เหตุผลที่ควรส่งบุตรหลานให้ไปงาน Open House

รู้หรือไม่ว่าหนึ่งในกิจกรรมที่น้อง ๆ มัธยมปลายที่กำลังวางแผนจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะน้อง ๆ ชั้นม.5 และม.6 (ม.4 อาจเร็วไป แต่วางแผนไว้เนิ่น ๆ ก็ไม่เสียหาย) ไม่ควรพลาดก็คือ กิจกรรมงาน Open House​ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรืออาจจะเรียกว่างานเปิดบ้านก็ได้ โดยงานนี้เป็นงานที่มหาวิทยาลัยหรือคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยจัดขึ้น เพื่อแนะนำคณะ หลักสูตรการเรียนการสอน รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ ชีวิตความเป็นอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้น้อง ๆ มัธยมได้เข้าไปเยี่ยมชม และเก็บข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบการตัดสินใจในการเลือกคณะและที่เรียนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม งาน Open House นี้ อาจเป็นงานเปิดบ้านคณะ ที่จะเปิดเจาะจงเฉพาะคณะนั้น ๆ เพียงตึกเดียว เพื่อแนะนำให้น้อง ๆ ที่สนใจคณะนี้ได้เข้ามาศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของหลักสูตร หรืออาจะเป็นงานใหญ่ระดับมหาวิทยาลัย ที่ทุกคณะในมหาวิทยาลัยจะเปิดบ้านพร้อมกันหมด สำหรับเป็นแนวทางให้คนที่มีตัวเลือกอยู่แล้ว หรือมาแบบสมองโล่ง ๆ ได้มีข้อมูลคณะที่ตัวเองรู้สึกสะดุดใจกลับไป ซึ่งจะทำให้รู้จักคณะและหลักสูตรต่าง ๆ มากขึ้น และมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่คลุกคลีอยู่กับหลักสูตรจริง ๆ เพื่อได้ให้ข้อมูลให้หายสงสัย

ด้วยความที่งาน Open House เป็นงานที่มีประโยชน์มากสำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ดังนั้น ถ้าน้อง ๆ คนไหนไปขอคุณพ่อคุณแม่ว่าอยากไปงาน Open House ของมหาวิทยาลัยนั้นนี้ นี่คือเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้น้อง ๆ ได้ไป!

1. ไปดูให้เห็นสถานที่จริงของสถานศึกษาที่อยากเรียน

ประโยชน์ข้อแรกที่สำคัญที่สุดสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ (สำคัญกว่าเรื่องหลักสูตรการเรียนอีกมั้ง) ก็คือการได้ไปดูสถานที่จริงของสถานศึกษาที่เรากำลังตั้งเป้าหมายว่าอยากจะไปเรียนที่นี่ในอนาคตอันใกล้ ก็คือไปดูให้เห็นกับตาตัวเองเลยว่าสถานที่จริงเป็นแบบไหน สภาพแวดล้อมภายในเป็นอย่างไร ตึกของคณะที่อยากจะเข้าเรียนอยู่ตรงไหน อาคารนั้นอาคารนี้เป็นอย่างไร ถ้าต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ 4 ปี (หรือ 5-6 ปี) จะอยู่ได้ไหม สนใจอยากสำรวจอะไรก็ลองเดินดูได้ตามใจชอบเลย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนเลือกมหาวิทยาลัยจากสถาบันก่อนที่จะเลือกคณะหรือหลักสูตรการเรียน ถ้าสถานที่มันใช่ บรรยากาศมันได้ จะได้มีเป้าหมายและกำลังใจที่มุ่งมั่นมากขึ้นนั่นเอง

2. เข้าไปสำรวจข้อมูลการเรียนการสอนของคณะต่าง ๆ

ในที่สุดก็ถึงจุดไฮไลต์ของงาน Open House ซึ่งก็คือการได้เข้าไปสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับคณะและหลักสูตรที่สนใจจะเรียนต่อ บางคนที่มีคณะที่สนใจหรืองานที่อยากทำในใจอยู่แล้ว ก็อาจจะตรงดิ่งไปที่คณะนั้น ๆ หลักสูตรนั้น ๆ เลย เพื่อขอข้อมูลเชิงลึกนอกเหนือจากที่ตัวเองทำการบ้านมา สงสัยอะไรก็สามารถถามจากคนที่รู้จริง อาจารย์ เจ้าหน้าที่ประจำหลักสูตรนั้น ๆ พี่ ๆ ศิษย์ปัจจุบันที่กำลังเรียนอยู่ หรืออาจเป็นพี่ ๆ ศิษย์เก่าที่จบไปแล้ว เพื่อให้มีรายละเอียดประกอบการตัดสินใจ ส่วนใครที่ยังไม่ได้มีตัวเลือกในหัว ก็ลองเดินดูไปเรื่อย ๆ เข้าบูธนั้นออกบูธนี้ เก็บข้อมูลไปก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะไปสปาร์กกับคณะใดคณะหนึ่งเข้าก็ได้ หรือไม่งั้นก็เน้นร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ก็เพลินดี

3. มีโอกาสได้พูดคุยรายละเอียดกับผู้ที่รู้จริง

งาน Open House เป็นงานสำหรับขายของ ซึ่งก็คือขายคณะหรือหลักสูตรให้เด็ก ๆ ได้รู้จัก จะดึงดูด โน้มน้าว ชักจูงอะไรก็ว่าไป เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจสำหรับเด็ก ๆ จะซื้อหรือไม่ซื้อไม่รู้แหละ แต่คนขายเนี่ยมีข้อมูลแบบแน่น ๆ มาขายแน่นอน แต่ละคณะไม่มีน้อยหน้ากัน ส่วนใหญ่คนที่ทำหน้าที่ขายของก็มักจะเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตร ผู้ที่รู้ทั้งหมดว่าผู้เรียนต้องเรียนอะไร จบแล้วทำงานสายไหนได้บ้าง และรุ่นพี่ที่กำลังเรียนคณะนั้นอยู่จริง ๆ ที่ก็มักจะเลือกคนที่มีความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่คนฟังมา ถ้าจะให้ดีคือพี่ปีสูง (ปี 3-4) เพราะผ่านการเรียนมาในระยะที่สามารถบอกต่อได้ว่าคณะนี้เป็นอย่างไร เรียนอะไรบ้าง ประสบการณ์ต่าง ๆ นี่แหละผู้รู้ตัวจริง!

4. มีโอกาสได้พบปะกับเพื่อนใหม่จากโรงเรียนอื่น

เพราะสังคมในระดับมหาวิทยาลัยเป็นสังคมใหญ่ เด็กนักเรียนร้อยพ่อพันแม่จากทั่วทุกสารทิศต่างมีเป้าหมายร่วมกันว่าจะเรียนที่นี่ คณะนี้ หลักสูตรนี้ คือจะบอกว่าเป็นสังคมจำลองชีวิตการทำงานหลังเรียนจบก็อาจจะได้ด้วยซ้ำ มีหลายอย่างที่สามารถเอาไปประยุกต์ได้จริง ๆ ดังนั้น ในวันที่มีงาน Open House ก็จะมีเพื่อน ๆ ต่างโรงเรียนมากมายที่เตรียมตัวมาหาข้อมูลเรียนต่อเหมือนกัน เมื่อเข้าไปในคณะนั้น ๆ ก็อาจจะถูกจับให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน ซึ่งถ้าน้อง ๆ เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย แน่นอนว่าได้เพื่อนใหม่แน่นอน แลกไลน์และเฟซเอาไว้เอาไว้ปรึกษาเรื่องเรียนกันได้ และไม่แน่ว่าในอนาคตเพื่อนคนที่เจอกันในวันงาน Open House อาจไปเจอกันอีกในคณะก็ได้นะ

5. ไปสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบ

นอกจากสภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยแล้ว สภาพแวดล้อมข้างนอกโดยรอบมหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไปสำรวจเอาไว้ ว่ามีสถานที่ไหนอยู่ใกล้ ๆ บ้าง พวกโรงพยาบาล สถานีตำรวจ สำคัญนะเวลามีเหตุฉุกเฉิน ที่กินที่เที่ยวใกล้ ๆ เอาไว้หนีไปกบดานเวลาที่อยากพักผ่อน สถานที่สำคัญหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ร้านสะดวกซื้อ ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ตู้กดน้ำ ตลาด ป้ายรถเมล์ ยิ่งถ้าวางแผนจะอยู่หอนอกด้วยล่ะก็ การสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบก็ยิ่งจำเป็น จะอยู่หอไหนดี ที่ไหนใกล้ที่ไหนไกล ตอนกลางคืนเปลี่ยวไหม ราคาเท่าไร ฯลฯ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่ดูไม่สำคัญ แต่จริง ๆ มันเป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจได้ดีทีเดียว