าทีที่เขาพูดคุยกับหมอนั้นโคตรน่ากลัว พยายามจะกดดันให้หมอพูดให้ได้ว่าจริง ๆ แล้วเธอจำอะไรได้ขนาดไหนแล้ว เป็นไปได้ไหมที่เธอจะโกหกหมอตอนที่มาตรวจเพื่อติดตามและอัปเดตอาการ หรือจริง ๆ แล้วหมอนั่นแหละกำลังโกหกเขา ไม่พูดความจริงว่าเธอจำได้แล้ว

ซีนในห้องหมอที่โรงพยาบาล มันเหมือนคนสองคนกำลังทำสงครามประสาทกัน ญาติผู้ป่วยหยั่งเชิงหมอว่าปิดบังอาการคนป่วยกับผู้ดูแล ส่วนหมอก็ควบคุมสถานการณ์ ทำเหมือนกำลังเข้าใจว่าท่าทีของญาติผู้ป่วย เป็นเพียงความหวังที่จะให้คนป่วยหายเร็ว ๆ มากกว่ากลัวความจริงเปิดเผย บอกเลยว่าขนลุก!
เอาจริงนะ มันก็สมดังชื่อเรื่อง Reverse ที่แปลว่า “ย้อนกลับ” อยู่ เพราะมันคือการพยายามจะย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวในอดีตผ่านการตามหาความทรงจำของนางเอก ในช่วงที่เธอยังเผชิญหน้ากับอาการสูญเสียความทรงจำจากภาวะช็อกที่เกิดขึ้นหลังอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเรื่องราวในคืนนั้น คืนที่เกิดระเบิดขึ้นที่บ้านพักตากอากาศจนสองพ่อลูกต้องจบชีวิตลง การเล่าเรื่องมันเลยเต็มไปด้วยการหักมุมไปมา ตัวละครก็ไม่น่าไว้วางใจเลยสักคน ที่สำคัญก็คือ ท่าทีที่ไม่มีความผูกพันเหลืออยู่เลยระหว่างนางเอกกับคู่หมั้น มันก็ชวนสงสัยถึงความสัมพันธ์ของคู่นี้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ว่ามันคงไม่ได้หวานชื่นเหมือนที่เขากำลังแสดงละครอยู่ และนั่นก็แปลว่าถ้าเธอจำได้ เธออาจจะเปิดโปงความลับของเขา และความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิดนั้นจนยับเยินแน่นอน 💥






























