Home Inspiration My Dear มีเดีย ศึก OTT สองค่ายใหญ่ วัดกึ๋นคนสร้าง “คอนเทนต์ธงนำ”

ศึก OTT สองค่ายใหญ่ วัดกึ๋นคนสร้าง “คอนเทนต์ธงนำ”

ถ้าจะบอกว่าการเปิดฤดูกาล 2025-26 ของการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ภายใต้ผู้ให้บริการเจ้าใหม่อย่าง AIS และ MONOMAX เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดศึกแพลตฟอร์ม OTT ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ คงไม่ผิดจากความจริงไปสักเท่าไรนัก เพราะผู้ให้บริการเจ้าใหม่มาแบบจัดครบทั้งคอนเทนต์กีฬาและบันเทิง

ในขณะที่เจ้าตลาดเดิมอย่างทรู ที่แม้จะไม่มีคอนเทนต์พรีเมียมอย่างพรีเมียร์ลีก แต่ยังคงสู้สุดใจกับการซื้อลิขสิทธิ์ beIN Sports แบบ Exclusive และปลุกตัวซีเครตในมือที่หลับยาวอยู่ถึงหนึ่งทศวรรษ อย่าง Academy Fantasia มาชนกับคู่แข่ง หวังความแมสของคอนเทนต์และจับตลาดที่เข้าถึงคนไทยจำนวนมาก

ช่างเป็นการต่อสู้ที่ “แค่ประดาบยกแรกก็เลือดเดือด” ไม่ต้องพูดถึงเรื่องราคาสมาชิก ที่เวลานี้ทั้งสองค่ายเหมือนจะมองเห็นกลยุทธ์สงครามราคาแบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ เพราะทั้งสองเจ้าในราคาเริ่มต้นนั้นไม่มีใครเกินไปกว่า 100 บาทสำหรับจอเดียว (รับชมผ่านสมาร์ตโฟน) ขณะที่คนที่อยากชมแบบสองจอราคาไม่เกิน 200 บาท

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้เจ้าเดิมที่ทำตลาดเน็ตบ้านมาก่อนอย่างทรูยังพอจะมีแต้มต่ออยู่บ้าง เพราะเน็ตบ้านเขาเร็วและแรงจริง ส่วน AIS แม้จะมีโมโน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามีเครือข่ายเน็ตบ้านที่แรงไม่แพ้ทรูอย่าง 3BB แต่ความเชื่อมั่นในแบรนด์ของผู้บริโภคยังคงให้กับเจ้าแรกมากกว่

แต่การพัฒนาการให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือเน็ตบ้านนั้น สามารถสร้างโครงข่ายและเรียกความน่าเชื่อถือได้ ผ่านการให้บริการและการทำการตลาด ของแบบนี้ใครการ์ดตกก่อน ลูกค้าสามารถเปลี่ยนใจย้ายค่ายได้ทันที

เมื่อราคาและการให้บริการอินเทอร์เน็ต อยู่ในจุดที่เรียกว่าสูสียังไม่มีใครแซงใครกันมากนัก คอนเทนต์พรีเมียมที่มีอยู่ในมือยังไม่มีเจ้าไหนสามารถห้ำหั่นให้อีกเจ้าร่วงไปอยู่ที่สองแบบห่าง ๆ ได้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ต้องงัดมาสู้กันคือ แอปพลิเคชันสำหรับการรับชมแบบ SVoD (Subscription Video on Demand หรือการรับชมแบบบอกรับสมาชิก)

ในเมืองไทยที่ชัดเจนที่สุดคือ Netflix, Disney+, iQiyi, Viu, WeTV และ Prime ขณะที่สถานีโทรทัศน์เจ้าใหญ่ในเมืองไทยได้กระโดดสู่ตลาด SVoD กันอย่างเต็มตัวนับตั้งแต่ปี 2017 แม้จะล้มลุกคลุกคลานกันไปบ้าง แต่สุดท้ายเราได้เห็นแอปพลิเคชัน SVoD ของคนไทยอย่าง 3+, OneD และ Bugaboo TV ที่สามารถหาสมาชิกได้จริง และ เป็นการต่อยอดมาจากละครและซีรีส์ที่ทางสถานีผลิตเอง

เมื่อ OTT หรือ Over the Top TV คือบริการสตรีมมิ่งเนื้อหา (Contents) ไปยังผู้รับบริการผ่านอินเทอร์เน็ตโดยไม่ง้อเคเบิลหรือสัญญาณดาวเทียม หากจะมาวัดว่าสองผู้ให้บริการเจ้าใหญ่ในเมืองไทยรายไหนจะได้เปรียบมากกว่า คงต้องมาดูกันว่าผู้ให้บริการฝั่งไหนจะสร้างมูลค่าและความจดจำจาก Content ที่มีอยู่ในมือได้มากกว่ากัน และศึกครั้งนี้ผู้บริโภคอย่างเราท่านเป็นผู้ตัดสินค่ะ นาน ๆ จะได้สิทธิ์แบบนี้ ต้องใช้ให้คุ้มนะคะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า