Home Work & Living Living สวนสาธารณะน่าไป “ปิกนิก” ตามมุมต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ

สวนสาธารณะน่าไป “ปิกนิก” ตามมุมต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองกรุง นอกเหนือจากบรรดาห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าต่าง ๆ หรือแหล่งชอปปิงทั้งของกินของใช้ เห็นทีจะหนีไม่พ้น “สวนสาธารณะ” ซึ่งถือว่าเป็นสาธารณูปการประเภทสันทนาการ เป็นบริการสาธารณะที่ภาครัฐจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชน ประชาชนทั่วไปสามารถแวะเข้าไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย เดินเล่นสูดอากาศ เยี่ยมเยียนจุดเช็กอินเก๋ ๆ ถ่ายรูปอวดเพื่อนฝูง หรือแม้แต่พาครอบครัว พาคนรักไปเที่ยวปิกนิกในช่วงวันที่ไม่อยากไปเที่ยวห้างก็ได้เช่นกัน

ในกรุงเทพมหานคร มีสวนสาธารณะอยู่ราว ๆ 40 แห่ง โดยในวันนี้ Tonkit360 จะมาแนะนำสวนสาธารณะ 7 แห่งตามมุมต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ที่น่าแวะไปนั่งเล่น วันหยุดนี้ เตรียมเสื่อ เตรียมตะกร้าปิกนิกให้พร้อม แล้วใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่นได้เลย!

1. สวนลุมพินี

หากพูดถึงสวนสาธารณะใจกลางกรุงที่น่าหาโอกาสไปปิกนิกดูสักครั้ง เพื่อน ๆ หรือคนรู้จักหลายคนน่าจะแนะนำให้ไปที่ “สวนลุมพินี” อย่างแน่นอน นอกจากที่นี่จะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 360 ไร่ จึงจัดอยู่ในประเภทสวนสาธารณะระดับย่านแล้ว ยังมีความสำคัญในฐานะสวนสาธารณะแห่งแรกของกรุงเทพมหานครและของประเทศไทยอีกด้วย เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 7 แต่เดิมบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานไว้สำหรับสร้างสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดแสดงสินค้าไทยเป็นครั้งแรก และจัดให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับประชาชน พร้อมพระราชทานนามว่า “สวนลุมพินี” แต่พระองค์เสด็จสวรรคตก่อนจึงไม่แล้วเสร็จ

สำหรับภายในสวนสาธารณะแห่งนี้มีสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง เริ่มต้นจาก พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ลานตะวันยิ้ม สโมสรพลเมืองอาวุโสแห่งเมืองกรุงเทพมหานคร ศูนย์สร้างโอกาสเด็กสวนลุมพินี ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้สวนลุมพินี ศูนย์เยาวชนลุมพินี ศูนย์อาหาร โซนกิจกรรมทางน้ำ กิจกรรมธรรมะในสวน กิจกรรมดนตรีในสวน และสะพานเขียว ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางของผู้ที่ต้องการเดินเท้าจากสวนลุมพินีไปที่สวนเบญจกิติ ปัจจุบันอัปเกรดใหม่จนกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ไปแล้ว

2. สวนหลวง ร.9

หากพูดถึงสวนสาธารณะที่เป็นที่รู้จักของชาวกรุงเทพฯ และเลื่องลือไปถึงคนต่างจังหวัดด้วย เห็นทีจะต้องเป็น “สวนหลวง ร.9” ซึ่งเป็นสวนสาธารณะระดับเมือง อีกทั้งยังเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานครอีกด้วย มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ความสำคัญของสวนสาธารณะแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในศุภมงคลสมัยเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530

ภายใน “สวนหลวง ร.9” แบ่งสรรพื้นที่เป็น 6 ส่วน ส่วนแรก คือบริเวณเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยหอรัชมงคล และอุทยานมหาราช มีสวนราชพฤกษ์และสระน้ำพุขนาดใหญ่ 3 สระ ส่วนที่ 2 เป็นสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมไม้พันธุ์ต่าง ๆ บริเวณนี้มีหอพฤกษศาสตร์ อาคารถกลพระเกียรติ อาคารพันธุ์ไม้ทะเลทราย และอาคารพันธุ์ไม้ในร่ม ส่วนที่ 3 คือตระพังแก้วเก็บน้ำ ริมฝั่งเป็นที่ตั้งของอาคารชายชล ส่วนที่ 4 คือสวนรมณีย์ ซึ่งเป็นการจัดสวนเพื่อเลียนแบบธรรมชาติท้องถิ่น ทั้งยังมีสวนจีน และสวนเชิงผา ส่วนที่ 5 เป็นพื้นที่สวนน้ำตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จำลองให้คล้ายพรุตามธรรมชาติ และส่วนที่ 6 เป็นสนามราษฎร์ ลานอเนกประสงค์ และศูนย์กีฬา

3. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

ใครเคยมีความใฝ่ฝันว่าถ้ามีแฟน จะพาแฟนไปออกเดตที่สวนสาธารณะ “สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)” อาจเป็นคำตอบที่ใครหลายคนนึกถึง เพราะนอกจากสวนสาธารณะแห่งนี้จะถูกสร้างในแนวคิด “สวนครอบครัว” แล้ว บรรยากาศภายในยังโรแมนติกมาก โดยมีกิจกรรมน่าสนใจสำหรับคู่รักที่สามารถทำร่วมกันได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน โดยมีเลนสำหรับขี่จักรยานโดยเฉพาะ แวะเข้าไปหลบร้อนที่อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ ก็ได้ มีศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ สวนป่าใหญ่ในเมือง หรือถ้าใครพาลูกเล็กเด็กแดงไปด้วย จะพาเข้าไปเล่นในเมืองจราจรจำลองก็ได้ หรือสายธรรม ก็มีหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ สวนโมกข์กรุงเทพ

“สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)” จัดเป็นสวนสาธารณะระดับย่าน มีพื้นที่ 375 ไร่ โดยสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานสวนจตุจักร ประกอบด้วยสวนสาธารณะ 3 แห่งที่มีพื้นที่ติดต่อกันได้แก่ สวนจตุจักร สวนวชิรเบญจทัศ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีเนื้อที่รวมทั้งหมด 727 ไร่ เรียกได้ว่ามา 1 ได้เพิ่มอีก 2 เพราะสามารถเดินไปสวนสาธารณะอีก 2 แห่งที่อยู่ติดกันได้ด้วย และยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่งในละแวกใกล้เคียงอีกต่างหาก ทั้งตลาดนัดจตุจักร พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า

4. สวนธนบุรีรมย์

ข้ามไปที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ไปหาสวนสาธารณะที่ฝั่งธนบุรีกันบ้าง สำหรับสวนสาธารณะในฝั่งธนนั้นก็มีอยู่หลายแห่งทีเดียว โดยสวนสาธารณะแห่งแรกของชาวฝั่งธนก็คือ “สวนธนบุรีรมย์” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวบางมด-ทุ่งครุ โดยเฉพาะนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เนื่องจากสวนสาธารณะแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงบางมด เขตทุ่งครุ และอยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัย

สำหรับสวนธนบุรีรมย์ จัดเป็นสวนสาธารณะประเภทสวนชุมชน มีพื้นที่ 63 ไร่ 1 งาน 20 ตารางวา เป็นสวนสาธารณะเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกายภายใต้บรรยากาศความร่มรื่น ตอบโจทย์คนที่ต้องการรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ ภายในสวนประกอบไปด้วยกลุ่มไม้ยืนต้นที่ให้ความร่มรื่นและกลุ่มไม้ดอกที่ให้ความสวยงาม นอกจากนี้ยังมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนหรือออกกำลังกายริมน้ำ โดดเด่นด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหายาก เส้นทางจักรยานในบรรยากาศธรรมชาติ อีกทั้งยังมีกิจกรรมดูนกที่ศาลาชมวิวอีกด้วย

5. สวนทวีวนารมย์

หนึ่งในสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่บนฝั่งธน คือ “สวนทวีวนารมย์” สวนสาธารณะแห่งที่ 2 ของฝั่งธนบุรีนับจากสวนธนบุรีรมย์ เป็นสวนสาธารณะอเนกประสงค์ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่เขตทวีวัฒนา มีพื้นที่กว้างขวางกว่า 60 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดธนบุรี หรือสนามหลวง 2 ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่เป็นตลาดนัดและส่วนที่เป็นสวนสาธารณะ เนื่องจากกรุงเทพมหานครต้องการให้สวนแห่งนี้เป็นทั้งแหล่งพักผ่อนและแหล่งจับจ่ายสินค้าของประชาชนในฝั่งธนบุรี

ภายในบริเวณสวนสาธารณะทวีวนารมย์ จะประกอบไปด้วยถนนสำหรับเดินวิ่ง สนามเด็กเล่นพร้อมเครื่องเล่น สนามกีฬา ลานกิจกรรมกลางแจ้ง สนามบาสเกตบอล เวทีออกกำลังกาย ลานศิลปะ ตลอดจนสนามหญ้าและปลูกต้นไม้ใหญ่ เป็นพรรณไม้ที่ช่วยสร้างความสวยงามและร่มรื่นให้กับผู้ที่มาใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีสวนมะพร้าวริมคูน้ำและสระบัว เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย

6. สวนวารีภิรมย์

มาที่พื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออกกันบ้าง “สวนสาธารณะวารีภิรมย์” เดิมคือบึงมะขามเทศและบึงสะแกงามสามเดือน ซึ่งใช้เป็นพื้นที่โครงการแก้มลิงเพื่อรับน้ำของกรุงเทพมหานคร ฝั่งตะวันออก ต่อมา กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยการปลูกไม้ยืนต้น ไม้ประดับ ไม้น้ำ เพื่อเพิ่มความร่มรื่น และจัดทำเส้นทางจักรยาน ทางเดิน-วิ่ง ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร รอบบึงมะขามเทศและบึงสะแกงามสามเดือน เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2557 และเปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการในฐานะสวนสาธารณะแห่งใหม่ของคนกรุงเทพมหานคร เมื่อราว ๆ 10 ปีมานี้เอง

“สวนสาธารณะวารีภิรมย์” มีพื้นที่ 121 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา จุดเด่นที่ให้บรรยากาศสุดโรแมนติก คือ สะพานข้ามบึงมะขามเทศและบึงสะแกงามสามเดือน ที่ถ้ามีกล้องถ่ายรูปดี ๆ สักตัว บวกกับสกิลในการถ่ายภาพ ก็จะได้ภาพทิวทัศน์ที่สวยงามมากกลับไปอวดเพื่อน ซึ่งใครเล่าจะเชื่อว่าเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ในพื้นที่ของเขตคลองสามวา หนึ่งในเขตของกรุงเทพฯ ฝังตะวันออก โดยภายในสวนประกอบด้วยเส้นทางปั่นจักรยาน เส้นทางเดิน-วิ่ง อาคารสุขาสาธารณะและส่วนบริการประชาชน ลานแอโรบิก และทางจักรยานสำหรับเด็ก

7. สวนหนองจอก

คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ทราบดี ว่าเขตหนองจอกคือดินแดนลึกลับของกรุงเทพมหานครที่อยู่สุดกู่เขตแดนของเมืองหลวง บางคนอาจจะไม่รู้จักเขตนี้ จนอาจจะไม่ได้นับรวมว่าเป็น 1 ใน 50 เขตของกรุงเทพฯ เลยด้วยซ้ำไป (แต่ดันเป็นเขตที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเป็นท้องทุ่งและเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม ที่นี่มีสวนสาธารณะพื้นที่ 35 ไร่ 2 งาน ไว้สำหรับให้ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงได้แวะมาใช้บริการพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งก็คือ “สวนสาธารณะหนองจอก”

“สวนสาธารณะหนองจอก” จัดเป็นสวนสาธารณะประเภทสวนชุมชน โดดเด่นด้วยลักษณะของ “สวนไทรงาม” จากการจัดภูมิทัศน์เป็นแนวต้นไทรที่มีทรงพุ่มงดงามยาวขนานตลอดแนวถนนหลักของสวน ความสง่างามของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของสวนแห่งนี้ ภายในมีสระน้ำขนาดใหญ่ เวทีกลางแจ้ง สนามกีฬา เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง ศาลาพักร้อน ปัจจุบันยังคงมีผู้คนจำนวนมากเข้าไปใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ ที่นี่จึงเป็นอีกสวนสาธารณะที่ชาวกรุงเทพฯ ตะวันออกควรจะลองเข้าไปใช้บริการดูสักครั้ง