The Atypical Family พลังพิเศษที่สูญหายไปเพราะป่วยกันทั้งบ้าน!

ภาพจาก JTBC

สัปดาห์นี้ดูจะเป็นสัปดาห์แห่งความชุ่มฉ่ำของชาวกรุงเทพฯ กันสินะ ถึงปกตินี่จะเป็นคนที่ไม่ชอบความเฉอะแฉะที่มากับหน้าฝน ไม่ชอบบรรยากาศชวนหน่วงเวลาฝนตก ไม่ชอบเวลาที่ตากผ้าไม่แห้งก็จริง แต่ถ้ามันคลายความร้อนดั่งประตูนรกเปิดแบบเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมาไปได้ขนาดนี้ นี่ก็ยินดีนะที่ฝนตกลงมาได้สักที เนี่ย! นั่งเขียนงานอยู่ใช่ไหม แต่ต้องลุกไปเก็บผ้าหลังบ้านก่อน

อากาศเย็นสบาย นอนกลิ้งไปกลิ้งมาดูซีรีส์เรื่องใหม่ที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวหนึ่งที่สมาชิกในบ้านมีพลังวิเศษที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ หรือก็คือซีรีส์เรื่อง The Atypical Family ซึ่งมีชื่อเรื่องภาษาไทยใน Netflix ว่า ครอบครัวเหนือธรรมชาติ ก็ตามนั้นแหละ พล็อตหลักของเรื่องนี้ก็คือ ทุกคนในบ้านมีพลังพิเศษเป็นของตัวเอง พลังที่แตกต่างกันออกไป แต่พลังพิเศษเหล่านั้นเป็นอันไร้ค่า เพราะพ่ายแพ้ให้กับโรคใหม่แห่งยุคสมัย ดูแรก ๆ อาจจะยังไม่เก็ต แต่พอดูไปสักพัก จะเห็นเลยว่าเรื่องนี้เล่าออกมาได้น่าสนใจมาก ด้วยการผูกโยงความไม่ธรรมดาของคนในครอบครัว “บก” ให้เข้ากับ “ความเจ็บป่วย” ดาษดื่นที่กำลังกัดกร่อนชีวิตของผู้คนมากมายในยุคนี้

ภาพจาก FB: JTBC Drama

อย่างไรก็ดี อาการป่วยของทุกคนในบ้านนี้ล้วนมีเหตุมีผลที่เชื่อมโยงไปถึงพลังวิเศษของสมาชิกแต่ละคนในบ้าน เมื่อเกิดผลกระทบทางจิตใจจนอาการป่วยแสดงออกมาทางร่างกาย จากนั้นอาการป่วยก็ทำให้ทุกคนสูญเสียพลังวิเศษนั้นไปอีก และจู่ ๆ นางเอกก็โผล่เข้ามาเป็นตัวเลือกลูกสะใภ้คนใหม่ของบ้านอีก ก็ต้องติดตามดูกันต่อว่าคนบ้านนี้ที่ป่วยกันทั้งบ้านจะต้อนรับนางเอกยังไง และนางเอกจะมีพลังอะไรมาช่วยแก้ปัญหาทั้งหลายทั้งมวลให้กับครอบครัวนี้ และเหนือสิ่งอื่นใด ครอบครัวนี้จะกลับมาเป็น “ครอบครัว” เหมือนบ้านอื่นเขาได้หรือไม่

สุขภาพที่ดี เป็นอะไรที่ครอบครัวฉันไม่มี ใช่ สุขภาพที่ดี เป็นสิ่งที่ครอบครัวฉันต้องการยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น

แม้ว่าตามบทละครจะพยายามใส่คาแรกเตอร์ของสมาชิกในตระกูล “บก” ว่าเป็นตระกูลที่มีพลังพิเศษมากแค่ไหนก็ตาม รวมถึงยังเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยมีเงินเยอะแยะ แต่จริงๆ สิ่งที่ต้องการจะสื่อ มันก็มีแค่เรื่องของสุขภาพของทุกคนในบ้านเท่านั้นแหละ เพราะทุกคนสูญเสียพลังวิเศษของตัวเองไปเพราะอาการป่วยแบบโรคสมัยใหม่ แล้วก็นะ ที่ปูเรื่องมาว่าบ้านนี้รวยมากจนถึงขั้นที่มีแก๊งต้มตุ๋นอยากจะเข้ามาฮุบสมบัติเนี่ย เงินทองพวกนั้นมันจะไปมีความหมายอะไรล่ะจริงไหม ถ้าสุขภาพร่างกายของคนในบ้านไม่ดี จะมีชีวิตอยู่ใช้สมบัติมากมายขนานนี้ได้นานแค่ไหนเชียว

ภาพจาก FB: JTBC Drama

พระเอก ซึ่งเป็นลูกชายคนเล็กของบ้าน สูญเสียพลังในการย้อนอดีตไปสู่ช่วงเวลาที่มีความสุข เพราะป่วยด้วยโรคซึมเศร้า อาการหดหู่ จิตตก เศร้าซึม ติดเหล้า ทำให้เขาไม่สามารถนึกถึงความสุขอะไรในชีวิตได้อีก พี่สาวพระเอก ป่วยเป็นโรคอ้วนเพราะกินเยอะมากไปหน่อย เลยไม่สามารถใช้พลังบินได้ได้อีกเพราะบินไม่ขึ้น แม่ของพระเอกเครียดจัดเรื่องที่ลูก ๆ ใช้พลังไม่ได้แถมยังเจ็บป่วยมีปัญหาสุขภาพ ตัวเองก็เลยคิดเยอะจนเป็นโรคนอนไม่หลับจนไม่สามารถฝันเห็นอนาคตได้อีก ส่วนลูกสาวพระเอกก็เป็นเด็กวัยรุ่นติดมือถือที่หน้าแทบจะจ้องอยู่กับจอทั้งวัน ด้วยคนในบ้านก็มัวแต่วุ่นวายกับเรื่องของตัวเอง เธอเลยมีปัญหาเรื่องปฏิสัมพันธ์กับคนในบ้านและเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน เข้ากับใครไม่ได้

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ก็อย่างที่แม่พระเอกพูดนั่นแหละ ครอบครัวของเธอนั้น ถ้าคนภายนอกมองเข้ามา เขาก็จะเห็นว่าบ้านนี้ดูมีครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง แต่สิ่งที่คนอื่นแทบไม่มีใครรู้ว่าคนในบ้านนี้ไม่มี ก็คือเรื่องสุขภาพที่ดีนี่แหละ ซึ่งในเวลานี้ สุขภาพที่ดียิ่งกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนในตระกูลนี้ต้องการกันหมด เพื่อเรียกคืนพลังพิเศษที่หายไปของตัวเองกลับมา การปรากฏตัวขึ้นอย่างลึกลับของนางเอกที่มีเป้าหมายบางอย่าง กลับค่อย ๆ เริ่มทำให้สุขภาพของคนในบ้านนี้ดีขึ้นอย่างช้า ๆ ค่อย ๆ ปรับปรุงความสัมพันธ์ของทุกคนที่ห่างเหินกันไปเนื่องจากวุ่นวายอยู่กับเรื่องของตัวเองให้กลับมานั่งโต๊ะกินข้าวร่วมกันในฐานะครอบครัว นอกจากนี้ยังมีปมทางฝั่งนางเอกที่เรายังต้องติดตามกันต่อไป

ภาพจาก FB: JTBC Drama

การจะมีสุขภาพที่ดี เงินทองมากมายที่ตระกูลนี้มีอาจจะซื้อได้ แต่การที่จะฟื้นฟูสุขภาพที่พังไปแล้ว มีเงินทองมากแค่ไหนก็อาจจะซื้อคืนมาไม่ได้ และถ้าจะว่ากันตามจริง ที่ซีรีส์เรื่อง The Atypical Family สร้างพล็อตขึ้นมาว่าความเจ็บป่วยของคนในบ้านพระเอก เป็นต้นเหตุที่ทำให้ความสามารถพิเศษของพวกเขาสูญหายไป ประเด็นดังกล่าวดูจะไม่ได้ไกลตัวคนธรรมดา ๆ อย่างเรานักหรอก พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าคนธรรมดาอย่างเราป่วยแบบนี้ มันก็สูญเสียพลังชีวิตเหมือนกัน อาการป่วยก็ส่งผลกระทบกับความสามารถในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานได้เช่นกัน ไม่เชื่อก็ลองสังเกตเวลาที่ตัวเองป่วยดูสิว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหน เพราะฉะนั้น ให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ดีของตัวเองให้มาก ๆ

เธอไม่ใช่มนุษย์ล่องหนสักหน่อย เธอเองต่างหากที่ทำเหมือนคนอื่นเป็นมนุษย์ล่องหน

อีกหนึ่งอาการป่วยที่น่าสนใจของคนบ้านนี้ก็คือ อาการป่วยของน้องหนูอีนา ลูกสาวของพระเอก ยิ่งถ้าดูตามอายุแล้ว อาการของเด็กคนนี้อาจจะน่าเป็นห่วงที่สุดในบ้านก็ได้ ทั้งที่มันดูเหมือนจะไม่ใช่อาการป่วยเลยก็ตาม ความผิดปกติของเด็กคนนี้ คือ อาการติดสมาร์ตโฟนเข้าขั้นวางไม่ได้เลย มันทำให้เธอค่อย ๆ กันตัวเองออกไปจากคนอื่น สร้างโลกสงบ ๆ ปลอม ๆ ส่วนตัวของตัวเองขึ้นมาเพื่อที่จะไปใช้ชีวิตอยู่กับโทรศัพท์ตามลำพัง ซึ่งการติดโทรศัพท์เนี่ย มันเหมือนไม่ใช่อาการป่วยอะไรใช่ไหมล่ะ แต่จริง ๆ แล้ว มันมีผลร้ายแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับเด็กอายุแค่ 12-13 ปี ที่ยังต้องการพัฒนาการทางด้านต่าง ๆ อีกมากมายเพื่อการเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นจะผิดปกติ

ภาพจาก FB: JTBC Drama

อย่างไรก็ตาม อาการติดมือถือของเด็กคนนี้ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด เธอยังไปเรียนตามปกติ ไม่ได้มีอาการก้าวร้าว ไม่ได้สร้างความวุ่นวาย ใครพูดใครเตือนอะไรก็ยังฟัง เธอไม่ได้ติดมือถือจนถึงขนาดปฏิเสธที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นขนาดนั้น โดยเฉพาะกับคนอื่นจริง ๆ อย่างนางเอก เด็กคนนี้ไม่ได้ต่อต้านในสิ่งที่นางเอกพูด บางเรื่องก็เชื่อฟังนางเอกเป็นอย่างดี แถมยังเป็นห่วงที่นางเอกเอาตัวเข้ามาพัวพันกับคนบ้านนี้ด้วย ซึ่งจริง ๆ ต้องบอกว่าการติดมือถือของเธอนั้นเป็นเพราะเธอมีความเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง ความกดดันจากครอบครัวเรื่องพลังพิเศษของเธอที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะปรากฏให้เห็น บวกกับความเบื่อหน่ายที่เห็นพวกผู้ใหญ่ชีวิตอีรุงตุงนังเนื่องมาจากพลังวิเศษที่หายไป

ภาพจาก FB: JTBC Drama

พูดง่าย ๆ ก็คือ เพราะคนในครอบครัวคนอื่น ๆ ไม่ปกติ เด็กคนนี้เลยพยายามสร้างโลกอีกใบขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นในบ้าน เริ่มตั้งแต่พ่อ ที่เริ่มป่วยเป็นซึมเศร้าตั้งแต่ที่แม่ของเธอจากไปเพราะอุบัติเหตุ บวกกับความรู้สึกผิดจากการสูญเสียรุ่นพี่เคารพรักไป แม้ว่าเรื่องจะผ่านมานานมากแล้ว แต่พ่อยังยึดติดอยู่กับเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งเป็นวันเกิดของเธอ ป้า พี่สาวของพ่อ ชีวิตที่ผ่านมาเธอดูมีความสุขดี สุขจนหลงระเริงอยู่กับการกินจนกลายเป็นคุณป้าพลัสไซซ์ ส่วนย่าก็เริ่มมีอาการนอนไม่หลับ เพราะลูก ๆ ทุกคนสูญเสียพลังพิเศษไปเนื่องจากอาการป่วยของตัวเอง และกังวลมากด้วยว่าหลานสาวคนเดียวจะไม่พลังพิเศษแบบที่พ่อและป้ามี

ภาพจาก FB: JTBC Drama

ถึงอย่างนั้น ถ้าได้ดูมาตลอด 4 อีพี ก็จะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เด็กคนนี้มีเหตุผลอื่นด้วยที่ต้องฝังตัวเองอยู่กับโทรศัพท์มือถือแทบตลอดเวลา มันไม่ใช่แค่กันตัวเองออกจากคนในบ้านเพราะรำคาญความวุ่นวายของผู้ใหญ่ หรือคุ้นชินกับความโดดเดี่ยวจนไม่อยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ ในห้อง และพอใจกับการเป็นมนุษย์ล่องหนที่ไม่มีใครสนใจ แต่เพราะเธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเองก็มีพลังวิเศษแบบที่ทุกคนในบ้านมี (เพียงแต่เธอยังไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้) มันเป็นพลังที่เธอเหมือนจะยังไม่รู้ว่าต้องควบคุมยังไง ภายใต้แว่นตาหนาเตอะที่เธอสวมใส่ไว้จากการที่สายตาสั้นเพราะเอาแต่นั่งเล่นมือถือ กลายเป็นเกราะกำบังที่ทำให้เธอไม่ต้องสบตากับใครต่อใครตรง ๆ ซึ่งจะมีผลให้เธอใช้พลังพิเศษของตัวเองได้นั่นเอง

ค้นหาต้นตอของทุกสิ่งภายในตัวเรา นั่นแหละการเคารพตัวเอง เราคือคนที่ควบคุมชีวิตของเราเอง

โอ้โหเฮะ! แม้ว่าคุณพี่ดงฮีเธอกลายเป็นคนที่อ้วนมากจนใช้พลังบินไม่ได้ แถมยังต้องมาเห็นกับตาอีกด้วยว่าแฟนหนุ่มนอกใจ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณพี่แกจะต้องมานั่งร้องห่อมร้องไห้น้อยเนื้อต่ำใจกับชีวิตเฮงซวยนี่สักหน่อย เธอยังเป็นคนเด็ดเดี่ยวและแข็งแกร่งเหมือนเดิม หัวใจและจิตวิญญาณของเธอเคยเป็นยังไงตอนที่ตัวเองผอมสวย ตอนนี้เนื้อแท้ของเธอก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เธอยังคงเป็นหญิงสาวหัวใจใหญ่ที่สง่างามและมีปีกพร้อมจะโบยบิน ยังเป็นผู้หญิงที่เคารพและเห็นคุณค่าในตัวเองเสมอไม่เคยเปลี่ยน ไม่สนใจว่าคนอื่น ๆ จะมองเธอด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากเดิม เพราะตัดสินเธอจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่เหมือนเดิม

ภาพจาก FB: JTBC Drama

เอาจริง ๆ ถ้าให้พูดในมุมของคนดูอย่างเรา รู้สึกนะว่าลึก ๆ แล้งดงฮีรู้ดีว่าแฟนหนุ่มของเธอไม่ได้รักเธอแล้วหลังจากที่เธออ้วนขึ้น และก็รู้ด้วยว่าแฟนของตัวเองเป็นผู้ชายประเภทที่หวังแต่จะโกบโกยผลประโยชน์ด้วยความที่บ้านเธอรวย แต่เพราะว่าเธอเองรักเขามาก รวมถึงหวังผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากการได้แต่งงานกับเขาเหมือนกัน นั่นก็คือตึกมูลค่า 50,000 ล้านวอน ที่แม่ของเธอตั้งใจจะยกให้กับลูกคนใดคนหนึ่งที่สามารถแต่งงานและมีทายาทสืบทอดพลังวิเศษของตระกูลได้ก่อน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาเธอถึงยอมเปย์ให้เขาสารพัด ทั้งที่ผู้หญิงที่สวย เก่ง มีชื่อเสียงแบบเธอก็หาแฟนใหม่ได้ไม่ยาก แต่เธอกลับมีความสุขในการลงทุนกับเขามากจนลืมหันมาดูแลตัวเอง

ภาพจาก FB: JTBC Drama

นอกจากนี้ เธอยังรู้ดีว่าแฟนของเธอเริ่มรังเกียจเธอเพราะเธออ้วนขึ้น เขาแทบไม่ยินดีเลยกับการมีเธออยู่ข้างกาย ซึ่งการที่เธออ้วนขึ้นถึงขนาดนี้ ก็มาจากการที่เธอละเลยเรื่องสุขภาพของตัวเองและไม่รักษาวินัยของการเป็นนางแบบ เธอมีความสุขมากจนตามใจปาก ไม่ออกกำลังกาย จากหุ่นผอมเพรียวแบบนางแบบตัวท็อปก็กลายมาเป็นสาวพลัสไซซ์ จากที่บินได้ก็บินไม่ขึ้น มันจึงไม่แปลกที่เขาจะหันไปมองผู้หญิงที่หุ่นดีกว่า ก็นะ! ใคร ๆ ก็มีสิทธิ์เลือกสิ่งสวย ๆ งาม ๆ และสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองอยู่แล้วนี่ เขาไม่ได้ผิดอะไรเรื่องที่ไม่ชอบคนอ้วน และไม่อยากมีแฟนเป็นคนอ้วน

ภาพจาก FB: JTBC Drama

แต่…เขาผิดที่นอกใจ โกหกเธอเพื่อควงผู้หญิงคนอื่นไปโรงแรม ไม่รักแล้วและก็ไม่ยอมบอกเลิกด้วย เพราะยังหวังผลประโยชน์จากเธอได้อยู่ จุดนี้แหละที่ชัดเจนว่าเขาไม่ใช่คนรักที่ดี ถึงอย่างนั้น เธอไม่ได้โทษเขาที่เห็นแก่เงินหรือโทษผู้หญิงคนใหม่ของเขา เธอก็รู้ว่าส่วนหนึ่งเป็นความผิดของเธอ เธอเลือกเองจนชีวิตหันเหมาทางนี้ มันเป็นความบกพร่องของเธอเองที่ปล่อยตัวให้อ้วน เธอไม่ได้โทษเขาที่เป็นผู้ชายไม่ดี และเธอก็ไม่ได้โทษตัวเองที่อ้วนมากจนแฟนทิ้งด้วย แต่เธอมองว่ามันเป็นการเริ่มหาต้นตอของปัญหาโดยเริ่มมองจากตัวเอง ในเมื่อมันเป็นความบกพร่องของเธอจริง ๆ เธอก็ยอมรับถึงสิ่งนั้น ไม่ใช่โทษคนอื่นแล้วเอาแต่อวยตัวเอง เธอเองนั่นแหละที่ไม่ควบคุมตัวเองให้ดีพอ

สรุปแล้ว แก่นแท้ของซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่ความเหนือธรรมชาติของครอบครัวพระเอกหรอก อันนั้นแค่ส่วนเสริมให้เรื่องมันดูแปลกและน่าสนใจมากขึ้น เป็นแนวทางการเล่าเรื่องที่ฉีกออกไปเท่านั้นเอง เพราะจริง ๆ แล้วมันคือการนำเสนอ “ความเจ็บป่วย” ในจิตใจคนเราต่างหาก อาการป่วยทางใจที่พอใจป่วยกายก็ป่วยตาม แต่ละคนล้วนมีความพังในแบบของตัวเองคนละจุดสองจุด เมื่อจิตใจเริ่มรับสภาพไม่ไหว ร่างกายเลยแสดงความผิดปกติออกมา อย่างไรก็ดี เราจะเห็นว่าแต่ละตัวละครมีจุดหวั่นไหวที่ทำให้คิดได้ว่าควรเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยเริ่มจากการเริ่มรักษาอาการป่วยภายในใจซะก่อนเลย และเป้าหมายของพวกเขาที่เริ่มกลับมาดูแลตัวเองก็คือ เพื่อตัวเองและคนที่ตัวเองรักเท่านั้นแหละ🪄