Home Trending Story Trend ต่างประเทศ เมื่อ Facebook – Amazon ลงสนามประมูลพรีเมียร์ลีก

เมื่อ Facebook – Amazon ลงสนามประมูลพรีเมียร์ลีก

ภาพจาก Pixabay

หลังจากที่บริษัทสื่อดิจิทัลจากซิลิคอนวัลเล่ย์ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการเพลง จนทำให้พฤติกรรมของคนฟังในปัจจุบันเปลี่ยนไป จากนั้นกองทัพจากซิลิคอนวัลเล่ย์ก็ เคลื่อนตัวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ และ โทรทัศน์ แน่นอนว่าชัยชนะตกเป็นของพวกเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้ Netflix หรือ Amazon TV กลายเป็นความคุ้นเคยของผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ หรือ ซีรี่ย์  และก้าวต่อจากนี้ของพวกเขาคือการถ่ายทอดสดกีฬา

กระแสข่าวที่กลายเป็นที่โจษจัน ในเวลานี้สำหรับการเปิดประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กำลังจะมีขึ้นภายในปีนี้นอกเหนือจากที่สกาย เครือข่ายโทรทัศน์ใหญ่ในอังกฤษอาจจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพิ่มจากเดิมอีกหลายพันล้านเพื่อให้ลิขสิทธิ์ลีกฟุตบอลที่ป๊อปปูล่า ที่สุดอยู่กับตนเองแล้ว สกาย ยังต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่ไม่ใช่ เครือข่ายโทรทัศน์เหมือนกัน

หากแต่เป็นเครือข่ายที่ใหญ่กว่านั้นในอีก แพลตฟอร์ม อย่าง Amazon หรือ Facebook สองยักษ์ใหญ่ของวงการสื่อออนไลน์ ที่มีการเปิดเผยมาแล้วว่า เตรียมเข้าร่วมประมูลลิขสิทธ์การถ่ายทอดสดบนอินเทอร์เนต หรือ Live Streaming โดยก่อนหน้านี้ Amazon ได้สิทธิ์มาแล้วจาก เทนนิสในระดับ ATP World Tour และ NBA ขณะที่ Facebook มีกระแสข่าวมาว่า มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก เตรียมเปิดตัว Live Streaming การแข่งขันกอล์ฟในพีจีเอทัวร์

การเปิดตัวของ Amazon และ Facebook ว่าเตรียมเข้าชิง ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก นั้นทำให้ สกาย หวั่นไหวไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็น Amazon หรือ Facebook ที่ได้ไปต้องส่งผลต่อ สกาย ที่ถือครองลิขสิทธิ์มาอย่างยาวนานอย่างแน่นอน รวมไปถึงผลกระทบต่อ ลิขสิทธิ์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้า ลีกที่ สกาย ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ให้กับ บีที สปอร์ต ทุกปีอาจจะต้องถูก บีที โก่งราคาให้มากกว่าเดิม และที่น่าหวั่นใจที่สุดคือ จำนวนผู้ชมที่ชมอยู่ในระบบบอกรับสมาชิกของสกาย หากพวกเขาไม่สามารถถือสิทธิ์ได้เพียงผู้เดียวเหมือนในอดีต

ตัวอย่างนั้นมีให้เห็นมาแล้วกับ ESPN เมื่อเน็ตเวิร์คกีฬาเจ้าใหญ่ต้องสูญเสียผู้ชมไปวันละกว่า 10,000 รายเมื่อ NFL และ NBA ขายสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดแบบ Live Streaming ให้กับทาง Amazonและคงนึกภาพกันออกว่า ถ้า สกาย ต้องเสียสิทธิ์ Live Streaming พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ให้กับ Amazon หรือ Face book ความที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่ ที่กินรวบมาโดยตลอด รอบนี้อาจจะต้องกลายเป็นยักษ์ล้มก็เป็นได้

ทั้งนี้ข้อดีของการเข้ามาของ ดิจิทัล มีเดีย ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยระบบประมูลที่ สกาย ผูกขาด มาตั้งแต่ปี 1992 นั้นจะได้ถูกท้าทายจากสื่อยุคใหม่ และทำให้โลกของการรับชมของผู้ชมนั้นเปลี่ยนไป กบทางเลือกที่มากขึ้น ไม่ต้องถูกผูกขาดอยู่เจ้าเดียวเหมือนในอดีต และเหนืออื่นใด รายได้อันมหาศาลของค่าลิขสิทธิ์ก็จะถูกกระจายได้ถ้วนทั่วกว่าเดิม

ขณะที่คนที่ได้เปรียบที่สุดในเกมนี้ คือคนที่ถือ Content อยู่ในมือ เหมือนดังเช่นที่ผ่านมา มีนักร้อง นักแต่งเพลงมากความสามารถที่เคยถูกละเลยไปด้วยระบบค่ายเพลง ได้แจ้งเกิดกันอย่างมากมาย ภาพยนตร์นอกกระแส หรือ รายการโทรทัศน์ สามารถใช้สื่อดิจิทัลเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จ เช่นเดียวกับเจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ผู้บริหารอย่าง ริชาร์ด สคูดามอร์ เปิดกว้างด้วยความยินดีเมื่อสื่อดิจิทัลจะร่วมลงสนามทำการประมูลในครั้งนี้ด้วย เพราะเขารู้ดีว่า Content ที่เขามีอยู่ในมือนั้นมีค่ามากกว่าบ่อน้ำมันเสียอีก