Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Love, Take Two ความสัมพันธ์ของคู่แม่ลูกที่รักกันแต่ไม่ค่อยเข้าใจกัน

Love, Take Two ความสัมพันธ์ของคู่แม่ลูกที่รักกันแต่ไม่ค่อยเข้าใจกัน

กับคนในครอบครัวหรือคนที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด คุณคิดว่าใครคือคนที่คุณมีปัญหาด้วยบ่อยที่สุด ส่วนตัวเชื่อว่าหนึ่งในลิสต์คำตอบที่มาแรงมาก ๆ น่าจะต้องมี “แม่” อยู่ด้วยแน่ ๆ (ยกมือเห็นด้วยละหนึ่ง) และเนื่องในโอกาสวันแม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน ชะนีติดซีรีส์ในวันนี้ก็ขอนำเอาซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่แม่ลูกที่จริง ๆ แล้วรักกันมาก แต่ชอบแสดงออกเหมือนชังกันสุด ๆ มาฝาก อ้อ! มันอาจจะคล้ายกับเรื่องจริงของใครหลายคนด้วยนะ ลองไปพิจารณากันดูเอาเอง

Love, Take Two ซับไทยที่ Viu และ TrueVisions Now (มีพากย์ไทย) บอกเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ของ 2 แม่ลูกผู้ไม่ลงรอยกัน และมักจะปะทะคารมที่ชวนปวดใจใส่กันอยู่เสมอ “คนแม่” เป็นผู้จัดการประจำไซต์งานก่อสร้างของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง เธอกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวด้วยสถานการณ์บางอย่างตั้งแต่ยังไม่พ้นช่วงวัยรุ่นวัยใสดีเลยด้วยซ้ำ ส่วน “คนลูก” เป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ผู้พยายามใช้ชีวิตให้เป็นไปตามความคาดหวังของแม่ อย่างไรก็ดี นับวันเธอก็เริ่มรู้สึกว่าชีวิตวัยรุ่นของเธอมันทุกข์ทรมานเกินไป ประกอบกับเธอทราบปัญหาสุขภาพบางอย่างของตัวเอง ทำให้เธอวางแผนที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โดยก้าวข้ามเส้นที่แม่ขีดไว้

ภาพจาก FB: tvN drama

หลังจากที่อดทนโดนโขกสับด้อยค่าจากอาจารย์แพทย์มานาน ในที่สุดชีลูกก็ปรี๊ดแตก สาดความอัดอั้นตันใจที่เก็บมานานใส่อาจารย์แพทย์แบบชุดใหญ่ไฟกะพริบ หย่อนเสื้อกาวน์ลงถังขยะ เดินอาด ๆ ออกจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย แล้วชวนเพื่อนซี้ไปเที่ยวชนบท แต่แท้จริงแล้วชีน่ะหนีออกจากบ้าน! ขณะเดียวกัน ชีแม่ก็มีปัญหากับบริษัท ทำให้โดนพักงานระหว่างที่ถูกสอบสวน จึงมีเวลามากพอที่จะตามล่าลูกสาวกลับบ้าน การพบหน้ากันอีกครั้งของ 2 แม่ลูกในสถานการณ์ชวนอึดอัด ทำให้ชีลูกตัดสินใจบอกปัญหาสุขภาพให้แม่รู้ อันที่จริงนางไม่ได้คิดจะปิดแม่ แต่คนแม่ชอบขัดจังหวะ และทำให้บรรยากาศมันไม่เหมาะกับการพูดคุยเรื่องจริงจัง

ภาพจาก FB: tvN drama

โดยในช่วงที่ 2 แม่ลูกกำลังทำสงครามประสาทใส่กันอยู่ พวกเธอก็ดันเข้าไปพัวพันกับ 2 พ่อลูกผู้เป็นเจ้าบ้านในถิ่นชนบทนี้เข้าโดยบังเอิญ แต่ความบังเอิญดันคูณสองและคูณสาม เมื่อฮีพ่อและชีแม่เคยเรียนม.ปลายที่เดียวกัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน และฮีพ่อก็เป็นรักแรกของชีแม่สมัยเรียนด้วย งานนี้ดูท่าว่าถ่านไฟเก่าอาจจะจุดติดในรุ่นใหญ่ ส่วนรุ่นเล็ก ความรู้สึกดี ๆ ก็กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ และ 2 แม่ลูกตัดสินใจที่จะทิ้งทุกอย่างในเมืองหลวง มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ชนบทแห่งนี้ โฟกัสกับความสุขในแต่ละวัน มากกว่าจะคิดไปถึงอนาคตที่ยังห่างไกล

หนูแค่อยากใช้ชีวิตเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ แล้วตายไป

ภาพจาก FB: tvN drama

อาการเจ็บป่วยที่มีอัตราการตายมากกว่ารอด ถ้าเอาไปบอกกับคนที่เขาไม่ยึดติด ปลงกับชีวิต แบบพร้อมที่จะตายตลอดเวลา เขาก็อาจจะไม่ยี่หระอะไรที่กำลังจะตาย แต่นี่มันเกิดกับเด็กที่อายุแค่ 23 ปีไง คือนางยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตอะไรเลย เหมือนต้องมาเตรียมตัวตายซะแล้ว ขนาดกับคนที่ใช้ชีวิตมาแล้วครึ่งค่อนชีวิตว่าคุณใกล้ตายแล้ว มันยังไม่น่าอภิรมย์เลยสู ก็เลยไม่แปลกใจเท่าไรที่จู่ ๆ ชีลูกนางก็ลุกขึ้นมาทำตัวกบฏต่อต้านแม่ หันหลังให้ทุกอย่างแบบกูไม่เอาอะไรอีกแล้วชีวิตนี้ ก็นางไม่รู้นี่นาว่าตัวเองจะอยู่ได้นานแค่ไหน จะตายเมื่อไร นางเลยอยากลองใช้ชีวิตแบบเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ให้ได้มากเท่าที่ตัวเองอยากทำ เพื่อชดเชยกับช่วงเวลาที่ผ่านมาที่นางไม่เคยทำ ก่อนที่ตัวเอง…จะตาย

เพราะชีวิตที่ผ่านมาของนางมันไม่ได้มีอะไรที่รื่นเริงบันเทิงใจเลยสักนิด หมายถึงนางไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกสุดเหวี่ยงแบบที่เด็กวัยรุ่นทั่วไปเขาได้ใช้กัน แม้ว่าแม่จะเลี้ยงนางมาด้วยความรัก ความเอาใจใส่มากเท่าที่แม่คนหนึ่งจะให้ได้ จนนางเติบโตมาอย่างดี มีการศึกษาดี ได้เรียนหมอโดยที่แม่พยายามสนับสนุนโดยไม่ขาดตกบกพร่อง และชีวิตนางไม่ได้ลำบากปากกัดตีนถีบแบบสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ ที่สำคัญ ดูก็รู้ว่าแม่ไม่ได้เลี้ยงนางมาแบบกดดันหรือเข้มงวดกฎอะไรมากมาย เลี้ยงมาเหมือนเพื่อนที่พูดคุยได้ทุกเรื่องมากกว่า สังเกตจากคำพูดที่นางใช้กับแม่ และพฤติกรรมบางอย่างที่นางแสดงออกเวลาไม่พอใจแม่ มันเป็นปกติ ไม่ใช่ระเบิดลงแบบเด็กเก็บกดที่เคยต้องเพอร์เฟกต์ต่อหน้าแม่ตลอดเวลา

ภาพจาก FB: tvN drama

และด้วยความที่ความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้มันมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากแม่ลูกคู่อื่นที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดธรรมดา ๆ ความรักของ 2 แม่ลูกมันเลยมีความ toxic เบา ๆ นางน่ะรู้ดีว่าแม่รักนางมาก รู้ว่าแม่หวังดี รู้ว่าตัวเองเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งอยากมีชีวิตอยู่ รู้ว่าตัวเองเป็นความภาคภูมิใจของแม่ แต่ความรักความปรารถนาดีทั้งหมดที่แม่มอบให้ มันดันทำให้นาง “กดดันตัวเอง” เพื่อที่จะเป็นลูกที่ดี เป็นทุกอย่างที่ทำให้แม่มีความสุข อยากเป็นคนที่ไม่ทำให้แม่ผิดหวัง อยากเป็นคนที่แม่คาดหวังได้ ตอบแทนที่ผู้หญิงคนนี้มอบชีวิตให้ ทว่าทุกอย่างมันก็หนักเกินไปที่นางจะแบกรับไว้คนเดียว พอถึงจุดหนึ่งมันเลยแตกออก นางลุกขึ้นมาต่อต้านแม่

ในขณะที่คนเป็นแม่ ต้องเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและพยายามเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาอย่างดีในวัยที่ตัวเองก็ยังไม่ประสีประสาเท่าไรนัก มันไม่ใช่เรื่องง่าย และมันก็เป็นปกติที่จะมีเรื่องบกพร่องจากการได้เป็นแม่ครั้งแรก เธอเป็นแม่โดยไม่มีโอกาสได้ลองผิดลองถูก ทุกอย่างคือการลงสนามจริง ซีรีส์ที่ฉายมา 2 ตอนยังไม่ทันเฉลยหรอกว่าสถานการณ์อะไรที่ทำให้แม่ลูกคู่นี้มาเจอกัน แต่ด้วยชีวิตของตัวเองก็ผ่านมาหนักหนาสาหัส เธอเลยพยายามเลี้ยงเด็กคนนี้ให้ได้ดีกว่าชีวิตตัวเอง อยากให้ลูกเรียนหมอและคาดหวังที่จะให้ลูกเป็นหมอ เพราะมันเป็นอาชีพที่มั่นคง และขณะเดียวกันเธอก็พยายามทำงานอย่างหนักจนละเลยลูกในเวลาที่ลูกต้องการ กลายเป็นจุดที่ไม่พอดี ไม่ลงล็อกกันของ 2 แม่ลูก

ภาพจาก FB: tvN drama

แต่เมื่อ 2 แม่ลูกได้กลับมาจับเข่าคุยกันดี ๆ ปรับความเข้าใจให้ตรงกัน มันก็จะช่วยละลายความ toxic ที่เกิดจากความรักของทั้งคู่ลงไปได้ คนเป็นแม่รู้แล้วว่าที่ผ่านมาตัวเองเอาความคาดหวังไปยัดใส่หัวลูกมากเกินไป แถมยังละเลยเสียงที่ดังออกมาจากใจของลูกในบางครั้งบางครา ส่วนคนเป็นลูกที่ก็รู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังงี่เง่าเป็นเด็ก แต่ด้วยสถานการณ์ของนางที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน การต้องมีชีวิตเป็นคนป่วย ก็ทำให้นางไม่อยากกัดฟันสู้เพื่อผ่านอุปสรรคอะไรทั้งนั้น นางแค่อยากมีความสุขกับวันนี้ อยากทำอะไรก็ทำ และอยากให้แม่เข้าใจตัวเองในจุดนี้ สุดท้าย 2 แม่ลูกก็ตัดสินใจเจอกันคนละครึ่งทาง พร้อมรับบทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของพวกเธอ

ทางนี้ค่ะ ฉันอยู่นี่นะคะ เผื่อท่านจะลืมเราแล้วก็ลืมช่วยเรา รู้อะไรไหมคะ ชีวิตมันช่าง…สิ้นหวังและอ้างว้างเหลือเกินค่ะ ไม่ยุติธรรมเลยเนอะ

ภาพจาก FB: tvN drama

ระหว่างที่ 2 แม่ลูกต่อสู้ข้ามผ่านสิ่งต่าง ๆ มาด้วยกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยรู้อีกด้านของกันและกันว่าบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาทำ มันทำให้อีกฝ่ายลำบาก พวกเขาเอาแต่คิดว่าทำแบบนี้แล้วมันจะดีที่สุดสำหรับอีกฝ่าย แต่มันดันไม่ได้เป็นแบบนั้น 100% ในเวลานี้ที่พวกเขาได้เริ่มเปิดอกคุยกัน แม้ว่าจะเข้าใจกันมากขึ้น โดยเฉพาะแม่ที่เข้าใจลูกมากกว่าเดิมว่าลูกต้องการอะไร ส่วนลูก นางเข้าใจแม่ทุกอย่างมาตั้งแต่แรก เพียงแต่สิ่งที่นางเจออยู่ในเวลานี้ มันเริ่มต้นจากความรู้สึกผิด จากนั้นก็ค่อย ๆ ถูกความเศร้ากลืนกิน กลายเป็นการระเบิดอารมณ์ใส่แม่ ด้วยความโกรธทุกสิ่งในชีวิตที่เกิดแต่กับตัวเอง และระบายมันออกมาด้วยคำพูดที่ไม่ดีกับแม่และน้ำตา

สถานการณ์ยากลำบากนำพาพวกเธอมาถึงจุดที่ต้องหยุดอยู่ตรงทางแยกเพื่อตัดสินใจว่าพวกเธอจะเอายังไงกับชีวิตที่เหลืออยู่ มันจะคุ้มค่าแค่ไหนที่จะคงฝันล้มแล้ง ๆ ถึงอนาคตที่ไม่มีอะไรแน่นอนเลยสักอย่าง ในอดีตพวกเธอทำนั่นทำนี่เพื่ออนาคต คิดว่าการตัดสินใจทำแบบนั้นมันจะนำพาไปสู่อนาคตที่ดี ที่สดใสรุ่งโรจน์ แต่เมื่ออนาคตเดินทางมาเป็นปัจจุบัน พวกเธอรู้แล้วว่าสิ่งที่ทำมามันสูญเปล่าเมื่อเจอเข้ากับความไม่แน่นอนที่ถาโถมใส่ ดังนั้น แทนที่จะยึดติดกับความสุขที่จะมีในอนาคต และอนาคตที่ไม่แน่นอน มันน่าจะดีกว่าถ้าพวกเธอหันมาโฟกัสกับปัจจุบัน ให้ความสุขเป็นเรื่องของปัจจุบัน ไม่ใช่อนาคต!

ภาพจาก FB: tvN drama

ตอนใกล้จบของอีพี 2 ผู้เป็นแม่ถึงกับตัดพ้อกับพระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนสักแห่งว่าไม่เห็นพวกเธอเหรอ ลืมช่วยเหลือพวกเธอหรือเปล่า ด้วยความรู้สึกที่สิ้นหวังและอ้างว้าง เพราะ ณ วินาทีนั้น เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนต่อ เธออยากสู้เพื่อลูก และก็อยากฉุดลูกขึ้นมาสู้ไปด้วยกัน แต่เด็กมันอ่อนแรงกายอ่อนล้าใจเกินกว่าจะลุกมาต่อสู้กับโชคชะตาซะแล้ว เด็กมันปล่อยจอยทุกอย่าง ถึงขั้นอยู่ในช่วงที่ขอจัดการกับความคิดของตัวเอง น่าจะเพื่อปล่อยวางและพร้อมรับความตายที่จะมาเยี่ยมเยียนในเร็ววันนี้ เด็กมันไม่ได้อยากตาย ทว่ามันก็เหนื่อยที่จะนึกถึงอนาคตไกล ๆ ที่ตัวเองอาจอยู่ไม่ถึงก็ได้ นางแค่พยายามใช้ชีวิตอยู่ ณ ห้วงเวลานี้

น่ายินดีที่ในที่สุด คนแม่ก็ค้นพบเส้นทางที่จะทำให้ลูกมีความสุขที่สุดกับปัจจุบัน แม่เริ่มคิดทบทวนว่าตัวเองเคยเมินเสียงของลูกที่พร่ำบอกเรื่องอะไรบ้าง ทั้งเรื่องที่นางไม่อยากเรียนหมอ แต่ก็เรียนเพราะแม่อยากให้เรียน เรื่องที่นางไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบที่รอให้ทุกอย่างปลอดภัยถึงจะได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ เพราะเวลามันไม่คอยใคร เรื่องที่นางดูจะชอบเรื่องการออกแบบบ้าน และออกแบบบ้านในฝันของตัวเองเอาไว้แล้ว แต่นางกับแม่ดันไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง แม่เลยตัดสินใจที่จะสร้างชีวิตใหม่ให้กับลูก สร้างบ้านในฝัน เริ่มต้นชีวิตใหม่ในชนบทที่ไม่ต้องเจอกับเรื่องวุ่นวายมากมายแบบในเมือง และมีความสุขกันไปแบบวันต่อวัน โดยไม่ต้องคิดเยอะถึงอนาคตที่ไม่มีอะไรแน่นอน

ภาพจาก FB: tvN drama

ความคิดแรกที่เปิดซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาดู บอกเลยว่าเป็นเพราะเชื่อใจงานของช่อง tvN เพราะช่องนี้ทำซีรีส์แนวครอบครัวและเยียวยาจิตใจดีหลายเรื่อง อย่างที่เพิ่งจบไปก็คือ Our Unwritten Seoul ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์ไม่กี่เรื่องที่ดูจบในปีนี้ ไป ๆ มา ๆ ก็มารู้ในตอนหลังว่า Love, Take Two เป็นผลงานของผู้กำกับคนเดียวกันกับซีรีส์เรื่อง Hometown Cha-Cha-Cha และ Crash Course in Romance ซึ่งเป็นซีรีส์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของงานแนว Slice of life ที่ลึกซึ้งกินใจ ให้ความอบอุ่นฟีลกู๊ด พร้อมทั้งให้บทเรียนชีวิตที่ไม่ธรรมดาโดยอิงจากชีวิตประจำวันธรรมดา ๆ ทั่วไปของเรานี่แหละ เลยรู้สึกว่าถ้าเลือกเรื่องนี้มาดู น่าจะให้ฟีลคิดถึงความอิ่มใจจากซีรีส์เรื่องเก่า ๆ ได้

ภาพจาก FB: tvN drama

และที่สำคัญ Love, Take Two มันเป็นซีรีส์ที่เหมาะมากกับบรรดาลูก ๆ ที่มักมีเรื่องไม่ลงรอยกับเหล่าแม่ ๆ เรื่องของแม่ลูกแต่ละคู่มันมีความซับซ้อนบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป ทั้งที่รักกันแต่ไม่ค่อยจะพูดจากันดี ๆ ทั้งที่รักกันแต่เหนียมอายที่จะบอกว่ารักกัน ทั้งที่รักกันแต่มักจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับคำว่ารัก แล้วคาดหวังให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าทำไปเพราะความรัก พูดง่าย ๆ ก็คือชอบทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ก็นะ! ถ้ามันง่ายมากเกินไป ก็คงไม่ใช่ความสัมพันธ์แม่ลูกหรอก ก็ได้แต่เอาใจช่วยให้คู่แม่ลูกช่วยเข้าใจกันง่าย ๆ กว่านี้ซะหน่อยเถอะ 👩‍👧