หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” จำนวนสิทธิ์ทั้งหมด 500,000 สิทธิ์ ผ่านแอปพลิเคชัน Amazing Thailand และเว็บไซต์ เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com ของโครงการ ไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” นั้น เป็นนโยบายจากภาครัฐที่มุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในประเทศ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สนับสนุนการสร้างงานและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักให้กับประชาชน สูงสุด 50% (ครึ่งหนึ่ง)
อย่างก็ตาม ตลอด 4 วันที่ผ่านมานับตั้งแต่เปิดให้ลงทะเบียน ยังมีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากยังพบปัญหามากมายในการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ จนต้องปิดลงทะเบียนชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2568 (ทั้งนี้ เว็บไซต์ www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com ยังคงเปิดให้บริการ) และเตรียมย้ายไปลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐแทน และการเปิดรับลงทะเบียนใหม่ จะประกาศให้ทราบโดยเร็วที่สุด ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์และจองโรงแรมแล้ว สามารถใช้งานระบบและเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ
รายละเอียดโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง”
ข้อมูลรายละเอียดโครงการจาก www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com ระบุว่า ภาครัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักให้กับประชาชน ระยะเวลาโครงการ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 68 ถึง 31 ตุลาคม 2568 แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ๆ คือ
สนับสนุนส่วนลดค่าที่พัก
- รัฐบาลสนับสนุนค่าที่พักสูงสุด 50% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืน ทั้งนี้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน
- จำกัดสิทธิ์คนละไม่เกิน 5 ห้อง หรือ 5 คืน โดยเมืองหลัก 3 สิทธิ์ และเมืองน่าเที่ยว 2 สิทธิ์
- เมื่อจองที่พักแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้แต่สามารถเลื่อนวันเข้าพักได้ การเลื่อนเข้าพักต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด
สนับสนุนส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว
- รัฐบาลจะสนับสนุนคูปองอาหาร/ท่องเที่ยวมูลค่า 500 บาทต่อห้องต่อคืน ให้กับประชาชน เมื่อเช็กอินที่พักสำเร็จ
- จะได้รับคูปองอาหาร/ท่องเที่ยว วันละ 1 ครั้ง โดยคูปองจะหมดอายุเวลา 23.00 น. ของวันเช็กเอาต์
- คูปองอาหาร/ท่องเที่ยวสามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ โดยประชาชนชำระ 50% และรัฐบาลสนับสนุนอีก 50% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง
*หมายเหตุ ประชาชนจะได้รับสิทธิ์เมื่อลงทะเบียนสำเร็จ และใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร หรือ สถานที่ท่องเที่ยว ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นจังหวัดตามบัตรประชาชนของผู้ใช้สิทธิ์
โดยสิทธิ์ที่ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับ จะมีรายละเอียดดังนี้
สิทธิ์ที่ 1 ส่วนลดค่าที่พักสูงสุด 50%
สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องหรือคืน สูงสุด 5 ห้องหรือ 5 คืน แบ่งเป็นเมืองหลัก 3 สิทธิ์ / เมืองน่าเที่ยว 2 สิทธิ์
เมืองหลัก
- วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) รัฐสนับสนุน 50% ของค่าที่พักแต่ไม่เกิน 3,000 บาท
- วันหยุดและวันหยุดนักขัตฤกษ์ รัฐสนับสนุน 40% ของค่าที่พักแต่ไม่เกิน 3,000 บาท
เมืองน่าเที่ยว
- รัฐสนับสนุน 50% ของค่าที่พักแต่ไม่เกิน 3,000 บาท
สิทธิ์ที่ 2 รับส่วนลดอาหาร/ท่องเที่ยว/บริการอื่น ๆ 50%
เมื่อเช็กอินเข้าพัก รับคูปองส่วนลด 50% ทุก ๆ การใช้จ่าย แต่ไม่เกิน 500 บาท/วัน สามารถชำระกับร้านอาหารและบริการ ที่เข้าร่วมโครงการฯ
กรณีเข้าพักมากกว่า 1 คืน ผู้ใช้สิทธิ์ต้องทำการเช็กอินเพื่อรับคูปองด้วยตัวเอง ภายในเวลา 16.00 น. ของทุกวันที่เข้าพัก โดยคูปองจะปรากฏบนแอปฯ เวลา 17.00 น. ของทุกวัน และคูปองจะหมดอายุเวลา 23.00 น. ของวันเช็กเอาต์ โดยคูปองดิจิทัลนี้สามารถใช้จ่ายใน
- ร้านอาหาร
- ร้านของฝาก
- ร้านสินค้า OTOP
- แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ร่วมรายการ
ทั้งนี้ ไม่สามารถใช้ในจังหวัดภูมิลำเนาตามบัตรประชาชนของผู้รับสิทธิ์ได้
ดังนั้น โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” จึงเป็นอีกโอกาสทองสำหรับคนรักการเดินทางที่อยากจะท่องเที่ยวในประเทศ และสำรวจความสวยงามของเมืองไทยในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม ไม่ว่าจะคุณจะชวนเพื่อนเที่ยวหรือฉายเดี่ยวก็ตาม แม้โครงการจะไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด แต่หากมีการวางแผนที่ดี คุณก็สามารถมีทริปในฝันที่สบายกระเป๋าได้อย่างแน่นอน
เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงทะเบียนรับสิทธิ์และออกเดินทาง
เนื่องจากในเวลานี้ โครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งปิดลงทะเบียนชั่วคราว สำหรับใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน และมีใจที่อยากจะออกไปเที่ยว แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดี คุณยังพอมีเวลาที่จะวางแผนเที่ยวอีกเล็กน้อย ก่อนที่ระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนอีกครั้ง โดยก่อนอื่น คุณจะต้องเช็กเมืองหลักและเมืองรอง ก่อน ว่าคืออะไรและมีที่ไหนบ้าง และคุณพร้อมที่จะเดินทางในวันไหน เพราะจำนวนเงินที่รัฐจะช่วยจ่ายนั้นสัดส่วนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ “เมือง” ที่คุณจะไป และ “วันเดินทาง” คุณจึงต้องเลือกจุดหมายปลายทางที่คุณสนใจ จากนั้นจึงค่อยเริ่มวางแผนทริปนี้กัน
เมืองหลัก-เมืองรอง มีที่ไหนบ้าง
เมืองหลัก คือ จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวสูง มักมีระบบขนส่งสาธารณะและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สำหรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง มี 22 เมืองหลัก (มีจำนวนทั้งหมด 300,000 สิทธิ์) ดังนี้
ภาคเหนือ – 1 จังหวัด
-
เชียงใหม่
ภาคกลาง/ภาคตะวันตก – 10 จังหวัด
- กรุงเทพมหานคร
- กาญจนบุรี
- นครปฐม
- นนทบุรี
- ปทุมธานี
- ประจวบคีรีขันธ์
- พระนครศรีอยุธยา
- เพชรบุรี
- สมุทรสาคร
- สระบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – 2 จังหวัด
- ขอนแก่น
- นครราชสีมา
ภาคตะวันออก – 4 จังหวัด
- ฉะเชิงเทรา
- ชลบุรี
- ระยอง
- สมุทรปราการ
ภาคใต้ – 5 จังหวัด
- กระบี่
- พังงา
- ภูเก็ต
- สงขลา
- สุราษฎร์ธานี
ส่วน เมืองรอง คือ จังหวัดที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่าเมืองหลัก แต่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง และรัฐสนับสนุนให้คนเดินทางไปเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สำหรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง มี 55 เมืองรอง (มีจำนวนทั้งหมด 200,000 สิทธิ์) ดังนี้
ภาคเหนือ – 16 จังหวัด
- กำแพงเพชร
- เชียงราย
- ตาก
- นครสวรรค์
- น่าน
- พะเยา
- พิจิตร
- พิษณุโลก
- เพชรบูรณ์
- แพร่
- แม่ฮ่องสอน
- ลำปาง
- ลำพูน
- สุโขทัย
- อุตรดิตถ์
- อุทัยธานี
ภาคกลาง/ภาคตะวันตก – 7 จังหวัด
- ชัยนาท
- ราชบุรี
- ลพบุรี
- สมุทรสงคราม
- สิงห์บุรี
- สุพรรณบุรี
- อ่างทอง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – 18 จังหวัด
- กาฬสินธุ์
- ชัยภูมิ
- นครพนม
- บึงกาฬ
- บุรีรัมย์
- มหาสารคาม
- มุกดาหาร
- ยโสธร
- ร้อยเอ็ด
- เลย
- ศรีสะเกษ
- สกลนคร
- สุรินทร์
- หนองคาย
- หนองบัวลำภู
- อำนาจเจริญ
- อุดรธานี
- อุบลราชธานี
ภาคตะวันออก – 5 จังหวัด
- จันทบุรี
- ตราด
- นครนายก
- ปราจีนบุรี
- สระแก้ว
ภาคใต้ – 9 จังหวัด
- ชุมพร
- ตรัง
- นราธิวาส
- ปัตตานี
- นครศรีธรรมราช
- พัทลุง
- ยะลา
- ระนอง
- สตูล
วันเดินทาง จะใช้วันลาพักร้อนหรือรอวันหยุด?
นอกจากเมืองหลัก-เมืองรอง แล้ว วันเดินทางของคุณก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขของสัดส่วนเงินสนับสนุนที่รัฐจะช่วยจ่ายด้วย หากคุณเที่ยวเมืองหลักในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) รัฐจะสนับสนุนค่าที่พักในสัดส่วน 50% (แต่ไม่เกิน 3,000 บาท) นั่นเท่ากับว่ารัฐช่วยออกให้ครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าคุณเที่ยวเมืองหลักเหมือนกันแต่ไปวันช่วงวันหยุด (เสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์) รัฐจะสนับสนุนค่าที่พักในสัดส่วนเพียง 40% เท่านั้น (แต่ไม่เกิน 3,000 บาทเช่นกัน) แต่ถ้าคุณไปเมืองรอง (เมืองน่าเที่ยว) ไม่ว่าจะวันธรรมดาหรือวันหยุด รัฐสนับสนุนค่าที่พักเต็มที่ในสัดส่วน 50% (แต่ไม่เกิน 3,000 บาท) เพราะฉะนั้น วางแผนให้ดีว่าคุณอยากไปที่ไหน และจะไปวันไหน จะลาพักร้อนหรือรอวันหยุด!
วิธีเดินทาง เลือกให้ดี เพราะรัฐไม่ได้สนับสนุนค่าเดินทาง
เนื่องจากรัฐไม่ได้สนับสนุนค่าเดินทาง หากคุณต้องการให้ทริปนี้เป็นทริปเที่ยวแบบสบายกระเป๋า ประหยัดค่าใช้จ่าย คุณจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายและเลือกวิธีการเดินทางในรูปแบบที่ประหยัด สะดวก และคุ้มค่าสำหรับคุณที่สุด โดยคุณอาจจะเดินทางโดยเครื่องบิน รถโดยสารประจำทาง (รถทัวร์/รถตู้) รถไฟ หรือจะขับรถไปเองก็ตามแต่ ซึ่งถ้าหากคุณจะเดินทางโดยเครื่องบิน ก็อาจจะต้องเผื่อช่วงเวลาในการเดินทางสักหน่อย เพราะตั๋วเครื่องบินควรจะต้องจองล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงที่จะเดินทางในช่วงวันหยุดยาว รวมถึงควรเปรียบเทียบราคาจากเว็บไซต์สายการบิน หรือเว็บไซต์ตัวกลางจองตั๋วเครื่องบิน หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือหาดีลเที่ยวบินราคาประหยัดจากแหล่งต่าง ๆ
แหล่งท่องเที่ยว/กิจกรรม ถ้ารู้เคล็ดลับ ประหยัดได้มากกว่าเดิม!
ส่วนใหญ่แล้ว คงไม่มีใครที่จองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักเพื่อไปเที่ยว แล้วจะนอนอยู่ในที่พักทั้งวันหรอกใช่ไหม ตามปกติก็ต้องออกไปทำกิจกรรมตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ไปหาของอร่อยประจำท้องถิ่นกิน ไปผจญภัย ตามหากิจกรรมสำหรับการพักผ่อนและผ่อนคลาย ไปเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น เที่ยวเทศกาลต่าง ๆ แหล่งชอปปิงละลายทรัพย์ หรือแม้กระทั่งชื่นชมแสงสียามค่ำคืน ฯลฯ
แม้ว่าโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง จะสนับสนุนเป็นคูปองดิจิทัลเป็นส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว ที่สามารถใช้ในร้านอาหาร ร้านของฝาก และกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ร่วมรายการ (ตามที่โครงการกำหนด) มูลค่า 500 บาทต่อห้องต่อคืน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ในสัดส่วน 50% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง แต่เราจะประหยัดได้มากขึ้นไปอีก หากมีดีลเด็ดกิจกรรมหรือบริการในการท่องเที่ยว ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ โปรแกรมทัวร์ รถเช่า หรืออื่น ๆ ที่สามารถจองและซื้อได้ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ หลายแพลตฟอร์มเสนอราคาให้คุณได้ถูกกว่าการซื้อหน้างานหรือจากแหล่งโดยตรง และอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อจากที่อื่นเกือบครึ่งเลยก็ได้ ทั้งยังอาจมีการสะสมแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลหรือสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้อีก
ลองค้นหากิจกรรมและบริการท่องเที่ยวผ่าน Klook แพลตฟอร์มท่องเที่ยวที่คุณสามารถค้นหาประสบการณ์ที่สนุกสนานได้ทุกที่ทุกเวลา มีดีลเด็ดเกี่ยวกับกิจกรรมและบริการเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง ไม่ว่าจะดีลเที่ยวในประเทศหรือเที่ยวต่างประเทศ ลองค้นหากิจกรรมเที่ยวและบริการต่าง ๆ ที่คุณสนใจผ่าน Klook จากจุดหมายปลายทางทั้งเมืองหลักและเมืองรองที่คุณวางแผนจะไปเที่ยวดู รับรองเลยว่าทริปเที่ยวทริปนี้จะช่วยให้คุณได้ท่องเที่ยวในราคาที่ประหยัดสุด ๆ แน่นอน
นี่คือทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ แต่เราจะต้องได้เที่ยวอย่างสนุกในราคาประหยัด!






























