ดราม่าน้ำมันเครื่อง (รถเอฟวัน)

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา “ดราม่าหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง” กลายเป็นประเด็นที่ร้อนแรงที่สุดในแวดวงมอเตอร์ริ่งบ้านเรา ชนิดที่เด้งขึ้นมาบนหน้าฟีดเฟสบุ๊คของผม แทบจะตลอดทั้งวัน เห็นแล้วก็อดเป็นห่วงท่านที่เคยใช้สินค้าประเภทนี้อยู่เบาๆครับ เพราะจริงๆแล้วเพียงแค่ใช้น้ำมันเครื่องเกรดดีๆ แล้วเปลี่ยนถ่ายตามระยะ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะครับ

ส่วนประเด็นดราม่าน้ำมันเครื่อง (รถเอฟวัน) ที่จั่วหัวเอาไว้ในตอนนี้ จริงๆแล้วมันเกิดขึ้นในการแข่งขันฟอร์มูล่า วัน ก่อนดราม่าในบ้านเราหลายเดือนอยู่นะครับ เมื่อทีมแข่งอย่างเรดบูลล์ เรซซิ่ง ตั้งข้อสังเกตว่า ผลการควอลิฟายที่แทบจะผูกขาดโดยเมอร์เซเดส ส่วนหนึ่งมาจากการใช้เทคนิค “oil burn” ที่นำน้ำมันเครื่องไปเผาไหม้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อเพิ่มความแรงของเครื่องยนต์

ย้อนไปตอนที่ทีมเรดบูลล์ออกมาเปิดประเด็นนี้ ผมเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะมองเป็นเรื่องทางเทคนิคมากๆ จวบจนช่วงเดือนที่ผ่านมา “oil burn” กลับมาเป็นประเด็นร้อนในวงการเอฟวันอีกครั้ง เมื่อ สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) ออกกฎให้รถแต่ละคันต้องมีอัตราการบริโภคน้ำมันเครื่อง (oil consumtion) ไม่เกิน 0.9 ลิตร/100 กม. ตั้งแต่การแข่งขันที่อิตาลีเป็นต้นมา

ซึ่งนั่นเท่ากับว่า เอฟไอเอ น่าจะไปตรวจะพบความผิดปกติบางอย่างในการปรับแต่งเครื่องยนต์ของเมอร์เซเดส แต่ไม่สามารถหาหลักฐานมาลงโทษแบบจริงจังได้ เลยออกกฎมาแบบเหมารวมมันซะเลย เนื่องจากกฎเดิมที่ใช้อยู่นั้น กำหนดอัตราบริโภคน้ำมันเครื่องเอาไว้ที่ 1.2 ลิตร/100 กม. และกฎนี้ก็จะมีแนวโน้มที่จะปรับเป็น 0.6 ลิตร/100 กม.ในปี 2018 ด้วย

พูดถึงไอ้เจ้าน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่น หรือ oil นั้น หลายคนรวมถึงผมเองมีข้อสงสัยอยู่ในใจว่า น้ำมันจำพวกนี้มันไม่ใช่วัตถุไวไฟแล้วมันจะเข้าไปช่วยทำหน้าที่เผาไหม้เหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel) ได้อย่างไร ผมเองในฐานะแฟนรายการ สปีดทอร์ค ทางช่อง สปีดชาแนล เลยยกหูสอบถามไปยังกูรูมอเตอร์ริ่ง อย่าง “อาจารย์เอ็กซ์” รณกร พรรณรังษี หนึ่งในพิธีกรคนโปรด

ซึ่งอาจารย์เอ็กซ์ยืนยันว่า มีความเป็นไปได้ที่ทีมแข่งจะนำเทคนิคนี้มาใช้ เพราะแม้ว่าน้ำมันเครื่องจะไม่มีคุณสมบัติไวไฟเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่มันสามารถติดไฟได้เมื่อถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่การจะใช้น้ำมันเครื่องเข้าไปในระบบเผาไหม้นั้น ก็น่าสนใจอีกว่านำน้ำมันเครื่องเข้าไปด้วยวิธีใด รวมถึงใช้เผาไหม้โดยตรงเลยหรือไม่ ซึ่งนั่นคือความลับและเทคนิคที่น่าสนใจมากๆ

สุดท้ายครับ ไม่ว่าดราม่านี้จะจบอย่างไร ผมกลับมองว่าเอฟไอเอเป็นองค์กรที่น่าเห็นใจมากๆ เพราะทุกครั้งที่ทีมแข่งใด มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ทำให้รถไปได้เร็วขึ้น ทีมแข่งอื่นๆก็มักจะตั้งข้อสังเกต และร้องเรียนอยู่เป็นประจำ เหมือนในยุคหนึ่งที่ Diffuser (อุปกรณ์ด้านท้ายที่ช่วยเพิ่มแรงกดให้ตัวรถขณะเข้าโค้ง) ของทีมเรดบูลล์ ก็เคยถูกทีมอื่นร้องเรียนจนถูกแบนมาแล้ว

เพราะหากมองมุมกลับ นี่คือสุดยอดเทคนิคและเทคโนโลยี ที่บางทีวันหนึ่งมันอาจถูกติดตั้งอยู่ในรถที่เราใช้กันบนท้องถนนก็เป็นได้ครับ