Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Perfect Crown แค่รวยมันไม่พอ ขอเป็นสะใภ้ราชวงศ์เลยละกัน!

Perfect Crown แค่รวยมันไม่พอ ขอเป็นสะใภ้ราชวงศ์เลยละกัน!

ภาพจาก FB: MBC 드라마

นาทีนี้คงไม่มีซีรีส์เกาหลีเรื่องไหนที่จะเป็นกระแสได้เท่ากับ Perfect Crown อีกแล้วมั้ง ขนาดที่คอซีรีส์ชาวไทยหลายคนถึงขั้นตีตั๋วบินกลับจากจีน แล้วมานั่งเฝ้ารอหน้าประตูวังตั้งแต่ตอนที่ Disney+ เคาะวันลงสตรีม ซึ่งฉายอีพีแรกก็คือเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากซีรีส์สตรีมจบ หน้าไทม์ไลน์ในโซเชียลมีเดียของดิฉันก็เต็มไปด้วยซีรีส์เรื่องนี้ นี่ไถ ๆ อ่านสปอยล์ที่มาป้ายยาอยู่นิดหน่อย จนต้องไปเปิดดูเองบ้าง แล้วก็พบว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจ เดินเรื่องได้กระชับฉับไว นางเอกเดินเกมเร็วมากตั้งแต่อีพีแรก และที่สำคัญ การมี “ไอยู” กับ “บยอนอูซอก” เป็นพระ-นางของเรื่องก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย สวยหล่อดูเจริญหูเจริญตาไปหมด บยอนอูซอกนี่ออร่าความเป็นองค์ชายนี่ทำลายล้างมาก ส่วนตัวเชียร์เขามาตั้งแต่ที่เป็นพระรองเรื่อง Record of Youth ว่าผู้ชายคนนี้ควรขึ้นเป็นพระเอกได้แล้ว!

ภาพจาก FB: MBC 드라마

Perfect Crown หรือชื่อภาษาไทย รักนี้มงลง เล่าเรื่องราวบนฉากหลังของเกาหลีใต้ ที่ปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (ปกครองด้วยระบอบกษัตริย์) และการพยายามจะทลายกำแพงชนชั้นของหญิงสาวสามัญชนคนธรรมดา ที่ความทะเยอทะยานของเธอนั้นไม่ธรรมดา “ซองฮีจู” เป็นทายาทคนที่ 2 ของตระกูลมหาเศรษฐี เธอมีทุกอย่างทั้งความสวย ความฉลาด เงินทอง และความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า แต่ดันขัดใจกับสถานะทางสังคมของตนเองที่เป็นเพียงสามัญชน ส่วนหนึ่งเป็นปมมาจากการที่เธอเป็นแค่ลูกนอกสมรส ไม่ว่าเธอจะเป็น CEO จะร่ำรวยล้นฟ้าแค่ไหน ก็ไม่แคล้วตกเป็นขี้ปากชาวบ้านในประเด็นดังกล่าว และเธอเติบโตมาอย่างไร้ตัวตน โดยโดนเอาไปเปรียบเทียบกับพวกชนชั้นสูงเสมอ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

กระทั่งวันหนึ่ง เธอถูกพ่อขอร้องกึ่งบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อเลือกมาให้ ซึ่งแต่ละคน เธอมองว่าเป็นพวกที่กระจอกกว่าขี้เล็บของเธอ 555 นั่นแปลว่าเธอจะไม่มีวันยอมแต่งเด็ดขาด เพราะเธอเองก็เคียดแค้นมากพอแรงอยู่แล้ว ที่แม้ว่าเธอจะได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่โต ได้เสพสุขบนกองเงินกองทอง ได้เรียนโรงเรียนของราชวงศ์ ได้ขึ้นเป็นประธานบริษัท แต่สถานะของเธอก็ไม่เคยพ้นไปจากลูกนอกกฎหมาย มีพี่ชายที่ไม่ได้เรื่อง และถ้าจะให้เธอมีสามีไม่เอาไหนอีก หัวเด็ดตีนขาดยังไงเธอก็ไม่ยอม เธอจึงปิ๊งไอเดียที่จะกำหนดว่าที่สามีของตัวเอง เขาคนนั้นต้องเป็นระดับเชื้อพระวงศ์ “องค์ชายอีอัน” เลยแล้วกัน เพื่อที่เธอจะได้ยกระดับตัวเองด้วย

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เขากลายเป็นเหยื่อที่เธอจะต้องดึงมาแต่งงานด้วยให้จงได้ เพราะเขานี่แหละมีคุณสมบัติครบถ้วน เก่ง มีเงิน และรูปงาม พ่วงด้วยการมีเชื้อเจ้า สถานะของเขาคือเป็นถึงองค์ชายลำดับที่ 2 ของเกาหลีใต้ ปัจจุบัน เขาทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนองค์ยุวกษัตริย์ที่มีพระชันษาเพียง 8 พรรษาเท่านั้น ด้วยความที่ฝ่าบาทยังไม่มีวุฒิภาวะมากพอที่ว่าราชการเอง เขาซึ่งมีสถานะเป็นอา เลยต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ แบกงาน แบกภาระในวังแทนหลาน นั่นทำให้เขาไม่ต่างอะไรกับการเป็นพระราชาอีกคน แถมยังเป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์อีกต่างหาก ทว่าการอยู่ภายใต้เงาของกฎระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ ของราชวงศ์ก็ทำให้เขาไม่มีอิสระ หรือบางที ข้อเสนอที่ซองฮีจูมอบให้องค์ชายอีอัน อาจพาเขาหลุดออกมาจากกรงที่เคยขังเขาไว้ และคนสองคนอาจไปถึงจุดที่ความรักทำงานจริง ๆ

เปล่า คนที่บอกว่าตัวเองเลิศมักไม่เลิศจริงหรอก ทุกคนก็อยากเลิศกันหมด เลยบอกว่าตัวเองเลิศไง

แหม! ยัยฮีจู หล่อนนี่มัน… เอาจริง ๆ นะ ถึงชีจะดูเป็นคนเฟียซ ๆ ดูร้าย มีความปากแซ่บเป็นเหตุสังเกตได้ หรือมีความมั่นใจในตัวเองสูงขนาดไหน แต่ลึก ๆ เราจะเห็นเลยว่าชีมีความย้อนแย้งอยู่ในตัวเองไม่น้อย และก็ดูออกด้วยว่าพยายามซ่อนความเปราะบาง (ที่ไม่มิด) เอาไว้ ก็อย่างที่ชีพูดเองนั่นแหละว่า “คนที่บอกว่าตัวเองเริ่ดมักไม่เริ่ดจริง เพราะทุกคนอยากเริ่ดกันหมด เลยบอกว่าตัวเองเริ่ด” (ขออนุญาตเขียน “เลิศ” เป็น “เริ่ด” เพื่ออรรถรสในการแสดงจริต!) ว่ากันตามตรง ถ้าคนเรา “เริ่ด” หรือยอดเยี่ยมจริง ๆ สิ่งนั้นมันจะสะท้อนออกมาเองผ่านการกระทำ ผลงาน หรือตัวตน โดยที่ไม่ต้องป่าวประกาศบอกใคร แต่เมื่อไรก็ตามที่ “ประกาศว่าตัวเองเริ่ด” มันมักจะทำหน้าที่เป็นการชดเชยสิ่งที่ตัวเองไม่มี มากกว่าการยืนยันความจริง

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เพราะความ “อยากเริ่ด” เป็นแรงขับพื้นฐานของมนุษย์จำนวนมาก บ่อยครั้งที่การพยายามจะบอกใครต่อใครว่าตัวเองเริ่ด อาจเป็นความพยายามเติมเต็มความมั่นใจให้ตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ เหมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันความรู้สึกไม่มั่นใจลึก ๆ ในใจ ยิ่งพูดดัง ยิ่งแปลว่าอยากกล่อมให้ตัวเองรู้สึกมั่นใจขึ้น และอยากให้คนอื่นเชื่อด้วย สะท้อนว่าข้างในอาจจะยังไม่เชื่อมั่นในตัวเองขนาดนั้น ทว่าประเด็นนี้มันก็มีมุมมองที่น่าสนใจนะ ว่าบางครั้งคนที่บอกว่าตัวเองเริ่ดนั้นอาจไม่ได้ตั้งใจอวด แต่เป็นการที่กำลัง “พยายามเชื่อ” ว่าตัวเองมีคุณค่าก็ได้ เช่น ใช้สร้าง self-esteem ให้กับตัวเอง ใช้ป้องกันตัวจากความรู้สึกด้อยกว่า หรือใช้เพื่อปลอบประโลมตัวเองที่กำลังอยู่ในสนามของแข่งขันที่ทุกคนต้องขายตัวเองแบบตะโกน แต่ท้ายที่สุดแล้ว “ทองแท้” ไม่ต้องโบกสีทองลงไป มันก็ยังเป็นทองอยู่ดี!

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ซึ่งถ้าพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่าตัวนางเอกเองก็อยู่ในสภาพนี้แหละ ถึงปากจะป่าวประกาศว่าตัวเองเลิศเลอเพอร์เฟกต์แค่ไหน แต่ความเปราะบางในแววตามันเก็บไม่มิดจริง ๆ และต้องยอมรับว่าไอยูเข้าถึงคาแรกเตอร์นี้ได้ดีทีเดียว เราจะเห็นว่าความล้น ความขี้โวยวาย หรืออะไรก็ตามที่ดูเว่อร์ ๆ ที่ตัว “ซองฮีจู” ทำ (ย้ำว่า “ซองฮีจู” นะ ไม่ใช่ “ไอยู”) มันดูเหมือนการแสดงไปหมด ทั้งที่ซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่ไอยูเล่น จะไม่รู้สึกว่าเป็นการแสดงจนชวนอึดอัดขนาดนี้ มันเลยทำให้เราพอจะอนุมานได้ว่าคาแรกเตอร์นี้เป็นคาแรกเตอร์เฉพาะของตัวซองฮีจู ที่พยายามจะทำให้ทุกคนเห็นว่าตัวเองนั้นเฟียซ มั่นใจ สวยเลือกได้ ไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ศีลขั้นต่ำไม่เสมอตัวเองเด็ดขาด หรือก็คือ “เริ่ด” นั่นแหละ มันคือการที่ชีพยายามพิสูจน์ตัวเองว่ามีดี เพื่อกลบความรู้สึกด้อยในใจ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

“ที่เธอถวายชีวิตกับการทำการตลาดของหรู เพราะตัวเธอมันไม่หรูยังไงล่ะ ฉันรู้ว่าเธอพยายามปกปิดกำพืดรากหญ้าของเธอ” นี่ว่าต่อให้พี่ชายชีจะสมองทึบแบบที่ชีด่า 555 แต่เขาก็อ่านชีออกจริง ๆ นะ ว่าสิ่งทุกอย่างที่ชีทำมันคือการพยายามปกปิดความไม่มั่นใจของตัวชีเอง และเอาเข้าจริงชีเถียงไม่ออกด้วยซ้ำ แต่ใช้วิธีโจมตีสวนด้วยความก้าวร้าว เพื่อทำให้ฝ่ายพี่ชายรู้สึกโมโหเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และเปลี่ยนบทบาทจาก “คนถูกโจมตี” หรือ “เหยื่อที่ถูกไล่ต้อน” ให้เป็น “คนเหนือกว่า” หรือ “ผู้ล่า” เพื่อกู้ศักดิ์ศรีทางความรู้สึก คือแทนที่จะใส่ใจกับเนื้อหาที่โดนพี่ชายด่า ชีเลือกที่จะเปลี่ยนสถานะของพี่ชายให้เป็นสัตว์ (การบอกว่าเห่า/ให้ใส่ปลอกคอ) นี่คือกลไกการป้องกันตัวแบบเฉียบพลันและเน้นสะใจ ที่ช่วยให้รู้สึกว่าคำพูดของพี่ชายไม่มีน้ำหนัก “คำพูดของสุนัข” ไม่มีความหมายที่ต้องนำมาคิดให้เจ็บปวด อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมนี้เกิดขึ้น ก็เพราะประเด็นที่พี่ชายพูด มัน “โดนจุดอ่อน” ของชีจริง ๆ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

หรือดูจากฉากที่ชีเข้าวังแล้วโดนนินทาระยะเผาขนก็ได้ ฉากนั้นน่ะเห็นชัดเลยว่าชียังคงเจ็บปวดและรู้สึกถึงความต่ำต้อยอยู่ไม่น้อยที่เติบโตขึ้นมาด้วยคำสรรเสริญเยินยอจากสังคมว่าเป็นลูกเมียน้อย เป็นลูกนอกสมรส ที่สำคัญยังไร้ตัวตนมานานถึง 10 ปี กว่าที่แม่จะส่งไปหาพ่อที่เป็นเศรษฐี หรือการที่สังคมมองว่าชีเป็นพวกเรียกร้องความสนใจ ไร้เกียรติยศ ไร้ราศี ไม่มีมารยาท ด้อยความคิดความอ่าน เหมือนมีดีแค่มีเงินเพื่อบันดาลความสุขจอมปลอม เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่กัดกินตัวตนของชีอยู่ แต่ทั้งนี้หลายคนอาจจะเถียงว่าถ้าเป็นชีวิตจริง โดนคนไร้มารยาท พวกขี้เหยียดนินทาแบบนั้นเป็นใครก็ขึ้นแหละ ทว่ามันก็มีคนอีกประเภทหนึ่งจริง ๆ เหมือนกัน ที่ถ้ายอมรับความจริงได้ อยู่กับสิ่งที่ตัวเองเลือกเกิดไม่ได้ได้ ก็จะไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปมด้อย ต่อให้โดนนินทายังไง ก็จะไม่ได้ตอบโต้อะไรเพื่อเอาสะใจ

ไว้ค่อยอบรมกระหม่อมภายหลังก็ได้ ถ้ากระหม่อมไม่นั่ง…พวกเขาก็นั่งไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ

ว่ากันตามตรงนะซีรีส์เรื่องนี้เนี่ย มันคือเรื่องราวของคนมีปม 2 คนที่มาเจอกัน! ในพาร์ตของนางเอก คือการที่ชีพยายามพิสูจน์ตัวตน และต้องการที่จะยกระดับตัวเองเพื่อหนีถ้อยคำดูถูกเรื่องชาติกำเนิดที่ตัวเองเจอมาทั้งชีวิต ขนาดมีเงินให้ผลาญมากมายขนาดนั้น ก็ยังรักษาแผลที่ตัวเองเป็นแค่ลูกเมียน้อยและไม่มีสถานะทางสังคมที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป ต่อให้ชีจะได้แต่งงานกับพระเอกที่เป็นองค์ชายจริง ๆ (ซึ่งมันก็คงเป็นแบบนั้นแหละ ก็นี่มันพระเอก-นางเอก) ได้ขึ้นเป็นพระชายา หรืออาจจะเป็นถึงพระราชินีของแผ่นดิน ถ้ามีเหตุให้พระเอกได้ขึ้นครองราชย์ แต่ท้ายที่สุดชีจะหนีจากถ้อยคำถากถางแบบนั้นได้จริง ๆ เหรอ หรือแค่เปลี่ยนจากจงใจพูดให้ได้ยิน เป็นการซุบซิบลับหลังเงียบ ๆ แทน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ส่วนในพาร์ตของพระเอกนี่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ใครที่สายพีเรียดน่าจะมองออกแหละว่านี่มันไม่ต่างอะไรกับเกมการเมืองที่แย่งชิงอำนาจและความเป็นใหญ่ในวังหลวง เพียงแต่เปลี่ยนฉากจากการเล่าและอ้างอิงถึงประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริง (ในพีเรียด) มาเป็นการอ้างอิงข้อเท็จจริงบางส่วน แล้วสมมติฉากขึ้นมา ในศตวรรษที่ 21 ที่เกาหลีใต้มีระบอบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ให้มีเหตุการณ์การช่วงชิงอำนาจในวังในบริบทสังคมสมัยใหม่ ซีรีส์เพิ่งออนแอร์ได้แค่ตอนเดียว เราไม่รู้เลยว่าท่าทีท้าทายและดูทรงอำนาจของ “องค์ชายอีอัน” นั้น เขามีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนั้น แต่ที่แน่ ๆ มันสร้างความไม่พอใจให้กับพระพันปีอย่างแรง เพราะดูเหมือนว่าเธอกลัวอำนาจและรัศมีของเขาเหลือเกินว่าเขาอาจจะก่อกบฏ และชิงบัลลังก์ไปจากยุวกษัตริย์องค์น้อย พระโอรสของเธอ

ภาพจาก FB: MBC 드라마

จะเห็นได้จากการที่พระพันปีแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจสุด ๆ ที่มีพระเอกอยู่ในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระราชา บางครั้งนางทำทีเหมือนกลัวว่าเขาอาจจะฆ่าหลานตัวเอง จากนั้นก็ชิงขึ้นเป็นกษัตริย์ พูดง่าย ๆ ก็คือหวงบัลลังก์ของลูกชาย หรือในอีกทางหนึ่ง นางเองก็จะโดนพรากอำนาจในฐานะของพระราชชนนีหรือพระพันปีไปด้วย นางเลยพยายามผลักไสพระเอกออกจากวังด้วยการจะให้องค์ชายแต่งงานกับคนที่ตัวเองเลือก แล้วก็ระเห็จออกจากวังไปซะ! ซึ่งผู้สำเร็จราชการที่ไม่ได้อยู่ในวังก็ว่าราชการไม่ได้ ส่วนพระเอกเองก็เปรี้ยวไม่น้อย เขาไม่ได้เกรงใจพระพันปี ทั้งยังเตรียมแผนสำรองไว้กับนายกรัฐมนตรีที่เป็นเพื่อนของเขา เขาพูดกลาย ๆ ว่าให้นายกฯ ใช้อำนาจระงับไว้ เนื่องจากกฎของราชวงศ์ การอภิเษกสมรสของเชื้อพระวงศ์ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา

ภาพจาก FB: MBC 드라마

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้คนดูสงสัยก็คือท่าทีขององค์ชายอีอันนี่แหละ เวลานี้เราดูไม่ออกเลยว่าเขาอยากหรือไม่อยากที่จะอยู่ในวัง และที่สำคัญที่สุด คือการแสดงความกระด้างกระเดื่องและท้าทายอย่างสุภาพต่อราชวงศ์ ยุวกษัตริย์น่ะไม่รู้หรอกเพราะเด็ก 8 ขวบยังไม่ประสีประสา แต่ผู้ใหญ่เขาดูออก ก็ไม่รู้อีกว่าทำเพื่อประชดประชันบรรดาสมาชิกในราชวงศ์ แต่ไม่คิดจะแย่งบัลลังก์ หรือจริง ๆ มีอะไรที่มากกว่านั้น จากคำพูดที่เขาพูดกับพระพันปีต่อหน้าพระพักตร์ยุวกษัตริย์ สมาชิกราชวงศ์ บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลาย หรือแม้แต่ประชาชนคนธรรมดาที่ได้เข้าไปร่วมงาน (อย่างนางเอก) มันคือคำพูดท้าทายแบบสุภาพของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างผู้มีอำนาจที่แท้จริง เลยทำให้สื่อตั้งฉายาให้เขาว่าเป็น “องค์ชายซูยางแห่งศตวรรษที่ 21”

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่ไม่รู้ องค์ชายซูยางที่ถูกพูดถึงในซีรีส์ คือพระเจ้าเซโจ กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์โชซอน พระโอรสองค์ที่ 2 ของพระเจ้าเซจงมหาราช พระเจ้าเซโจเป็นผู้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากพระเจ้าทันจง ซึ่งเป็นพระนัดดา (ทายาทของพระเจ้ามุนจง ผู้เป็นพี่ชาย) ผู้ยังทรงพระเยาว์และมีขุนนางหนุนหลัง องค์ชายซูยางจึงทำการรัฐประหาร สังหารขุนนางผู้ใหญ่ และยึดอำนาจเบ็ดเสร็จก่อนจะขึ้นครองราชย์ การเอ่ยถึงองค์ชายซูยางในประวัติศาสตร์ เลยพอจะอนุมานได้ว่าพระพันปีในซีรีส์เรื่องนี้คงกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย ผู้เป็นอาอาจจะก่อกบฏยึดอำนาจจากหลานตัวเอง และสังหารหลานทิ้ง

“ไว้ค่อยอบรมกระหม่อมภายหลังก็ได้ ถ้ากระหม่อมไม่นั่ง…พวกเขาก็นั่งไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” คนที่จะพูดคำนี้ออกมาได้ต้องมั่นใจใน “สถานะ” และ “ลำดับชั้น” ของตัวเองมาก ๆ นะ เขารู้ตัวดีว่าเขาคือกุญแจสำคัญในงานนี้ ทั้งที่นี่เป็นงานพระราชพิธีวันคล้ายวันพระราชสมภพของยุวกษัตริย์อียุนด้วยซ้ำ การที่เขาบอกว่าถ้าเขาไม่นั่ง คนอื่น ๆ ก็นั่งไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการนั่ง แต่ตามธรรมเนียมคือระบบทุกอย่างในวังตอนนี้หมุนรอบตัว เขามีอำนาจตามจารีตที่ถ้าเขาไม่เริ่ม ทุกอย่างก็เดินต่อไม่ได้ และทำให้คนอื่นลำบากรอไปด้วย ที่สำคัญ การที่บอกให้พระพันปีอบรมเขาทีหลัง มันก็เป็นการตัดบทที่มีความย้อนแย้งในตัว ดูเหมือนเขาจะยอมรับฟังคำอบรม เขายอมรับว่าพระพันปีมีสิทธิ์ตำหนิ แต่ก็บอกกลาย ๆ ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาของพระพันปีที่จะมาสั่งสอนอะไรเขาในตอนนี้

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ก็เลยไม่ได้แปลกใจเลยที่จะมีคนรอดูซีรีส์ Perfect Crown แบบประชิดติดหน้าประตูวัง ความเป็นซีรีส์แนวโรแมนติกที่ได้นักแสดงที่เคมีเข้ากันดี๊ดีขนาดนี้มันก็เป็นอะไรที่น่าคาดหวัง ไอยูเองก็มีฐานแฟนคลับที่คอยติดตามผลงานเธอแข็งแรงมาก ส่วนบยอนอูซอกนี่ก็เรียกได้ว่ากำลังมาแรง สองคนนี้เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำแต่ไม่ได้คู่กัน และตอนนั้นบยอนอูซอกก็เป็นแค่นักแสดงสมทบที่โผล่มาแว่บเดียว เรื่องนี้เลยกลายเป็นการ reunion ของคู่นี้ คนก็รอดูฉากรักหวาน ๆ เพื่อเติมความฟินเข้าสู่หัวใจในวันที่เครียดเพราะข้าวของแพง 555 หรือใครที่ชอบดรามาการเมืองก็ไม่น่าจะผิดหวัง เพราะการหยุมกันของชนชั้นสูงนี่น่าจะมันหยดอยู่แล้ว ยิ่งฉากไม่ใช่พีเรียดแต่เป็นปัจจุบัน มันมีบริบทสังคมที่เราอินตามได้ง่าย ๆ เลย เอาล่ะ! คืนนี้ไปรอดูตอน 2 ได้แล้ว มีอะไรที่น่าติดตามอีกเยอะ 👑