อย่าเพิ่งกาทิ้งชื่อแชมป์เก่า

ช่วงนี้แฟนฟุตบอลหายใจหายคอเป็นยูโร 2024 กันไปหมด พอได้ชมฟอร์มนัดแรกของยักษ์ใหญ่หลาย ๆ ทีมเข้าไป บอกได้เลยว่านี่อาจจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่คาดเดาแชมป์ได้ยากที่สุดก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี, สเปน หรืออิตาลี โชว์ฟอร์มการเล่นน่าประทับใจและน่าจะมีลุ้นบัลลังก์ด้วยกันทั้งหมด

ก่อนแข่งนั้นหลายสำนักต่างยกให้ “สิงโตคำราม” อังกฤษ รองแชมป์เก่าเป็นเต็งในรายการนี้ โดยมีฝรั่งเศสตามมาเป็นอันดับสอง ต่อด้วยเยอรมนีเจ้าภาพ เต็ง 4 สเปน และเต็ง 5 โปรตุเกส 

พอเอาเข้าจริงปรากฏว่า อิตาลี “แชมปเก่า” ออกสตาร์ตนัดแรกได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะโดน อัลบาเนีย กระซวกประตูนำไปก่อน จากความผิดพลาดเลินเล่อของ เฟเดริโก้ ดิมาร์โก แบ็กซ้ายที่ทุ่มบอลไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่สุดท้ายลูกทีมของ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ก็กลับมาได้อย่างน่าประทับใจ ยิงสองประตูจนแซงชนะไปสำเร็จ 2-1 

แม้ไม่ได้เป็นทีมเต็ง 5 อันดับแรก แต่ อิตาลี ออกสตาร์ตได้อย่างน่าประทับใจ ว่ากันว่าทัวร์นาเมนต์ไหนที่ “อัซซูรี่” มาเงียบ ๆ เหมือนเป็นม้านอกสายตาแล้ว ปีนั้นพวกเขามักน่ากลัว

นอกจากนั้นแล้ว ต้องบอกว่าฟอร์มการเล่นของนักเตะหลายคนในทีมนั้นสุดประทับใจ เริ่มต้นจากในแดนหลัง อเลสซานโดร บาสโตนี่ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟจากอินเตอร์ มิลาน ซึ่งยืนเป็นหนึ่งในแผงแบ็กโฟร์ นอกจากจะเป็นผู้ขึ้นไปโหม่งประตูตีเสมอให้ทีมได้แล้ว เขาเล่นเกมรับให้กับอิตาลีได้อย่างเหนียวแน่นไม่มีบกพร่อง สมควรรับตำแหน่ง “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ไปได้เลยครับ

คนต่อมาคือ นิโคโล่ บาเรลล่า ซึ่งถูกสปัลเล็ตติ เปลี่ยนตำแหน่ง ดึงลงมายืนมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับ จอร์จินโญ่ แต่ด้วยคุณภาพของตัวเขา จึงปรับตัวเล่นได้อย่างไม่มีที่ติ ไม่เสียของ ทั้งจังหวะจะโคน ความแม่นยำในการผ่านบอล รวมทั้งขึ้นไปยิงประตูชัยให้กับทีมได้อีกด้วย บาเรลล่า ทำให้เกมแดนกลางของ อิตาลี ดูแล้วเพลินตาดีจริง ๆ ครับ

อีกรายคือ จานลูก้า สคามัคก้า ศูนย์หน้าจากทีมอตาตาแลนต้า ได้โอกาสยืนเป็นหมายเลข 9 ตำแหน่งที่ทีมหามานาน แม้นัดแรกจะยังจบสกอร์ไม่ได้ แต่ สคามัคก้า มีความหวือหวาและสร้างความปั่นป่วนให้กองหลังคู่ต่อสู้ได้ดี รวมทั้งการพักบอลทำทางให้เพื่อนคนอื่นเข้าไปยิงประตูแทน ทำงานได้ไม่เลวเลยทีเดียว

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ทีมตัวจริงชุดนี้ สปัลเล็ตติ ยังกล้าใส่ชื่อดาวรุ่งอายุ 22 ปีอย่าง ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ลงไปในทีมในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ถือเป็นการปิดตำนานยุคคลาสสิกของ ดานิเอเร่ โบเนร่าและ จอร์โจ้ เคียลลินี่ ไปแล้วอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งรายคือ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ ดาวเตะจากสโมสรอินเตอร์ มิลานอีกคนบนวัย 24 ปี ที่ได้โอกาสลงไปสร้างเกมรุกริมเส้นด้านซ้าย ตามระบบการเล่นแบบ 4-3-3 ของ สปัลเล็ตตินั่นเอง 

นับว่ากุนซือขรัวเฒ่ากล้าถ่ายเลือดนักเตะเก่าออกไปเยอะพอสมควรครับ ยังมีตัวเก๋าพวก ชิโร่ อิมโมบิเล่, ลอเรนโซ่ อินซิเย่, มาร์โก้ แวร์รัตติ ซึ่งหลุดออกจากทีมไปตามกาลเวลาด้วย เพื่อเปิดพื้นที่ให้นำสายเลือดใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อสร้างความสด 

อิตาลี มีคิวปะทะโหดกับ “กระทิงดุ” ในคืนวันที่ 20 มิ.ย. นี้เพื่อแย่งจ่าฝูงกลุ่มบี ฟอร์มการเจอกับทีมแกร่งอย่าง สเปน จะทำให้เราเห็นชัดยิ่งขึ้นว่า อิตาลี ควรจะอยู่ตรงจุดไหนกันแน่ในทัวร์นาเมนต์นี้.