มหกรรมกีฬาโอลิมปิก “ปารีส 2024” มีคิวเปิดฉากในวันที่ 26 ก.ค. นี้แล้วนะครับ แน่นอนว่าเมื่อได้ยินคำว่า “โอลิมปิก” จะรู้สึกได้ทันทีถึงการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ดีมอเตอร์สปอร์ต (กีฬาที่มีเครื่องยนต์-มอเตอร์ เข้าไปเกี่ยวข้อง) ยังดูห่างไกลจากอีเวนต์กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ แม้ “รถคาร์ท” จะเคยถูกบรรจุในกีฬาสาธิตของยูธโอลิมปิก 2018 มาแล้วก็ตาม
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมและทีมงานรายการ World of Speed PPTV มีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ “ต้น” มานัต กุละปาลานนท์ นักขับดีกรีแชมป์ประเทศไทยซูเปอร์คาร์ GT3 แห่งทีมโตโยต้า กาซู เรซซิง ไทยแลนด์ ที่อีกหนึ่งบทบาทนอกสนามแข่ง เขายังเป็นนักสะสมรถยนต์คลาสสิกตัวยง และยังช่วยดูแลกิจการศูนย์ซื้อ-ขายรถยนต์ย่านเหม่งจ๋ายอีกด้วยครับ
ซึ่งหนึ่งในรุ่นรถจากยุค 90 ที่ “ต้น-มานัต” เปิดผ้าคลุมออกมาโชว์คือ Ferrari F355 F1 Spider ซึ่งเป็น 1 ในซูเปอร์คาร์ 5 รุ่นดัง ที่ในปี 1995 นิตยสาร Car and Driver เขามีการจัดอีเวนต์พิเศษ คัดเอาซูเปอร์คาร์ 5 รุ่นจาก 5 ประเทศ มาทดสอบสมรรถนะ แล้วใช้ชื่อเป็นกิมมิกให้เหมือนกับการชิงชัยกีฬาโอลิมปิกว่า “Supercar Olympics”
ซูเปอร์คาร์ 5 รุ่น จาก 5 ชาติในตอนนั้นประกอบไปด้วย Acura NSX-T (ฮอนด้า NSX) จากญี่ปุ่น, Dodge Viper RT/10 จากสหรัฐฯ, Ferrari F355 จากอิตาลี, Lotus Esprit S4S จากอังกฤษ และ Porsche 911 Turbo จากเยอรมนี ซึ่งได้ยินกิตติศัพท์ของแต่ละรุ่นแล้ว บอกได้เลยครับว่านี่คือตำนานซูเปอร์คาร์ที่ยังเป็นที่นิยมมาจนถึงทุกวันนี้
Ferrari F355 รุ่นที่ผมได้สัมผัสเมื่อต้นสัปดาห์ เป็นรุ่นย่อย F355 F1 Spider ซึ่งความพิเศษนอกจากจะเป็นรุ่นเปิดประทุนแล้ว คำว่า F1 ที่เข้าไปอยู่ในชื่อรุ่น มันคือระบบเกียร์ที่ยกเอาเทคโนโลยีเกียร์ semi-automatic ที่ถอดแบบจากรถแข่งเอฟวันของเฟอร์รารี มาใส่ในซูเปอร์คาร์แบรนด์ม้าลำพองเป็นครั้งแรก ก่อนที่ปัจจุบัน ระบบดังกล่าวจะแพร่หลายในรถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ
ส่วนที่มาของชื่อรุ่นใครที่เป็นแฟนเฟอร์รารี จะรู้ว่าการตั้งชื่อรุ่นนั้นล้วนมีความหมายทั้งสิ้น F355 นั้น F มาจาก Ferrari ส่วน 35 คือเครื่องยนต์ 3.5 ลิตร V8 และเลข 5 ตัวหลัง มาจากจำนวนวาล์ว 5 วาล์วต่อกระบอกสูบ ขณะที่ชื่อเรียกรุ่นย่อย F1 ก็มาจากเทคโนโลยีเกียร์รถเอฟวัน และ Spider ก็เป็นคำเรียกรถเปิดประทุนทุกรุ่นของเฟอร์รารี
เสน่ห์ของจากยุคอดีต คือ เราจะได้ย้อนนึกถึงเทคโนโลยีจากยุคนั้น และได้เห็นถึงความน่าทึ่งที่เทคโนโลยีหลาย ๆ อย่างส่งต่อจากสนามแข่งมาสู่รถซูเปอร์คาร์ และปัจจุบันก็แทบจะกลายเป็นออปชันปกติในรถบ้านทั่วไป ซึ่งผมเองแม้จะมีโอกาสได้นั่งเจ้า F355 F1 Spider ในช่วงสั้น ๆ แต่สัมผัสได้เลยถึงอารมณ์ท่วงท่าการนั่งซูเปอร์คาร์ รวมถึงเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง
ส่วนคอมเมนต์จากนิตยสาร Car and Driver ในยุคที่รถคันนี้ทำตลาดใหม่ ๆ ปี 1995 ยกให้ระบบบังคับเลี้ยวโดดเด่นที่สุดในบรรดา 5 คัน มีทัศนวิสัยในการขับดี เร่ง 0-100 ไมล์ต่อชั่วโมง ใน 4.5 วินาที และเบรกจาก 70-0 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในระยะ 165 ฟุต และที่เห็นตรงกันกับผมคือ เสียงคำรามของเครื่องยนต์เพราะที่สุดราวกับรถแข่งเอฟวันยุค 90
สุดท้าย แม้โอลิมปิกของซูเปอร์คาร์ จะตัดสินให้ F355 F1 Spider มีคะแนนเป็นอันดับ 3 รองจาก 911 และ NSX แต่ทั้ง 5 คัน คือสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่นักสะสมหมายปอง เพราะแม้รถรุ่นใหม่จะจัดเต็มเทคโนโลยี แต่ความน่าหลงใหลของรถเก่าในแต่ละยุคล้วนมีเอกลักษณ์ของมัน ยิ่งคงสภาพเดิมมากที่สุดก็ยิ่งมีคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ภาพจาก www.ferrari.com