Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย เมาไม่ขับ เครื่องดับไปเลย

เมาไม่ขับ เครื่องดับไปเลย

ในการใช้งานรถยนต์ ถือเป็นปกติที่ผู้ใช้รถจะต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพรถของตัวเองให้มีสมรรถนะพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา แต่จะเป็นอย่างไร ถ้ารถของคุณสามารถตรวจสมรรถภาพของคนที่จะมาขับกลับคืนบ้าง

ปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ ถูกนำมาใส่ในรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในหลากหลายรูปแบบครับ เหตุผลสำคัญของเทคโนโลยีที่ถูกนำมาติดตั้งก็คือเรื่องของความปลอดภัย แม้บางครั้งจะทำให้ผู้ขับขี่ในสภาวะปกติไม่ปลื้มยามอยู่บนท้องถนน จนทำให้บางคนถึงกับต้องปิดระบบความปลอดภัยต่าง ๆ ไปเลยก็มี

ยกตัวอย่างระบบเตือนรถออกนอกเลน ที่ปัจจุบันมีใส่มาในรถแทบจะทุกระดับ ระบบนี้บางคนบอกว่าน่ารำคาญ แต่รู้หรือไม่ครับว่าจากประสบการณ์ของคนใกล้ชิดของผม เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติท่านหนึ่งเคยบอกว่า ระบบนี้มันเคยช่วยชีวิตเขาไว้มาแล้ว ตอนขับรถกลับจากการทำงานในช่วงกลางดึก

ส่วนผมเอง จากที่ได้มีโอกาสทดสอบขับรถรุ่นใหม่ ๆ ทั้งค่ายเกาหลีใต้ ค่ายญี่ปุ่น และค่ายยุโรป เริ่มมีระบบความปลอดภัยที่เราไม่เคยเห็นในยุคก่อนเพิ่มขึ้นมา อาทิ หากเราขับทางไกลยาว ๆ ต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมง ก็จะมีข้อความเตือนให้หยุดพักดื่มกาแฟ หรือรถยุโรปบางรุ่น หากเซ็นเซอร์ตรวจเจอ “คน” ในระยะที่มีโอกาสชน ก็จะเบรกตัวโก่งทันที

ก่อนหน้านี้ในปี 2008 คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ ของสหรัฐฯ (NTSB : National Transportation Safety Board) เคยเปิดตัวเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จะช่วยลดปัญหา “เมาแล้วขับ” ซึ่งตามสถิติแล้วเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนนลำดับต้น ๆ และตั้งเป้าจะให้ติดตั้งระบบนี้ในรถทุกคัน

เจ้าระบบที่ว่านี้มีชื่อว่า DADSS ย่อมาจาก Driver Alcohol Detection System for Safety เป็นระบบที่ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ ที่จะมีเซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจบริเวณพวงมาลัย หากมีปริมาณเกินกฎหมายกำหนด ระบบจะตัดการทำงานไม่ให้สตาร์ตเครื่องยนต์ทันที พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณเมา รถจะไม่ให้คุณขับ นั่นเอง

ภาพจาก FB: DADSS Research

นอกจากนี้ ในปัจจุบันก็มีบริษัทเอกชนต่างคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อลดปัญหาเมาไม่ขับออกมาในหลายรูปแบบ อาทิ เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของดวงตา รวมถึงยังมีเซ็นเซอร์วัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจากปลายนิ้วของคนขับ ที่เมื่อกดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เซ็นเซอร์จะทำงานทันที และไม่ให้ติดเครื่อง หากตรวจเจอปริมาณแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ดี แม้เทคโนโลยีพวกนี้ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำมาใช้งานจริง เพราะขึ้นชื่อว่าระบบย่อมต้องมีความผิดพลาดได้ และผู้ที่เอาชนะเทคโนโลยีได้ก็คือ “มนุษย์” ลองคิดดูว่าจะอีกกี่สิบปี ที่จะสามารถบังคับใช้ระบบนี้ได้จริง เพราะถ้าบังคับ นั่นหมายความว่ามันจะต้องเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดมากับรถเลยทีเดียว

งานนี้ถ้ามองผิวเผิน มันคือคอนเซปต์ไอเดียที่ดีมาก ๆ ครับ หากทุกอย่างเป็นไปตามระบบเป๊ะ ๆ ในบ้านเราด่านตรวจแอลกอฮอล์อาจไม่ต้องตั้งเป่าให้รถติด แต่ในทางปฏิบัติมันขึ้นอยู่กับตัวผู้ขับขี่เอง เพราะคนจะดื่มยังไงก็ดื่ม และหากระบบนี้ทำงาน นั่นหมายความว่าคุณได้เมาไปแล้ว บางคนอาจจะมองเป็นการส่งเสริมการดื่มไปอีกหรือไม่

และในวันหนึ่ง เราอาจได้เห็นบริษัทผลิตเครื่องดื่มมึนเมา หันมาทำโปรโมชันร่วมกับค่ายรถยนต์ ประมาณว่าดื่มแค่ไหนก็ปลอดภัยได้ ฉะนั้น ดูแล้วเทคโนโลยี “เมาไม่ขับ เครื่องดับไปเลย” เป็นคอนเซปต์ที่ดีครับ แต่คงยากถ้าบังคับใช้ในบ้านเรา อย่างน้อยก็กระทบทีมงานตั้งด่านไปเต็ม ๆ ครับ (ฮา ๆ วกมาเรื่องนี้ได้ไงเนี่ย)