รวมของขวัญปีใหม่ 2568 จากรัฐบาล มอบให้ประชาชน

เทศกาลปีใหม่เวียนมาถึงอีกครั้ง ซึ่งใครที่กำลังรอเปิดกล่องของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล มาลองดูกันว่าปีใหม่ 2568 นี้ รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะมอบของขวัญที่เป็นมาตรการหรือสิทธิประโยชน์อะไรให้กับประชาชนคนไทยบ้าง

กระทรวงคมนาคม

  • ยกเว้นค่าผ่านทางทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สายกรุงเทพมหานคร-บ้านฉาง) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ถนนกาญจนาภิเษก) ตอนพระประแดง-บางแคช่วงพระประแดง-ต่างระดับบางขุนเทียน และตอนบางปะอิน-บางพลี)
  • ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2567 เวลา 00.01 น. ถึงวันที่ 2 ม.ค. 2568 เวลา 24.00 น.
  • เปิดทดลองใช้ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M81 (มอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี) และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 (มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา)

แนวคิด “I-SMART” รวม 32 รายการ หัวข้อการรณรงค์ “เทศกาลความสุข ทุกที่ทั่วไทย เดินทางสะดวก ปลอดภัย บนโครงข่ายคมนาคม” ครอบคลุมในทุกมิติ (ทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ) ประกอบด้วย

  • I = I wish you full of happiness : “ส่งสุขทั่วไทย ใส่ใจเข้าถึงทุกคน” เช่น เปิดให้ประชาชนใช้บริการมอเตอร์เวย์ M7 กรุงเทพฯ – บ้านฉาง และ M9 ฟรี รวมทั้งยกเว้นค่าผ่านทางทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก เป็นต้น
  • S = Serving happiness and safety to everyone : “เสิร์ฟสุข ปลอดภัย ต่อใจทุกคน” ต้องมีความปลอดภัยและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ เช่น จัดกิจกรรมตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เป็นต้น
  • M = Make you smile more than ever : “คมนาคมต่อเนื่อง ฟูเฟื่องรอยยิ้ม” เช่น ให้บริการรถโดยสารเชื่อมต่อท่าอากาศยาน สถานีขนส่งฯ และสถานีรถไฟ เป็นต้น
  • A = Always smile throughout the journey : “ให้ทุกคนยิ้มกว้าง สะดวกตลอดทั้งเส้นทาง” เช่น เปิดให้บริการจุดกางเต็นท์ฟรี มีเจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 รวมถึงเปิดให้บริการที่จอดรถฟรีที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต เป็นต้น
  • R = Reaching people’s heart : “บริการด้วยรักฝากไป สู่ใจทุกคน ด้วยราคาสมเหตุผล” กระทรวงคมนาคมร่วมกับ 6 สายการบิน จัดทำตั๋วโดยสารราคาพิเศษ และมอบคูปองส่วนลดค่าผ่านทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ในราคาพิเศษถูกกว่าราคาเต็ม 10% เป็นต้น
  • T = The reason is you : “บริการด้วยเทคโนโลยี เพราะคุณคือคำตอบของการให้บริการ” เช่น การให้บริการแอปพลิเคชัน “Highway Traffic”

ดำเนินการ 3 มาตรการ

1. มาตรการและแผนรองรับการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล กำชับผู้ประกอบการที่ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้วางแผนการรับ-ส่งสินค้า ไม่ให้กระทบต่อการเดินทางของประชาชน โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้ออกประกาศห้ามรถบรรทุกวิ่งบนถนนบางสายวันที่ 27-29 ธันวาคม 67 และ 1-2 มกราคม 68

2. มาตรการและแผนรองรับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ให้ทุกหน่วยงานเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน การเกิดอุบัติเหตุของระบบขนส่งสาธารณะจะต้องเป็นศูนย์ ให้เข้มงวดกับผู้ให้บริการการบินโดยเฉพาะในกรณีเครื่องล่าช้า จะต้องประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับในกรณีที่มีการเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบิน อย่างทันท่วงที

3. การเตรียมการรองรับจราจรในช่วง Countdown ในพื้นที่กรุงเทพฯ

  • ขสมก. ขยายเวลาเดินรถโดยสารที่ผ่านสถานที่จัดงาน Countdown ถึง 02.00 น. เพื่อรองรับการเดินทางร่วมงาน Countdown 3 แห่งใหญ่ ได้แก่ Central World, One Bangkok และ Icon Siam จนจบกิจกรรม
  • ขยายเวลาเดินรถโดยสารที่ผ่านที่จัดงานสวดมนต์ข้ามปี 4 แห่ง ถึง 02.00 น. เพื่อรองรับประชาชนบริเวณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ท้องสนามหลวง และวัดไร่ขิง
  • ขยายเวลาเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้ามหานครทุกเส้นทาง (พร้อมที่จอดรถ) ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ
    ปีใหม่ ตั้งแต่ 31 ธันวาคม 67 เวลา 06.00 น. – 1 มกราคม 68 เวลา 02.00 น. และรถไฟชานเมืองสายสีแดง ขยายเวลาให้บริการในวันส่งท้ายปีเก่า 31 ธันวาคม 67 ถึง 02.00 น.

กระทรวงพลังงาน

  • ลดค่าไฟฟ้างวดเดือนมกราคม-เมษายน 2568 ลง 3 สตางค์ เหลือ 4.15 บาท/หน่วย (จากค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในงวดปัจจุบัน อยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย) เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
  • กระทรวงพลังงาน และกลุ่มบริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) ลดราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 1.00 บาท ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ณ สถานีบริการจำหน่ายน้ำมันของ ซัสโก้ และไซโนเปค ทั้ง 158 แห่ง ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคใต้ ต่อเนื่องข้ามปีเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จัด 3 แคมเปญ “กฟผ. ส่งความสุขปีใหม่ คนไทยใส่ใจรักษ์โลก” ลงนามความร่วมมือโครงการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 ระหว่าง กฟผ. กับ ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า
    1. มอบส่วนลดผลิตภัณฑ์เบอร์ 5 เป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่ ส่งเสริมการประหยัดไฟรักษ์สิ่งแวดล้อม รวม 30,000 สิทธิ์
    2. มอบคูปองชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมสังคมยุคใหม่ไร้คาร์บอน ให้คนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัย รวม 20,000 สิทธิ์ สามารถกดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน EleXA
    3. มอบคูปองส่วนลดค่าที่พักเขื่อน กฟผ. รวม 2,600 สิทธิ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นการสนับสนุนชุมชนโดยรอบ ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. 67 – 15 ม.ค. 68

กระทรวงพาณิชย์

  • ส่งมอบความสุขข้ามปีในช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วยกิจกรรม “พาณิชย์ลดราคา New Year Mega Sale 2025” ภายใต้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับผู้ผลิตสินค้าผู้จำหน่าย ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีกค้าส่ง ห้างสรรพสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ กว่า 300 ราย ยกทัพสินค้าราคาถูกกว่า 40,000 รายการ โดยลดราคาสูงสุดถึง 80% เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 67 – 31 ม.ค. 68 รวมระยะเวลา 46 วัน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพคนไทยทั้งประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 14,400 ล้านบาท โดยมีจุดจำหน่ายสินค้าในส่วนภูมิภาค 76 จังหวัดทั่วประเทศ
  • กรมการค้าต่างประเทศ จัดงาน “พาณิชย์นำทัพสินค้าชุมชน จัดงานแสดงสินค้าโคราชมอบของขวัญปีใหม่ 2568” เป็นการจัดงานแสดงสินค้าในจังหวัดระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ เช่น สินค้าเด่นประจำจังหวัดนครราชสีมา และสินค้าชุมชน เป็นต้น และกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ในช่วงเดือน ธ.ค. 67 – ม.ค. 68 โดยจัดที่ จ.นครราชสีมา
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มอบส่วนลดพิเศษในการซื้อสินค้า/บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ ผ่าน 4 แพลตฟอร์ม E-Commerce ได้แก่ Shopee, SHIPPOP, TikTok และ Flash ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 67 – 31 ม.ค. 68 ดังนี้
    1. Shopee (สุขใจซื้อของไทย) มอบส่วนลด 50%
    2. SHIPPOP มอบส่วนลดค่าขนส่ง (สำหรับลูกค้าใหม่) 50 บาท
    3. TikTok Shop มอบคูปองส่วนลดพิเศษมูลค่ารวม 450,000บาท พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษจาก Shop Tab และช่องทางโซเชียลมีเดีย แคมเปญนี้เป็นการเฉลิมฉลองธุรกิจ SMEs ไทยและนำของขวัญพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 20-31 ธ.ค. 67 คูปองส่วนลดพิเศษ คูปองฟรีค่าส่งส่วนลดสินค้าในเพจ
    4. Flash มอบส่วนลดค่าขนส่ง (Code ส่งฟรี)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

  • ช่วยปัจจัยการผลิตให้กับชาวนา ผ่านโครงการไร่ละ 1,000 บาท (รายละไม่เกิน 10 ไร่) วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท

กระทรวงการคลัง

  • โครงการ Easy E-receipt 2.0 โครงการกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชน สำหรับประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องชำระภาษี เป็นการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2568 ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท เฉพาะ e-Tax Invoice / e-Receipt เท่านั้น โดย e-Tax Invoice และ e-Receipt ต้องระบุชื่อ นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (เลขประจำตัวประชาชน) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการด้วย มีกำหนดระยะเวลาโครงการตั้งแต่ 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 2568 ซึ่งมีเงื่อนไข ดังนี้
    1. สำหรับการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป กำหนดวงเงินลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30,000 บาท (สินค้า/บริการ ในระบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือค่าซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่เป็นเล่มและอีบุ๊ก)
    2. สำหรับการใช้จ่ายร้านวิสาหกิจชุมชน SME และร้านค้า OTOP ลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ 20,000-50,000 บาท (เช็กให้ดีว่า OTOP ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว วิสาหกิจชุมชน ต้องจดทะเบียนต่อกรมส่งเสริมการเกษตร และวิสาหกิจเพื่อสังคม ต้องจดทะเบียนต่อสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม)

สำหรับวงเงินส่วนที่สองสามารถใช้ได้สูงสุด 50,000 บาทเต็ม ในขณะที่วงเงินส่วนแรกใช้ได้ไม่เกิน 30,000 บาท แต่ทั้งสองวงเงินรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งนี้ ค่าสินค้าหรือค่าบริการที่สามารถหักลดหย่อนได้ จะไม่รวม

    1. ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์
    2. ค่าซื้อยาสูบ
    3. ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
    4. ค่าน้ำมันและก๊าซ ค่าบริการประจุไฟฟ้า สำหรับเติมยานพาหนะ
    5. ค่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (รถจักรยานยนต์ รวมถึงรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์) และค่าซื้อเรือ
    6. ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาวซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 16 ม.ค. 2568 หรือสิ้นสุดหลังวันที่ 28 ก.พ. 2568 แม้ว่าจะจ่ายค่าบริการระหว่างวันที่ 16 ม.ค. 2568 ถึงวันที่ 28 ก.พ. 2568 ก็ตาม
    7. ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
    8. ค่าบริการจัดนำเที่ยวที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และค่าที่พัก โรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย หรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม
  • โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้สูงอายุให้มีโอกาสเข้าถึงการใช้จ่ายที่จำเป็นโดยการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ที่มีสัญชาติไทยและมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งจะจ่ายเงินแก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 10,000 บาท/คน เร่งจ่ายเงินครั้งแรกภายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 ผ่านบัญชีพร้อมเพย์

กระทรวงแรงงาน

  • การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยอัตราค่าจ้างขั้นค่ำ ปี 2568 (จำนวน 17 อัตรา) จำนวน 77 จังหวัด โดยมีการปรับขึ้น 7-55 บาทต่อวัน เฉลี่ย 2.9% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68 เป็นต้นไป มีรายละเอียดดังนี้

1. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 4 จังหวัด 1 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต (370) ฉะเชิงเทรา (350) ชลบุรี (361) ระยอง (361) เฉพาะอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี (345)

2. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 380 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 2 อำเภอ ได้แก่ เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (350) และเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา (345)

3. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 372 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (363) จังหวัดนครปฐม (363) นนทบุรี (363) ปทุมธานี (363) สมุทรปราการ (363) และสมุทรสาคร (363)

4. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 359 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1 จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา (352)

5. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 358 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1 จังหวัด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม (351)

6. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 357 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น (350) เชียงใหม่ ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่ (350) ปราจีนบุรี (350) พระนครศรีอยุธยา (350) และสระบุรี (350)

7. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 356 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1 จังหวัด คือ จังหวัดลพบุรี (349)

8. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 355 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก (348) สุพรรณบุรี (348) และหนองคาย (348)

9. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 354 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ (347) และตราด (347)

10. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 352 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี (345) จันทบุรี (345) เชียงราย (345) ตาก (345) นครพนม (345) บุรีรัมย์ (345) ประจวบคีรีขันธ์ (345) พังงา (345) พิษณุโลก (345) มุกดาหาร (345) สกลนคร (345) สงขลา ยกเว้นอำเภอหาดใหญ่ (345) สระแก้ว (345) สุราษฎร์ธานี ยกเว้นอำเภอเกาะสมุย (345) และอุบลราชธานี (345)

11. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 351 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร (344) เพชรบุรี (344) และสุรินทร์ (344)

12. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 350 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ (343) ยโสธร (343) และลำพูน (343)

13. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 349 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ (342) นครศรีธรรมราช (342) บึงกาฬ (342) เพชรบูรณ์ (342) และร้อยเอ็ด (342)

14. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 348 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท (341) ชัยภูมิ (341) พัทลุง (341) สิงห์บุรี (341) และอ่างทอง (341)

15. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 347 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร (340) พิจิตร (340) มหาสารคาม (340) แม่ฮ่องสอน (340) ระนอง (340) ราชบุรี (340) ลำปาง (340) เลย (340) ศรีสะเกษ (340) สตูล (340) สุโขทัย (340) หนองบัวลำภู (340) อำนาจเจริญ (340) อุดรธานี (340) อุตรดิตถ์ (340) และอุทัยธานี (340)

16. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 345 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง (338) น่าน (338) พะเยา (338) และแพร่ (338)

17. อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 337 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส (330) ปัตตานี (330) และยะลา (330)

กิจกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่

  • กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ส่งเสริมให้ประชาชนเฉลิมฉลองปีใหม่และเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตด้วยการทำบุญ ลด ละ เลิกอบายมุข
  • กรมการศาสนา ประสานกับวัดในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศจัดสวดมนต์ข้ามปี ตามความพร้อมและบริบทของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน 16 จังหวัด ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน 16 จังหวัด ได้แก่ ตาก ตราด แม่ฮ่องสอน เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว ระนอง สงขลา และสตูล
  • สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (E-card) ในช่วงเทศกาลวันขึ้น
    ปีใหม่ เพื่อให้ประชาชนร่วมสวัสดีปีใหม่และส่งความสุขออนไลน์ด้วยบัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์
  • กรมศิลปากร เปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ โดยไม่เสียค่าเข้าชม และจัดกิจกรรมสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน โดยนำพระพุทธรูปสำคัญๆ จากเมืองโบราณในจังหวัดต่าง ๆ มาให้ประชาชนสักการะ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในช่วง ระหว่างวันที่ 25 ธ.ค. 2567 ถึงวันที่ 5 ม.ค. 2568
  • ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ จัดกิจกรรม “Moral Verse x Zoo ทำดีในโลกเสมือน ต่อยอดทำดีได้ในสวนสัตว์” มอบบัตรเข้าชม สวนสัตว์ฟรี โดยใช้คะแนนจากเกม Moral Verse แลกบัตรเข้าชมสวนสัตว์ฟรีทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบของ One day pass และบัตร Family Pass ซึ่งทุกคนสามารถร่วมเล่นเกมออนไลน์เพื่อสะสมคะแนน ได้ที่ https://moralsverse.com
  • สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมไทยและการแสดงสร้างสรรค์ระดับชาติและระดับนานาชาติ ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
  • หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จัดฉายภาพยนตร์โปรแกรม “Warm on a Cold Night” ระหว่างวันที่ 24 ธ.ค. 2567 – 1 ม.ค. 2568 ณ หอภาพยนตร์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “BANGKOK ILLUMINATION FESTIVAL” มหกรรมแสงสีสุดอลังการภายใต้ธีม “หมูเด้งบุกกรุง” ตั้งแต่วันที่ 17 ธ.ค. 2567 ถึง 5 ม.ค. 2568 เวลา 18.00 น. สร้างความสนุกในช่วงท้ายปี 2567 ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้รับชมกัน ซึ่งน้องหมูเด้งจะมา TAKE OVER กรุงเทพฯ ตามจุดแลนด์มาร์กต่าง ๆ ได้แก่
    1. อาคารกีฬานิมิบุตร มาพร้อมกับ “DJ เด้ง” ระเบิดบีทมันกระจาย พร้อมแสง สี เสียงแบบจัดหนักจัดเต็มความสนุกแบบ NONSTOP
    2. ONESIAM SKYWALK (ลานใบบัว) หมูเด้ง ขอแปลงโฉมเป็น “มาดามเด้ง สายช็อป สายเปย์”
      บุกลานใบบัว ปทุมวัน
    3. STREET SIAM CENTER TO CENTRALWORD เดินไปไม่ต้องกลัวหลง เพราะน้องเด้งจะนำทางเองกับการตกแต่งริมทางด้วยไฟหลากสีสัน
    4. สถานีรถไฟหัวลำโพง “เด้งซิลล่า” ตัวยักษ์ ขนคลังความสนุกไซส์ XXL มาถล่มแบบจัดเต็ม
    5. คลองผดุงกรุงเกษม ตื่นตา ตื่นใจไปกับแสงสีสุดอลังการจากไข่ยักษ์ ริมคลองผดุงกรุงเกษม
    6. ROAD TO YAOWARAT (ถนนมิตรภาพไทย-จีน) สนุกไปกับแสง สี สุดสดใส และรอยเท้าน่ารักของเจ้าหมูเด้ง
    7. วงเวียนโอเดียน (China Town) พบกับ “หมวยเด้ง” พร้อมคอสตูมสไตล์จีนสุดปัง
    8. ASOK BTS SKYWALK (แยกอโศก) เตรียมพบการตกแต่งสุดล้ำพร้อมแสง สี สุดอลัง ที่จะเปลี่ยนใจกลางกรุงเทพให้เด้งกันให้สุดพลัง
    9. BENCHASIRI PARK (อุทยานเบญจสิริ) ปิดจบความน่ารักกับธีม “หมูเด้งอินเดอะพาร์ค” ที่ชวน
      ทุกคนมาปิกนิกชิล ๆ ในสวน
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงนาม MOU กับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย เปิดโอกาสให้พี่น้องกลุ่มเปราะบางที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวง พม. สามารถเข้าเยี่ยมชมสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็น ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 18 พ.ย. 2567 ถึงวันที่ 18 พ.ย. 2570
    กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยกทัพของขวัญปีใหม่ สร้างสุขต้อนรับปี 2568
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบของขวัญสร้างสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ ให้กับประชาชนคนไทย ดังนี้
    1. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ และ
      วนอุทยานสำหรับบุคคลชาวไทยและยานพาหนะ ตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2567 – 1 มกราคม 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและสนับสนุนการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชน
    2. การเดินทางอุ่นใจตลอดทุกเส้นทาง ด้วยบริการจุดพักรถ พร้อมให้บริการน้ำดื่มฟรี บนถนนสายหลักและถนนสายรอง จัดตั้ง 4 ศูนย์บริการอากาศยานรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
    3. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวบริเวณชายฝั่งทะเล 35 แห่ง ในวันที่ 28 ธ.ค. 2567 – 1 ม.ค. 2568
    4. ร่วมส่งความสุขด้วยคำอวยพร ผ่าน ส.ค.ส. E-Card ทางหน้าเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ ได้ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 2567 – 10 ม.ค. 2568
    5. งดเว้นค่าเข้าอุทยานแห่งชาติ 133 แห่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 160 แห่ง ป่านันทนาการ 6 แห่ง พิพิธภัณฑ์ซากดึกดำบรรพ์ธรณีวิทยาและธรรมชาติวิทยา 6 แห่ง ป่าในเมือง สวนป่าประชารัฐ และป่าชายเลนในเมืองเพื่อการท่องเที่ยว ในวันที่ 31 ธ.ค. 2567 – 1 ม.ค. 2568
    6. งดเว้นค่าเข้าชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ในวันที่ 1 มกราคม 2568
    7. งดเว้นค่าเข้าชมสวนสัตว์ทั้ง 6 แห่ง สำหรับเด็กที่มีอายุไม่ถึง 12 ปี และผู้สูงอายุ ในวันที่ 30 ธ.ค. 2567 – 1 ม.ค. 2568
    8. สถาบันคชบาลแห่งชาติฯ งดเว้นค่าเข้าชมสำหรับคนพิการ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
    9. มอบส่วนลด 10% สำหรับบุคคลทั่วไป อีกทั้งมอบส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับการซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ไม้สักที่ร้าน FIO SHOP ทุกสาขา ในวันที่ 29 ธ.ค. 2567 – 1 ม.ค. 2568
    10. ให้บริการตรวจสอบอัญมณี ธรณีวัตถุเบื้องต้นฟรีตลอดเดือน ม.ค. 2568
    11. ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการแจกกล้าไม้ฟรี อาทิ กล้าไม้มหามงคล 101,010 กล้า ต้นไม้ฟอกอากาศ 2,850 ต้น กล้าไม้ป่าชายเลน 78,000 กล้า และเมล็ดพันธุ์ดอกไม้และเมล็ดผลไม้ 600 ซอง ในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 2567 – 3 ม.ค. 2568
    12. ในวันที่ 29 ธ.ค. 2567 – 1 ม.ค. 2568 ยังได้เตรียมมอบสิทธิที่ดินทำกินฯ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3,652,018-3-64 ไร่
    13. มอบหนังสืออนุญาต/ใบอนุญาตฯ ในพื้นที่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี 23 ชุมชน เนื้อที่ 220-3-43 ไร่
  • กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม จัดพื้นที่กางเต็นท์ฟรีกว่า 37 แห่งทั่วประเทศ ต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง บริการน้ำดื่ม ห้องสุขา เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติอย่างปลอดภัย ได้แก่ หมวดทางหลวงจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ หน่วยบำรุงทาง จังหวัดเชียงราย หมวดทางหลวงเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ หมวดทางหลวงสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี สามารถตรวจสอบข้อมูลจุดกางเต็นท์และจุดบริการอื่น ๆ ได้ที่ http://bmm.doh.go.th/ หรือจองพื้นที่กางเต็นท์ฟรีได้ที่สายด่วน ทล. โทร. 1586 (ตลอด 24 ชั่วโมง)