Home Inspiration รถเราไม่เก่าเลย ขับกระบะตัวท็อป Ranger Stormtrak

ขับกระบะตัวท็อป Ranger Stormtrak

สมัยผมเด็ก ๆ จำได้ว่า “รถกระบะป้ายแดง” ไม่ว่าจะรุ่นไหนยี่ห้ออะไร หากเทียบกับรถเก๋งค่ายญี่ปุ่นที่ทำตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน น้อยมากที่จะเห็นกระบะราคาแพงกว่ารถเก๋ง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกวันนี้รถกระบะมีระดับราคาตั้งแต่ 7 แสนบาท ไปแตะ 2 ล้านบาทแล้ว!

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมและทีมงาน World of Speed เพิ่งจะมีโอกาสได้นำรถกระบะ Ford Ranger Stormtrak อดีตกระบะที่มีราคาแพงที่สุดในคลาสมาทดลองขับเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งเจ้าฟอร์ดคันนี้มีค่าตัวที่ 1,414,000 บาท หากไม่นับ Ranger Raptor ที่เป็นกระบะสมรรถนะสูง นี่คือกระบะรุ่นท็อปสุดของค่าย

แม้มิติตัวรถของ Ranger Stormtrak จะไม่บึกบึนเท่า Ranger Raptor แต่หากจอดอยู่เดี่ยว ๆ ก็ดูใหญ่อยู่ดี แต่เป็นความใหญ่ที่เมื่อเราขึ้นไปขับแล้ว แทบจะลืมไปเลยว่าเราขับกระบะยกสูงอยู่ เพราะอัตราเร่งคล่องตัว จังหวะเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ช่วงล่างไม่โยก พวงมาลัยไม่หนัก และมีกล้องรอบคัน หมดปัญหาเวลาขับเข้าเมือง และถอยจอดในพื้นที่จำกัด

ที่ผมชอบในแนวทางของ ฟอร์ด ซึ่งในปัจจุบันเลิกทำตลาดรถเล็กในบ้านเราไปแล้ว และทุ่มหมดหน้าตักให้กับการทำรถกระบะ (Ranger) และรถ PPV (Everest) เป็นหลัก โดยมีรถสปอร์ตในตำนานอย่าง Mustang เป็นตัวเลือก ก็คือมาตรฐานการผลิตที่ไม่ว่าเราจะขับ Ranger ในประเทศไหนบนโลก สเปก และมาตรฐาน คือเหมือนกันหมด

รู้หรือไม่ครับ ว่าโรงงานฟอร์ดในประเทศไทยผลิตรถจากบ้านเราส่งออกรถระดับโลกโดยฝีมือคนไทย Ford Ranger กว่า 137 ประเทศ และ Ford Everest กว่า 110 ประเทศ ซึ่งต่างกับบางค่าย ที่เวลารถรุ่นใหม่เปิดตัวในต่างประเทศ กว่าจะนำเข้ามาทำตลาดบ้านเรา ก็ลดสเปก ลดออปชันลงจนอดเสียดายไม่ได้

จากที่ผมเคยได้ลองขับรถกระบะมาเกือบทุกรุ่น (ยังขาด Mitsubishi All-New Triton) กล้าพูดได้ว่า “ราคา” ของฟอร์ดที่ตั้งไว้สูงกว่าคู่แข่งกระบะค่ายอื่น ๆ ในคลาสเดียวกัน ทำให้รู้สึกจริงถึงความแตกต่างครับ โดยเฉพาะฟิลลิ่งในการขับขี่ ที่มีการเซตอัปออกมาจากโรงงานให้ทั้งช่วงล่าง เกียร์ และเครื่องยนต์ ทั้งแรง ทั้งนุ่มนวลในเวลาเดียวกัน

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งออปชันที่ชอบใน Ranger Stormtrak ก็คือฝาท้ายกระบะที่เปิดปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า เพราะกระบะ 4 ประตูหลาย ๆ รุ่น ส่วนใหญ่ก็จะเปิดฝาท้ายมาโล่ง ๆ เพื่อให้บรรทุกของหนัก แต่การที่สามารถเปิด-ปิดกระบะท้ายได้ ก็ทำให้เพิ่มความอเนกประสงค์ขึ้นไปอีก ทั้งขนของหนัก หรือเป็นรถครอบครัว 4-5 ที่นั่ง และกระบะท้ายก็ใส่สัมภาระและปิดฝาขับทางไกลได้สบายใจ

ขุมพลัง ดีเซล Bi-Turbo 2.0 ลิตร 210 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 500 นิวตันเมตร ขนของหนักได้สบาย และก็สามารถเป็นรถครอบครัวได้ด้วย ส่วนเกียร์ 10 สปีด ก็ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลในการขับขี่ หรือหากคุณต้องการจะ Kick Down ก็กดคันเร่งลงไปเต็ม ๆ ระบบเกียร์ก็จะคำนวณช่วงเกียร์ให้ใหม่ทันที ส่วนอัตราซดเชื้อเพลิง ทั้งในเมือง-นอกเมือง ผมทำได้เฉลี่ย 10.7 กิโลเมตรต่อลิตร

ส่วนความนุ่มนวล แน่นอนครับช่วงล่างไม่ได้ขึ้นไปถึงรุ่นพรีเมี่ยมอย่าง Raptor แต่ก็ถือว่าดีที่สุดในบรรดากระบะด้วยกัน ฉะนั้น “ราคา” ของรถกระบะที่ทะลุไปไกลในยุคนี้ ผมมองว่ามันคือ “ของดีสมราคา” เพราะมีทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี ใส่มาเต็ม และความได้เปรียบของการขับในบางสถานการณ์ เส้นทางที่รถเก๋งทำไม่ได้นั่นเองครับ